โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชน ขีดเส้น 2 เดือน สรรพากร ตอบปมเงินสด 12 ล้าน

PostToday

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 00.49 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 04.42 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ 9 มิ.ย.2568 นำโดย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.พนิตา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชนได้เดินทางมายังกรมสรรพากร เพื่อเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสรรพากร ณ สำนักงานใหญ่กรมสรรพากร เพื่อขอให้ตรวจสอบที่มาของเงินสดจำนวน 12 ล้านบาท ที่พบในคอนโดเมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยปรากฏชื่อของนายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว สามีของข้าราชการระดับผู้อำนวยการในสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นเจ้าของ โดยมีนางลัดดา เอกอัจฉริยา นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนเลขานุการกรมเป็นตัวแทนกรมสรรพากรรับมอบหนังสือ

โดยเห็นว่า ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามประมวลรัษฎากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โปรดตรวจสอบข้อมูลรายได้ และข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของนายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ตลอดจนข้อมูลทางการเงินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมิได้มีการแสดงต่อกรมสรรพากร หากปรากฏว่านายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อกรมสรรพากร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน

เพื่อให้นายทวีวัฒน์ เส้งแก้ว ยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษี (หากมี) ต่อกรมสรรพากรให้ถูกต้องและครบถ้วนตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากท่านได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นประการใด โปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และกรุณาแจ้งผลให้ข้าพเจ้าทราบด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

น.ส.ภคมน กล่าวกับสื่อมวลชน ภายหลังยื่นหนังสือว่า การร้องขอตรวจสอบในครั้งนี้ ไม่ใช่การเล่นงานใครเป็นรายบุคคล แต่เป็นเรื่องที่สังคมต้องได้รับคำตอบ เป็นเรื่องของความโปร่งใสว่าเงินสดจำนวนมากขนาดนี้มาจากไหน และเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ ไม่เช่นนั้นสังคมจะอยู่ไม่ได้ เพราะตอนนี้จะสะกิดตรงไหนของระบบก็เจอแต่ความคลุมเครือ เราอยู่ในสังคมที่ทุกอย่าง ‘ดำ เทา’ ไปหมด ดังนั้นวันนี้ถึงเวลาสังคมต้องร่วมมือกันจับตา

เรายื่นหนังสือแล้วก็จะได้ เลขติดตาม ซึ่งจะช่วยให้เราตรวจสอบความคืบหน้าได้ในอนาคต แต่เจ้าหน้าที่ก็พูดตรง ๆ ว่างานร้องเรียนเยอะมาก และอาจใช้เวลาประมาณสองเดือนกว่าจะดำเนินการ ดังนั้นเราจะกลับมาทวงถามใหม่ โดยเชื่อว่ากรมสรรพากร เป็นหน่วยงานรัฐไม่น่าจะนิ่งเฉยในเรื่องนี้

ด้าน น.ส.รักชนก ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ระบบราชการจะมีลำดับขั้นตอน แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจสูง หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยากจะเร่งรัดให้เป็นเรื่องเร่งด่วนจริงก็สามารถทำได้ และไม่ควรปล่อยให้การตรวจสอบล่าช้าจนประชาชนหมดความเชื่อมั่น

พูดกันตรง ๆ ถ้ารัฐมนตรีคลังหรือผู้มีอำนาจเห็นว่า เคสไหนว่าสำคัญ มันก็เร่งรัดให้เร็วได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะเคสที่ประชาชนสนใจแบบนี้ ไม่ควรปล่อยให้ทุกหน่วยงานต้องรอคิวไปเรื่อย ๆ หรือต้องรออีก 5 ปี 7 ปี ไม่รู้จะจบหรือไม่ เพราะเรื่องนี้จะช่วยความกระจ่างให้กับสังคม จึงขอฝากรัฐมนตรีด้วยว่า ถ้าคดีไหน มีความสำคัญมีอินแพ็คต่อสังคมท่านก็ต้องเรียงลำดับความสำคัญ

หลังจากเสร็จจากการยื่นหนังสือที่กรมสรรพากร ตนจะเดินหน้าต่อไปถึงสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อผลักดันให้กระบวนการสอบสวนมีความโปร่งใสและไม่ถูกแทรกแซง

ส่วนความคืบหน้า กรณีการตรวจสอบการซื้อหุ้นมูลค่า 4,434.5 ล้านบาท ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) กรมสรรพากรชี้แจ้งว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวยังไม่ถึงคิวในการพิจารณา ต้องรอตามลำดับเรื่องร้องเรียนไปก่อน จึงฝากสื่อมวลชนช่วยติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...