โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชน หนุนข้อเสนอแลกลดภาษีสหรัฐฯ หวังไทยไม่เสียเปรียบเพื่อนบ้าน

PostToday

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.13 น.

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ได้เรียกหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนในสหรัฐฯ ถึงแนวทางการเจรจาอัตราภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 31 ก.ค. 2568 เนื่องจากสหรัฐฯ จะมีการบังคับใช้อัตราภาษีนำเข้ากับไทยที่ 36% ในวันที่ 1 ส.ค. นี้

ทั้งนี้ ยอมรับว่าภาคเอกชนมีความกังวลว่าการเจรจาจะไม่จบ ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบจึงต้องเร่งหาทางเพื่อที่จะทำให้สหรัฐฯ พอใจกับข้อเสนอของไทยให้ได้ บนพื้นฐานว่าจะต้องสมดุลทั้ง 2 ฝ่าย โดยมองว่าอัตราภาษีนำเข้าที่ 36% นั้นแรงเกินไป เพราะหากเปรียบเทียบกับเวียดนามที่โดนเรียกเก็บภาษี 20% ขณะที่เวียดนามเกินดุลสหรัฐฯ ถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์ ต่างกับไทยถึง 3 เท่า โดยไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ที่ 4.6-4.7 หมื่นล้านดอลลาร์เท่านั้น

ข้อเสนอที่เราปรับปรุงไปมองว่าเราก็ให้เต็มที่แล้ว เราพยายามเสนอในสิ่งที่เราทำได้ และเป็นสิ่งที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยมากเกินไป โดยเฉพาะภาคการส่งออก และเราเน้นนำเข้าในสิ่งที่เราขาดแคลน ส่วนอัตราที่เราโดน 36% นั้น ถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เราจะลำบาก ถามว่าสะเทือนมากแค่ไหน ก็ต้องดูประเทศอื่น หรือคู่แข่งด้วยว่าเขาโดนกันเท่าไหร่ ตอนนี้ผลออกมาแค่ 2-3 ประเทศเท่านั้น บางอย่างเราอาจจะเสียเปรียบ บางอย่างเราอาจจะไม่เสียบเปรียบ บางอย่างเสียเปรียบมาก แต่บางอย่างเราก็เสียเปรียบน้อย ตรงนี้ต้องมานั่งวิเคราะห์กันว่าจะแก้ไขอย่างไร

นายพจน์ กล่าวอีกว่า หากถามว่าไทยควรจะได้อัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯเท่าไหร่ ก็ต้องมาคิดว่าอัตรา 10% เป็นฐานต่ำที่สุด ถ้าเราทำได้ดีที่สุดที่ 10% ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องมาดูว่าจะได้ขนาดไหน ขอแค่อย่าเสียเปรียบคู่แข่งของเรามากเกินไป ส่วนข้อเสนอที่ไทยจะลดอัตราภาษีนำเข้าบางรายการให้สหรัฐฯ ที่ 0% นั้น มองว่า พิกัดภาษีบางสินค้ามีการกำหนดมานาน และกำหนดสูงมาก อัตรา 30-60% แต่ไม่ได้มีการนำเข้าเลย ตรงนี้ก็ถือเป็นโอกาสล้างบาง เช่น ผลไม้ ทุกวันนี้ไทยนำเข้าผลไม้จากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน โดยใช้ FTA ซึ่งภาษี 0% อยู่แล้ว ดังนั้นบางเรื่องการลดภาษีเหลือ 0% จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะบางสินค้าเราก็ได้ภาษี 0% อยู่แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...