โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รัสเซียยิงโดรนถล่มยูเครนครั้งใหญ่ที่สุด หลัง “ทรัมป์” สัญญาส่งอาวุธเพิ่ม

WeR NEWS

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 08.09 น.

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (9 ก.ค. 68) ตามเวลาท้องถิ่น รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศด้วยโดรนจำนวน 728 ลำและจรวดอีก 13 ลูก ถือเป็นการโจมตีทางโดรนที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามกับยูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายในเขตคเมลนีตสกี ทางตะวันตกของยูเครน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่าสามารถทำลายโดรนได้ถึง 718 ลำ ทำให้ความเสียหายจากการโจมตีครั้งนี้มีจำกัด

ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกีระบุว่าการโจมตีนี้เป็นการแสดงศักยภาพของรัสเซีย ในขณะที่ความพยายามเจรจาสันติภาพและหยุดยิงถูกปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง โดยการโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมายหลักที่เมืองลุตสก์ซึ่งมีความรุนแรงจนกองทัพโปแลนด์ต้องส่งเครื่องบินขึ้นสกัดในน่านฟ้าของตน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในเมืองใกล้เคียฟด้วย

ในขณะเดียวกัน รัสเซียก็ถูกยิงโดรน 86 ลำจากยูเครนคืนกลับไป ตามข้อมูลของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

การโจมตีครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นในช่วง 48 ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อผู้นำรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูตินในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยกล่าวว่าปูตินพูด “ขยะ” เกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ และสัญญาจะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมให้ยูเครน เพื่อช่วยให้เคียฟสามารถป้องกันตัวเองจากการโจมตีที่หนักหน่วงในช่วงนี้ได้

โฆษกเพนตากอน ระบุว่า ภายใต้คำสั่งของทรัมป์ กระทรวงกลาโหมจะส่งอาวุธป้องกันเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนยูเครน ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการระงับการส่งอาวุธบางส่วนโดยไม่ได้แจ้งทรัมป์ล่วงหน้า

ทางด้านเยอรมนี นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซประกาศจะสนับสนุนยูเครนต่อไป โดยยอมรับว่าวิธีทางการทูตเพื่อยุติสงคราม “หมดทางเลือกแล้ว” พร้อมยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันการทำลายล้างของระบอบอาชญากรที่ใช้ความรุนแรงทางทหารต่อยุโรป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...