โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทผันผวน จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 04.40 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 04.40 น.

เงินบาทผันผวนในกรอบแข็งค่า แต่ลดช่วงบวกบางส่วนปลายสัปดาห์ กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวใกรอบ32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนพ.ค. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่า แต่ลดช่วงบวกบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากตลาดรอติดตามประเด็นทางการเมืองภายในประเทศ

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนช่วงต้นสัปดาห์ที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกแข็งค่าได้อีกครั้งช่วงกลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางเงินหยวน สกุลเงินเอเชียอื่นๆ และสินทรัพย์เสี่ยงรับข่าวอิสราเอล-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังอ่อนค่าลงตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังจากที่เจ้าหน้าที่เฟดประเมินถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย (โดยเฉพาะหากผลของ Tariffs ยังไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น) ประกอบกับปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงกล่าวในเชิงกดดันประธานเฟดและเตรียมที่จะเริ่มสรรหาประธานเฟดคนใหม่ในเดือนก.ย. หรือต.ค. นี้เพื่อมาแทนนายเจอโรม พาวเวลที่จะหมดวาระในปีหน้า

อนึ่ง ผลการประชุมกนง. ที่มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ตามเดิม พร้อมกับปรับทบทวนประมาณการเศรษฐกิจไทยไปที่ 2.3% นั้น ยังไม่มีผลมากนักต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ ขณะที่ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลก แรงขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย ประกอบกับตลาดรอติดตามปัจจัยการเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด

ในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 มิ.ย.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 มิ.ย. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,441 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทยต่อเนื่องอีก 5,789 ล้านบาท

กราฟค่าเงินบาท

สำหรับสัปดาห์หน้าหรือระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนพ.ค. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการ ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน/อัตราการหมุนเวียนของแรงงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนมิ.ย. ของจีน อังกฤษ และยูโรโซน ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนพัฒนาการของประเด็นการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน โดยกลับมาร่วงลงแรงช่วงท้ายสัปดาห์ โดยดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงในช่วงแรก โดยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี 3 เดือนที่ 1,053.79 จุด ท่ามกลางความกังวลต่อเนื่องเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย และอิหร่านขู่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กราฟหุ้นไทย

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงซึ่งช่วยคลายความกังวลบางส่วนต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมช่วงกลางสัปดาห์จากการปรับประมาณการจีดีพีไทยปีนี้ของกนง. ไปที่ 2.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.0%

ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงในเวลาต่อมา และร่วงลงแรงในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายทำกำไรหุ้นทุกกลุ่ม ทั้งนี้หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวลงค่อนข้างแรงในสัปดาห์นี้ตามแรงขายหุ้นบริษัทผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตรายใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นเฉพาะตัว

ในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,082.42 จุด เพิ่มขึ้น 1.39% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 45,745.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.84% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.67% มาปิดที่ระดับ 227.66 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (30 มิ.ย.-4 ก.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,075 และ 1,055 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,095 และ 1,115 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟด ประเด็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐฯ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง การเมืองในประเทศรวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. ของยูโรโซน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทผันผวน จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...