โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“สมาคมอุตสาหกรรมฯ” แนะรัฐอัดมาตรการโรงงาน-คุมราคาเหล็กขาดตลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 21.11 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 05.05 น.

นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กรณีที่เหล็กขาดตลาด ส่งผลให้ 3 โรงงานขนาดใหญ่ปิดนั้น มองว่าตั้งแต่เกิดเหตุตึกสตง.ถล่ม มีการให้ข่าวและพูดกันมากถึงคุณสมบัติเหล็กตัว T และเหล็ก non-T ทำให้บางหน่วยงานและเจ้าของงานเอกชนบางแห่งมีความไม่แน่ใจว่าควรจะใช้เหล็กชนิดใด

ทั้งนี้จากประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ผลิตไม่กล้าผลิตเหล็กเข้าสู่ตลาดเต็มกำลังเหมือนเดิม รวมทั้งมีการปิดโรงงานที่ใช้กระบวนการผลิตแบบเตา If ทำให้เหล็กขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้นกว่า 15% นับตั้งแต่เกิดเหตุตึกสตง.ถล่ม

อย่างไรก็ดีในข้อเท็จจริงเหล็ก T เป็นเหล็กที่ใช้กันมายาวนาน และไม่เคยเกิดปัญหาใดๆ ส่วนเหล็ก non-T เป็นเหล็กที่ต้องสั่งผลิตและมีราคาสูงกว่าเหล็กตัว T ประมาณ 1-1.25 บาท ต่อกิโลกรัม

ขณะเดียวกันในงานภาครัฐ หน่วยงานผู้ออกแบบควรจะต้องระบุให้ชัดเจนว่าให้ใช้เหล็กชนิดใดและให้ราคาที่สอดคล้องกับชนิดของเหล็กที่ระบุให้ใช้

นอกจากนี้หากมีประเด็นว่าเหล็กที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ If ไม่ได้คุณภาพ ภาครัฐก็ควรมีมาตรการในการจัดการโรงงาน ที่ใช้เตา IF ให้ปรับ ปรุงคุณภาพ และหากโรงงานดำเนินการแล้วก็ควรให้กลับมาเปิดดำเนินการผลิตได้ตามปกติ

นางสาวลิซ่า กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ภาครัฐมีการอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5 แสนล้านบาทนั้น หากงบประมาณในส่วนนี้เข้ามาสู่อุตสาหกรรมก่อสร้าง เงินจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วขึ้นและถึงคนจำนวนมาก เพราะอุตสาหกรรมก่อสร้างสามารถจ้างงานประมาณ 4 ล้านคน

“นอกจากนี้ยังไปถึงผู้ผลิตและระบบขนส่งทั้งหมดด้วย ย่อมเป็นผลดี อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมก่อสร้างมีปัจจัยลบ กดดันอยู่เยอะ คงต้องดูกันต่อไปว่าเงินส่วนนี้จะเข้าไปที่ไหนบ้าง” นางสาวลิซ่า กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...