โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยจีนใช้ “หุ่นยนต์” และ “สาหร่าย” ขจัดภัยคุกคามกำแพงเมืองจีน

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 12.12 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.46 น. • เดลินิวส์
หุ่นยนต์สี่ขาแสนคล่องแคล่วเดินตรวจตราตามซากหอคอยโบราณ พร้อม “ตรวจสุขภาพ” โครงสร้างอันเก่าแก่ของด่านซานไห่กวน หนึ่งในด่านสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกำแพงเมืองจีน ที่เมืองฉินหวงเต่า ในมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของประเทศ

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองสือเจียจวง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่าหุ่นยนต์ลาดตระเวนนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์อัจฉริยะ กล้องความละเอียดสูง และระบบไลดาร์ (lidar) ซึ่งเป็นระบบเซ็นเซอร์หลายจุด สามารถตรวจจับปัญหาได้อย่างแม่นยำ อาทิ รอยร้าวหรืออิฐที่หลุดหาย พร้อมรายงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทันที

นายหลิว เลี่ยง หัวหน้าทีมวิจัยจากสำนักสำรวจธรณีและทรัพยากรแร่แห่งมณฑลเหอเป่ย์ กล่าวว่า หุ่นยนต์สามารถทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยงอันตราย และช่วยลดความเหน็ดเหนื่อยให้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งยังช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพในการอนุรักษ์กำแพงเมืองจีน การใช้หุ่นยนต์นี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการที่จีนใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่ออนุรักษ์กำแพงเมืองจีน

กำแพงเมืองจีน ซึ่งเดิมทีสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการป้องกันทางทหาร คือเครือข่ายกำแพงหลายสายที่เชื่อมต่อกัน บางส่วนมีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี ปัจจุบัน มีระยะทางยาวรวมมากกว่า 21,000 กิโลเมตร ครอบคลุมภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหุบเขาและภูเขาทางตอนเหนือของจีน

ในบรรดาภูมิภาคระดับมณฑลทั้งหมด 15 แห่งที่มีกำแพงเมืองจีน มณฑลเหอเป่ย์ถือว่า มีส่วนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดและมีเอกลักษณ์มากที่สุด ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นมุ่งมั่นพัฒนาแนวทางใหม่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเพื่อรับมือกับความท้าทายในการดูแลมรดกโลกแห่งนี้

เมื่อเทคโนโลยีอย่างโดรนและหุ่นยนต์เข้ามาช่วย “ตรวจสุขภาพ” ของกำแพงเมืองจีน ผู้เชี่ยวชาญจึงเริ่มใช้ “วิธีการรักษา” ที่สร้างสรรค์เพื่อดูแลมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ การประยุกต์ใช้หลักการอนุรักษ์ทางชีวภาพของทีมของหลิวจึงถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่น

การกัดเซาะจากฝนเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงของกำแพงที่ทำจากดินอัด แต่หลังมีการศึกษามาอย่างยาวนาน ทีมผู้เชี่ยวชาญพบว่าบางจุดของกำแพงที่ดำเนินการศึกษาวิจัย มีความต้านทานน้ำได้ดีเป็นพิเศษ การค้นพบนี้กระตุ้นความสนใจของทีมวิจัย และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมจึงพบไซยาโนแบคทีเรียชนิดเส้นใย (filamentous cyanobacteria) หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดหนึ่ง ซึ่งเติบโตบนผิวกำแพงดินอัด และเป็นผู้พิทักษ์ตัวจริงที่ช่วยต้านการกัดเซาะของฝน สิ่งมีชีวิตชนิดนี้สามารถสร้างเปลือกชีวภาพบนผิวกำแพง ทำหน้าที่เสมือน “ชุดเกราะธรรมชาติ” ให้กับกำแพงเมืองจีน

ปัจจุบัน ทีมวิจัยสามารถเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ และนำวิธีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปใช้กับกำแพงดินอัด “การใช้สิ่งที่มาจากธรรมชาติของกำแพงเมืองจีน เพื่อปกป้องตัวมันเอง เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก” หลิวกล่าว

เทคโนโลยีต่าง ๆ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างโครงสร้างทางกายภาพของกำแพงแล้ว ยังเป็นสะพานเชื่อมผู้คนเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมของกำแพงเมืองจีน และช่วยกระตุ้นความตระหนักรู้ของสาธารณชนในด้านการอนุรักษ์ ยกตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มออนไลน์แห่งหนึ่งใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (วีอาร์) และโมเดลดิจิทัล เพื่อให้ผู้ใช้สามารถชมวิวพาโนรามาของกำแพงเมืองจีน และสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องในมณฑลเหอเป่ย์ พร้อมทำความเข้าใจคุณค่าที่เหนือกาลเวลาของมันได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นายต่ง เย่าฮุ่ย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกำแพงเมืองจีน สังกัดมหาวิทยาลัยธรณีวิทยาเหอเป่ย์ เปิดเผยว่า ภาคการศึกษาก็มีความคืบหน้าเช่นกัน เช่น มีการพัฒนาหลักสูตรพิเศษสำหรับเด็ก โดยผสานการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) อย่างดีปซีค เข้ากับความรู้เกี่ยวกับกำแพงเมืองจีน สถาบันหวังว่า หลักสูตรเหล่านี้จะช่วยจุดประกายความหลงใหลในกำแพงเมืองจีนให้กับคนรุ่นใหม่ และสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นในการอนุรักษ์ในอนาคต.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...