โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สกายวอล์กราชวิถี’ 1.3 กม. ดัน กทม. เมืองเดินได้ เดินดี น่าเดิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 13.56 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 03.49 น.

กทม.เดินหน้าพัฒนาเมือง เพื่อรีโมเดลให้มหานครกรุงเทพเป็นเมือง “เดินได้ เดินดี น่าเดิน”
ล่าสุด กทม.ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายสำรวจสุขภาพต้นไม้พื้นที่ก่อสร้าง “สกายวอล์กราชวิถี” จำนวน 197 ต้น พร้อมแผนล้อมย้าย-ตัดแต่ง-ถอนต้นป่วย โดยโครงการมีกำหนดเริ่มก่อสร้าง 1 ปี (เมษายน 2568-เมษายน 2569)

โดย “เอกวรัญญู อัมระปาล” โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าโครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) ช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย ระยะทาง 1.341 กิโลเมตร ดำเนินการภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน ทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคี มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านราชวิถี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง ประกอบด้วยโรงพยาบาลหลักหลายแห่ง เช่น รพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.รามาธิบดี และยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนคนตาบอด การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตาและกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ โดยเน้นความสะดวกปลอดภัยตลอดเส้นทาง

“ที่สำคัญคือ เสาของสกายวอล์กทั้งหมดจะไม่ปักลงบนทางเท้าสาธารณะเลย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรของประชาชนโดยรวม การออกแบบจะวางในรั้วตลอดแนวทางเท้า ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการเจรจาสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถใช้เป็นหลังคาบังแดดบังฝนให้กับผู้เดินเท้าได้ตลอดแนว เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองเดินได้ เดินดี น่าเดินอย่างแท้จริง”

สกายวอล์กราชวิถี

รายละเอียดโครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) รวมระยะทางทั้งสิ้น 1.341 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่

ช่วงที่ 1 ช่วงแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย เชื่อมทางเดินลอยฟ้า โรงพยาบาลรามาธิบดี ระยะทาง 1 กิโลเมตร ช่วงที่ 2 ช่วงเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธิน ระยะทาง 341 เมตร เริ่มต้นสัญญาวันที่ 19 เมษายน 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 13 เมษายน 2569 ระยะเวลาดำเนินการ 360 วัน

ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในการเดินทางสัญจร จึงแบ่งการทำงานเป็น 6 ช่วง แต่ละช่วงจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 4 เดือน เริ่มจากแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย ดังนี้

ช่วงที่ 1 เกาะพหลโยธิน เริ่มวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ช่วงที่ 2 เกาะราชเทวี เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2568 ช่วงที่ 3 เริ่มวันที่ 15 กันยายน 2568 ช่วงที่ 4 เริ่มวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ช่วงที่ 5 เริ่มวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ช่วงที่ 6 เริ่มวันที่ 15 ธันวาคม 2568

หลังจากทำงานในแต่ละช่วงแล้วเสร็จ จะคืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้สอยได้ตามปกติ โดยงานก่อสร้างในช่วงอื่น ๆ ยังคงดำเนินต่อไป ไม่ส่งผลกระทบกับการใช้พื้นที่ในการสัญจรของประชาชน

ไฮไลต์สกายวอล์กราชวิถี ยังมีเรื่องรายละเอียดด้านการบำรุงรักษาต้นไม้ที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ รวมทั้งยืนยันจุดยืน กทม.มีเป้าหมายอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการไว้มากที่สุด พร้อมกับส่งเสริมเมืองเดินได้ เดินดี และน่าเดิน โดยระหว่างขั้นตอนการศึกษาและสำรวจ ได้ร่วมมือกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกลุ่ม Big Trees สำรวจสุขภาพต้นไม้ในแนวโครงการก่อสร้าง

พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 197 ต้น สามารถคงรักษาในพื้นที่ตามสภาพเดิมได้ 49 ต้น ส่วนอีก 148 ต้น วางแผนจะดำเนินการ “ล้อมย้าย-ตัดแต่ง-ถอนต้นป่วย” กล่าวคือ ล้อมย้ายนำไปอนุบาลในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ 12 ต้น เก็บรักษาในพื้นที่เดิมโดยตัดแต่งกิ่งก้าน 105 ต้น และล้อมออกเนื่องจากไม่ผ่านการประเมินสุขภาพ 31 ต้น

แนวทาง กทม.จะดำเนินการล้อมย้ายต้นไม้อย่างถูกหลักรุกขกรรม โดยนำไปอนุบาลไว้ในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ส่วนต้นไม้ที่ล้อมออกนั้น จากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาสังคม พบว่าสุขภาพต้นไม้ขาดความสมบูรณ์ มีความกลวงภายในลำต้นของต้นไม้ ในอนาคตอาจจะยืนต้นตาย หรืออาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการหักหรือโค่นล้มของต้นไม้ จึงจำเป็นต้องล้อมออกจากพื้นที่ดังกล่าว

“กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับต้นไม้ใหญ่ทุกต้น ตามที่ผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ย้ำเสมอว่า ต้นไม้คือมรดกล้ำค่าของเมือง ขอย้ำว่าต้นไม้ทุกต้นมีประโยชน์ แม้ต้นที่หมดสภาพแล้วก็ยังสร้างประโยชน์ต่อเมืองได้ ไม่ว่าจะนำไปทำฟืน ปุ๋ย หรืองานไม้ต่อยอดอื่น ๆ ตามหลักการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สกายวอล์กราชวิถี’ 1.3 กม. ดัน กทม. เมืองเดินได้ เดินดี น่าเดิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...