โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

MOVIE STATION : “Jurassic World Rebirth” ผจญภัยเน้นๆ ไดโนเสาร์กับรูปร่างใหม่ไม่เหมือนเดิม!

เดลินิวส์

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 23.25 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เดลินิวส์
MOVIE STATION : รีวิวภาพยนตร์เรื่อง“Jurassic World Rebirth” จูราสสิค เวิลด์ : กำเนิดชีวิตใหม่ จักรวาลหวนคืนจอ ผจญภัยเน้นๆ ไดโนเสาร์จัดเต็ม กับรูปร่างใหม่ไม่เหมือนเดิม ครบรส โหดมันฮา!

กลับมาเจอกันอีกครั้งนะคะ สำหรับผู้อ่านที่น่ารักของ “เนเรซ” ทุกคน ขอต้อนรับเข้าสู่ MOVIE STATION โลกแห่งความตื่นเต้นระทึกใจ ใครที่เป็นสาวกคนรักหนังเชิญมาทางนี้ได้เลยค่ะ เพราะวันนี้ เนเรซ จะพาทุกคนไปตะลุยจักรวาลJurassic ที่กลับมาอีกครั้งในรอบ3ปี ซึ่งสาวกไดโนเสาร์แบบเนเรซจะพลาดภาพยนตร์เรื่อง “Jurassic World Rebirth” (จูราสสิค เวิลด์ : กำเนิดชีวิตใหม่) ได้ยังไง แค่ชื่อเรื่องเนเรซก็อยากไปเกิดใหม่ในยุคของไดโนเสาร์เลยค่ะ บอกเลยว่าก่อนจะเข้าไปรับชมเนเรซพกความมั่นใจและความคาดหวังที่ต้องเจอไดโนเสาร์สุดโหดแบบครบเครื่อง แต่พอได้ดูแล้วอยากจะทะลุจอเข้าไปอยู่ในแก๊งค์ไล่ล่า DNA ไดโนเสาร์ด้วยเลยทีเดียว เพราะตัวละครเท่สุดๆ ไปเลย แต่ก็ดันมีเรื่องให้เนเรซต้องผิดหวังเยอะพอสมควร

โดยJurassic World Rebirth จูราสสิค เวิลด์ : กำเนิดชีวิตใหม่ ผลงานการกำกับของ "แกเร็ธ เอ็ดเวิร์ดส์" บทภาพยนตร์โดย "เดวิด เค็ปป์" ผู้เขียนบท "Jurassic Park" ภาคแรก ซึ่งได้นักแสดงแถวหน้าอย่าง "สการ์เล็ตต์ โจฮันส์สัน" , "โจนาธาน ไบเลย์" และ "มาเฮอร์ชาลา อาลี" มาร่วมแสดงในบทบาททีมปฏิบัติการพิเศษที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่อันตรายที่สุดบนโลก นั่นคือเกาะที่เป็นศูนย์วิจัยของ Jurassic Park ดั้งเดิม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของไดโนเสาร์ที่อันตรายที่สุดที่ถูกทิ้งไว้

สำหรับเรื่องราวในภาพยนตร์ จูราสสิค เวิลด์ : กำเนิดชีวิตใหม่ จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 5 ปีให้หลังจากภาพยนตร์ Jurassic World Dominion เมื่อระบบนิเวศของโลกส่วนใหญ่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของไดโนเสาร์ ไดโนเสาร์ที่เหลืออยู่จึงอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแถบเส้นศูนย์สูตรอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางภูมิอากาศคล้ายกับที่พวกมันเคยเจริญเติบโต และสัตว์ร่างยักษ์สามชนิดในประวัติศาสตร์ ได้กลายเป็นกุญแจ DNA ดอกสำคัญ ที่จะนำมาซึ่งประโยชน์ในการช่วยชีวิตมนุษยชาติ

ถึงแม้ว่าภาพยนตร์ไตรภาคที่ผ่านมาจะยังไม่เคยเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการทดลองที่ล้มเหลวของศูนย์วิจัยแห่งแรกของ InGen แต่สิ่งที่จะได้รับชมในภาพยนตร์ภาคนี้อย่างแน่นอนก็คือ การกลายพันธุ์สุดตื่นตาตื่นใจดังที่ปรากฏในตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมา นอกเหนือจาก ‘บราคิโอซอรัส’ และ ‘ไดโนเสาร์บินได้ขนาดใหญ่ชนิดใหม่แล้ว ผู้ชมทุกคนจะยังได้เห็นการหวนคืนของ T-rex, โมซาซอรัส, ไดโลโฟซอรัส และพระเอกในภาคก่อนอย่าง แร็ปเตอร์ ด้วย ดังนั้นแล้ว การกลับมาของภาพยนตร์ไดโนเสาร์ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นที่จับตาถึงเรื่องราวที่จะถูกนำเสนอแล้ว การประสบความสำเร็จ และการกวาดรายได้ทั่วโลก ก็เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนตั้งตาลุ้นไม่แพ้กัน

รีวิว "Jurassic World: Rebirth" จาก เนเรซ (6/10 คะแนน)

สำหรับความสนุกของภาพยนตร์เรื่อง "Jurassic World: Rebirth" (จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่) ส่วนตัวเนเรซให้คะแนน 6/10 ค่ะ บอกตามตรงว่าค่อนข้างผิดหวังกับภาคนี้มากเลยล่ะ ในฐานะสาวกจักรวาลไดโนเสาร์ที่ตั้งตารอคอยมาหลายปี เนเรซรู้สึกเหมือนอกหักจริงๆ ค่ะ

“เมื่อไดโนเสาร์กลายเป็นตัวประกอบ”

สิ่งที่ทำให้ผิดหวังที่สุดคือการปรากฏตัวของไดโนเสาร์ดั้งเดิมน้อยเกินไป แถมไดโนเสาร์กลายพันธุ์บางตัวก็ดูเหมือนสัตว์ประหลาดเอเลี่ยนมากกว่า ทำให้สูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของจักรวาล Jurassic ไปเยอะเลยค่ะ ดูตั้งแต่ต้นจนจบก็รู้สึกว่าไดโนเสาร์เหมือนถูกนำมาแค่ประกอบฉากเพื่อสร้างความตื่นเต้น แต่ก็ยังไม่สุด อย่างฉากไล่ล่าก็ยังไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าที่ควร เพราะความไม่ต่อเนื่องของเรื่องราวนั่นเอง

เนื้อเรื่อง “จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจแต่ไปไม่สุด”

เริ่มต้นกันที่เนื้อเรื่อง ช่วงเปิดเรื่องในมหาสมุทรดูเหมือนจะดีเลยค่ะ ได้เห็นภาพไดโนเสาร์ต่างสายพันธุ์ที่เอื้อเฟื้อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วงนั้นไดโนเสาร์มีบทบาทค่อนข้างมาก แต่พอถึงกลางเรื่อง ไดโนเสาร์กลับหายไปนาน แล้วไปเน้นเล่าเรื่องตัวละครมนุษย์มากเกินไป ช่วงที่ตัวละครหลบภัยอยู่บนเกาะก็ดูไม่ค่อยสมจริง การไล่ล่าระหว่างไดโนเสาร์กับมนุษย์ก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล บางฉากไดโนเสาร์ดูฉลาดราวกับดักทางคนได้ทุกทาง แต่พอล่าเหยื่อไม่สำเร็จกลับเดินจากไปง่ายๆ ซะงั้น สรุปคือเนื้อเรื่องเน้นไปทางการเดินทางของตัวละครมนุษย์มากเกินไปจนรู้สึกขัดกับชื่อเรื่อง"Jurassic World" ค่ะ แถมไดโนเสาร์กลายพันธุ์ตัวบอสใหญ่ในภาคนี้ก็มีหน้าตาเหมือนเอเลี่ยนผสมกับพรีเดเตอร์ หรือไม่ก็ไคจูไปเลย ทำให้หนังดูเป็นหนังสัตว์ประหลาดเอเลี่ยนไปเต็มๆ เรียกได้ว่าสู้ภาคก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ

นักแสดงและบทบาท “แย่งซีนจนไม่รู้จะโฟกัสใคร”

มาที่ส่วนของนักแสดงและบทบาทของตัวละคร เนเรซรู้สึกว่าตัวเด่นเยอะเกินไป จนไม่รู้จะโฟกัสใครก่อนดีค่ะ แต่ที่โดดเด่นคือน้องที่เล่นเป็น “อิซาเบลล่า” ค่ะ เธอเข้าถึงอารมณ์และสื่อสารอารมณ์ได้ชัดเจนมาก ส่วน “ดร.เฮนรี” (ตัวหลัก) ก็ถ่ายทอดบทบาทนักวิทยาศาสตร์ได้อย่างสมจริง มีฉากหนึ่งที่เนเรซชอบมากคือฉากที่ดรกำลังดึงเลือด DNA ออกจากไข่ไดโนเสาร์ แล้วบอกเหตุผลในการเก็บตัวอย่าง DNA ของไดโนเสาร์ยุคก่อนกาล 3 สายพันธุ์ให้ “โซรา” (ตัวละครหลักอีกคน) ได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของดร. ส่วนตัวละครโซรา ซึ่งเป็นตัวละครหลักเพศหญิง กลับยังเด่นไม่สุด แถม “ดันแคน” ที่ตอนแรกเหมือนจะไม่มีบทบาท แต่ตอนท้ายกลับกลายเป็นอัศวินขี่ม้าที่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยทุกคนให้หนีรอด (แม้สุดท้ายจะไม่ตายก็ตาม) สำหรับเนเรซมองว่าโดยรวมแล้วตัวละครมนุษย์ดูเหมือนจะแย่งกันเด่น แต่กลับกัน ไดโนเสาร์กลับไม่ค่อยเด่นเท่าไร รู้สึกว่าบทบาทตัวละครกับนักแสดงดูขัดกันไปนิดหน่อย ทำให้บางฉากบางมุมดูแข็งๆ ไปบ้าง เลยไม่ค่อยอินกับตัวละครเท่าที่ควรค่ะ

สรุป “ผิดหวังแต่ยังมีหวังในจักรวาลไดโนเสาร์”

เนเรซขอสรุปภาพรวมของหนังเรื่องนี้ว่ามันดูเหมือนหนังเกรดบีไปหน่อย เพราะมุมภาพค่อนข้างธรรมดา ทำให้ผิดหวังสำหรับแฟนๆ ที่ตั้งตารอ ซึ่งชื่อเรื่องคือ"Jurassic World: Rebirth" (จูราสสิค เวิลด์: กำเนิดชีวิตใหม่) แต่พอดูจบแล้วเนเรซกลับรู้สึกเหมือนอยาก "เกิดใหม่" จริงๆ เลยค่ะ ไม่ใช่ดูแล้วอินนะคะ แต่ดูแล้วอยากเกิดใหม่เพราะผิดหวังมากจริงๆ!

แต่ที่เนเรซยังให้คะแนนเท่านี้ เพราะยังชื่นชอบในจักรวาลไดโนเสาร์อยู่ค่ะ ถึงแม้จะผิดหวังไปหน่อย ก็ยังคงรอดูต่อไปในภาคหน้าค่ะ อีกส่วนที่ชอบในภาคนี้คือ โลเคชั่น ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่ถึงแม้สถานที่ถ่ายทำจะสวยงามแค่ไหน เนื้อเรื่องก็ไปไม่สุด อารมณ์แบบว่ามันไปได้อีกไกล ทำให้เป็นจุดบอดของเรื่องนี้

และอีกหนึ่งสิ่งที่เนเรซชอบมากที่สุดคือ"ไดโนเสาร์ตัวน้อย" ค่ะ อยากรู้ไหมคะว่ามันคือตัวอะไร ถ้าอยากรู้ทุกคนต้องไปชมค่ะ! ถ้าใครทราบแล้วมาช่วยคลายข้อสงสัยให้เนเรซทีค่ะ คือสงสัยมากว่าน้องมีประโยชน์อะไร พ่อแม่ของน้องไปไหน ทำไมทุกครั้งที่โผล่มาทำเนเรซใจละลายทุกที! เป็นไปได้ เนเรซอยากทะลุจออุ้มกลับมาเลี้ยงเลยค่ะ ใครที่อยากตกหลุมรักน้องไดโนเสาร์ตัวนี้เหมือนเนเรซ อย่าลืมไปชมกันนะคะ สามารถรับชมได้ที่โรงภาพยนตร์ทุกแห่งตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม เป็นต้นไป ได้คำตอบแล้วอย่าลืมมาบอกกันนะคะ

“MOVIE STATION”

โดย เนเรซ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...