โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

The Richest Man in Babylon บทเรียนการเงินจากคนรวยที่สุดในบาบิโลน

Wealth Me Up

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

ชีวิตหมุนวนจากเงินเดือนชนเดือนใช่หรือไม่? ฝันอยากมีอิสรภาพทางการเงินแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน คุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้อยู่คนเดียว และโชคดีที่มี “คู่มือ” ที่อยู่ยงคงกระพันมานับพันปีอย่าง “The Richest Man in Babylon” หนังสือคลาสสิกเล่มนี้ไม่ได้ซับซ้อน แต่ถ่ายทอดเคล็ดลับการสร้างความมั่งคั่งผ่านนิทานสนุกๆ จากนครบาบิโลนโบราณ อารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองสุดขีด แม้เวลาจะผ่านไปนานแต่หลักการยังใช้ได้จริงในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่อยากวางรากฐานการเงินให้มั่นคง ถ้าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตทางการเงินของตัวเอง มาดูกันว่าบทเรียนเหนือกาลเวลาจากบาบิโลนจะช่วยให้เป็นเศรษฐีในแบบตัวเองได้อย่างไร

“The Richest Man in Babylon” เขียนโดย George S. Clason หลักการสร้างความมั่งคั่งผ่านเรื่องเล่าในเมืองบาบิโลนโบราณ ซึ่งเป็นอารยธรรมที่รุ่งเรืองและมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือ แม้จะผ่านมากว่า 4,000 ปี หลักการเหล่านี้ยังคงใช้ได้ผลในปัจจุบัน และสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตคนไทยได้อย่างดี

ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น เศรษฐกิจผันผวน และภาระหนี้สินครัวเรือนไทยอยู่ในระดับสูง หลักการจากเมืองบาบิโลนโบราณเหล่านี้จะช่วยให้วางรากฐานทางการเงินที่มั่นคง สร้างความมั่งคั่ง และมีอิสรภาพทางการเงินได้ ไม่ว่าคุณจะมีรายได้ระดับไหน หรือเริ่มต้นจากจุดใด

“อาร์คาด” คนรวยที่สุดในบาบิโลน

เรื่องราวเริ่มต้นที่เมืองบาบิโลนโบราณ มีชายคนหนึ่งชื่อ อาร์คาด เขาเป็นที่รู้จักในฐานะ “คนรวยที่สุดในบาบิโลน” แต่ทราบหรือไม่ว่า อาร์คาด ไม่ได้เกิดมาร่ำรวย เขาเป็นเพียงคนทำงานทั่วไป ไม่ต่างจากสังคมไทยในปัจจุบัน ที่หลายคนมีรายได้แบบเดือนชนเดือน

วันหนึ่ง อาร์คาด ถูกเพื่อนถามถึงความลับที่ทำให้เขากลายเป็นคนรวย เขาจึงเปิดเผยกฎข้อแรกและสำคัญที่สุด คือ “เงิน 1 ส่วนใน 10 ส่วนของรายได้ทั้งหมด จงเก็บไว้เป็นของตัวเองก่อน”

นี่คือแนวคิด “จ่ายให้ตัวเองก่อน” ซึ่งหมายความว่า ทุกครั้งที่เราได้รับเงินเดือนหรือรายได้ใดๆ ให้หักออก 10% ทันที และเก็บไว้เป็นเงินออมของตัวเอง ก่อนที่จะนำไปใช้จ่ายอย่างอื่น

หมายความว่า ทุกคนอาจปรับใช้ได้ง่ายๆ ด้วยการตั้งระบบหักเงินเดือนอัตโนมัติเข้าบัญชีออมทรัพย์ หรือลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น กองทุนรวม กองทุน SSF, RMF หรือ PVD ทันทีที่ได้รับเงินเดือน จากนั้นค่อยบริหารค่าใช้จ่ายจากเงินที่เหลือ

อาร์คาด พูดกับเพื่อนว่า “ไม่สำคัญว่าเรามีรายได้มากน้อยแค่ไหน แม้แต่คนที่มีรายได้น้อย ถ้าเริ่มต้นออม 10% อย่างสม่ำเสมอ ในระยะยาวจะสร้างความมั่งคั่งได้มากกว่าคนที่มีรายได้สูง แต่ใช้จ่ายหมดไม่เหลือเก็บ” คล้ายๆ สำนวนไทยที่ว่า “เก็บเล็กผสมน้อย”

บันซีร์คนขายตะกร้า

ต่อมาเป็นเรื่องของบันซีร์ เพื่อนสนิทของอาร์คาด บันซีร์เป็นเพียงคนขายตะกร้าที่มีรายได้น้อย แต่เขาปฏิบัติตามคำแนะนำของอาร์คาดด้วยการเก็บออม 10% ของรายได้ทุกเดือน แต่บันซีร์ไม่ได้แค่เก็บเงินไว้เฉยๆ เขาได้เรียนรู้หลักการสำคัญอีกข้อหนึ่ง คือ “ให้เงินทองทำงานแทนเรา” หรือการนำเงินออมไปลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม

บันซีร์พบช่างทองคนหนึ่งที่ต้องการเงินทุนในการซื้อทองคำเพื่อนำมาผลิตเครื่องประดับ เขาจึงนำเงินออมไปให้ช่างทองกู้ยืมโดยได้รับผลตอบแทนเป็นส่วนแบ่งจากกำไร นี่คือการลงทุน และทำให้เงินของบันซีร์งอกเงยขึ้นมาก

แต่บันซีร์เน้นย้ำเรื่องความรอบคอบในการลงทุน เขาปรึกษาผู้รู้และศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ ไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจ เพราะ “เงินทองเป็นของหายาก อย่าทำให้หายไปในมือของคนที่ไม่รู้จักค่าของเงิน”

การจัดการหนี้สินของแมทธอน

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ เรื่องของ แมทธอน ชายที่จมอยู่ในวังวนของหนี้สิน

แมทธอนเป็นชายหนุ่มที่มีรายได้ดี แต่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว มีหนี้สินมากมาย จนเจ้าหนี้ติดตามทวงหนี้และข่มขู่จะจับเขาเป็นทาส เขาจึงขอคำปรึกษาจากผู้รู้ชื่อ เดยัส โดยเดยัสแนะนำให้แมทธอนทำสิ่งนี้

1. แบ่งรายได้เป็น 10 ส่วนเท่าๆ กัน

2. ใช้ 7 ส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น

3. ใช้ 2 ส่วนเพื่อชำระหนี้ทั้งหมด โดยแบ่งจ่ายให้เจ้าหนี้แต่ละรายตามสัดส่วนที่เหมาะสม

4. เก็บไว้ 1 ส่วนเป็นเงินออมของตัวเอง

นี่คือแนวคิดที่สามารถนำมาปรับใช้กับปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยซึ่งอยู่ในระดับสูงเกือบ 90% ของ GDP ในปัจจุบัน แทนที่จะพยายามชำระหนี้ทั้งหมดจนไม่เหลือเงินออม ให้วางแผนชำระหนี้อย่างมีระบบ พร้อมกับสร้างนิสัยการออมไปด้วย

หากมีหนี้หลายก้อน อาจใช้วิธีชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน หรือหาทางปรับโครงสร้างหนี้ เช่น การรวมหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และที่สำคัญ คือ พยายามไม่ก่อหนี้เพิ่ม โดยเฉพาะหนี้เพื่อการบริโภคที่ไม่จำเป็น

บทเรียนเรื่องโชคและการเตรียมพร้อม

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของ โอลด์ คาลบาส พ่อค้าอูฐที่สอนบทเรียนสำคัญเรื่องโชคและการเตรียมพร้อม

วันหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งมาบ่นกับคาลบาสว่า ตนไม่มีโชคในชีวิต ทำงานหนักแต่ไม่เคยรวย คาลบาสจึงเล่าเรื่องของตนเอง ว่าครั้งหนึ่งเขาพบเบาะแสเกี่ยวกับขุมทรัพย์ในทะเลทราย

คนอื่นๆ ที่ได้ยินเบาะแสเดียวกันรีบออกเดินทางไปทันที แต่คาลบาสใช้เวลาเตรียมตัว เตรียมเสบียง น้ำ และศึกษาเส้นทางอย่างละเอียด เมื่อเขาออกเดินทาง เขาพบคนที่ออกไปก่อนหน้านอนตายอยู่ในทะเลทราย เพราะไม่ได้เตรียมตัวให้พร้อม ส่วนคาลบาสสามารถเดินทางถึงขุมทรัพย์และนำกลับมาได้อย่างปลอดภัย

คาลบาสสรุปว่า “โชคมักเข้าข้างคนที่เตรียมพร้อม” เช่นเดียวกับการเงิน โอกาสมักมาพร้อมกับการเตรียมตัว คนที่มีเงินออม มีความรู้ด้านการลงทุน และไม่มีภาระหนี้สินล้นพ้นตัว จะพร้อมคว้าโอกาสเมื่อมันมาถึง

ในบริบทของคนไทย เราอาจเห็นได้ชัดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ คนที่มีการวางแผนการเงินที่ดี มีเงินสำรองฉุกเฉิน จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ และบางคนยังสามารถหาโอกาสจากวิกฤต เช่น ซื้อสินทรัพย์ราคาถูกในช่วงตลาดตกต่ำ

ไม่ต้องรอให้รวยก่อนถึงจะวางแผนการเงิน หนังสือคลาสสิก The Richest Man in Babylon เผยเคล็ดลับสู่ความมั่งคั่งผ่านนิทานเปรียบเทียบจากบาบิโลนโบราณ พิสูจน์แล้วว่าหลักการง่ายๆ เหล่านี้ใช้ได้ผลจริงทุกยุคสมัย

หัวใจสำคัญ คือ การ“จ่ายให้ตัวเองก่อน” ด้วยการออมอย่างน้อย10% ของรายได้ ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่าย นำเงินไปลงทุนอย่างเหมาะสม และปกป้องเงินออม นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงการสร้างทรัพย์สิน การวางแผนเพื่ออนาคต และการพัฒนาความสามารถในการหารายได้อย่างต่อเนื่อง

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...