โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTIS เผยควอเตอร์แรกปีนี้ เยื่อกระดาษ–โรงไฟฟ้าชีวมวลโตเด่น ลุ้นรายได้หลักน้ำตาลไตรมาส 3–4 หนุนครึ่งปีหลัง

StockRadars

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 11.41 น.

KTIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 (ม.ค.–มี.ค.) ธุรกิจเยื่อกระดาษและโรงไฟฟ้าชีวมวลเติบโตโดดเด่น รายได้เพิ่มขึ้น 73.5% และ 23.1% ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจน้ำตาลเตรียมรับรู้รายได้เพิ่มในครึ่งหลังของปีจากปริมาณน้ำตาลที่สูงขึ้น 31.4% พร้อมรอจำหน่ายกากน้ำตาลกว่า 160,000 ตัน มูลค่ารวมกว่า 560 ล้านบาท หนุนภาพรวมรายได้ทั้งปีเติบโตต่อเนื่อง

นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจน้ำตาล และผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2568 (ม.ค.–มี.ค.) บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,093.5 ล้านบาท โดยสายธุรกิจที่มีการเติบโตของรายได้สูง ได้แก่ ธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษจากชานอ้อย รายได้เพิ่มขึ้นถึง 73.5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และสายธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล รายได้เพิ่มขึ้น 23.1%

สำหรับสายธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทราย ซึ่งในฤดูการผลิตปี 2567/68 สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้ประมาณ 6.7 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้น 31.4% เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำตาลทรายที่ผลิตได้ในปี 2566/67 จะได้รับผลบวกนี้ชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 – 4 (เมษายน – กันยายน 2568) ตามการทยอยส่งมอบน้ำตาลส่งออก

ผลผลิตอ้อยโตเหนือค่าเฉลี่ย รับแรงหนุนกลยุทธ์หนุนชาวไร่ แบ่งรายได้ยั่งยืน

ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายของกลุ่ม KTIS ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของการเติบโตของผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทั่วประเทศ สะท้อนถึงความสำเร็จในการส่งเสริมและสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และเครื่องมือต่างๆ ให้กับชาวไร่อ้อยคู่สัญญาของกลุ่ม KTIS เพื่อให้ได้ผลผลิตอ้อยต่อไร่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับชาวไร่อ้อยที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายน้ำตาล 70% อีก 30% เป็นส่วนแบ่งของโรงงานน้ำตาล

“ปริมาณผลผลิตอ้อยที่เพิ่มขึ้นทำให้มีวัตถุดิบเข้าสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเติบโตที่ดีของสายธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษชานอ้อย และโรงไฟฟ้าชีวมวล นอกจากนี้ ยังได้กากน้ำตาล (โมลาส) มากขึ้นด้วย โดยเพิ่มจาก 2 แสนตันเมื่อปีก่อน เป็นประมาณ 3 แสนตันในปีนี้ และยังคงเหลือสำหรับการจำหน่ายในไตรมาสที่ 3-4 อีกกว่า 1.6 แสนตัน เป็นมูลค่ากว่า 560 ล้านบาท ซึ่งจะสร้างผลกำไรที่ดีในครึ่งปีหลัง 2568” นายสมชายกล่าว

สำหรับธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100% ภายใต้บริษัท เอ็นไวรอนเม็นท์พัลพ์ แอนด์ แพคเกจจิ้ง จำกัด (EPAC) บริษัทในกลุ่ม KTIS ก็เป็นสายธุรกิจที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยจากการประเมินคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ๆ ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สาร PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) หรือที่เรียกว่า PFAS-Free ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดยุโรปและอเมริกา คาดว่าจะมีรายได้จาก EPAC ในปี 2568 นี้ ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...