โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปราบหนักบุหรี่ไฟฟ้า!! ทำบุหรี่เถื่อนโต-เฟคนิวส์ระบาด “หมอเอก” หวั่นผู้บริโภคได้รับผลกระทบ

สยามรัฐ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 11.29 น.

“หมอเอก” เผยนโยบายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นกำลังส่งผลทางลบ ทำตลาดบุหรี่เถื่อนขยายตัว เกิดเฟคนิวส์ระบาดว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นยาเสพติด หวั่นผู้บริโภคอาจตกเป็นเหยื่อของการตีความกฎหมายผิดพลาด จี้ รมต. สธ. ตรวจสอบคณะทำงานที่ควบคุมนโยบายควบคุมยาสูบ

วันที่ 18 ก.ค.68 นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ. เชียงราย และอดีตที่ปรึกษาคณะ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ “ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีความคึกคักของหลายหน่วยงานในการตามจับการขายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งผลการดำเนินการก็เหมือนกับว่าได้ผล ทำให้การขาย การสูบบุหรี่ไฟฟ้าลดลง แต่…ในขณะเดียวกัน ตลาดบุหรี่เถื่อนก็โตขึ้นมากเช่นเดียวกัน”

พร้อมแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวว่า “การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะเป็นการส่งเสริมการเจริญเติบโตของมูลค่าการขายของบุหรี่เถื่อน”

นอกจากนี้ “หมอเอก” ยังตั้งหมอเอกยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับสาร Etomidate ซึ่งถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โดยชี้ว่ามีหลายสื่อและเพจสาธารณะที่สร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ถูกประกาศให้เป็นยาเสพติดประเภท 2 ไปด้วย

“มีการแปลความผิด บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นยาเสพติดประเภท 2 เพราะมีสาร Etomidate เป็นส่วนผสม ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดไปว่า Etomidate เป็นสารประกอบหลักของบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งที่จริงแล้ว สารที่ถูกจัดเป็นยาเสพติดคือ Etomidate ซึ่งพบในสิ่งที่เรียกว่า ‘บุหรี่ซอมบี้’ ไม่ใช่นิโคตินที่มีอยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไป”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชน โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า “มีบางเพจบอกว่า ถ้าเจอคนสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะจับก่อน แล้วเอาน้ำยาไปตรวจ ถ้าเจอสารก็จะโดนอีกข้อหา มันทำให้สถานการณ์เละเทะไปใหญ่ เพราะความเข้าใจผิดของผู้บังคับใช้กฎหมาย บางคนก็อาศัยช่องนี้หาผลประโยชน์โดยมิชอบ เช่น การรีดไถและข่มขู่”

ซึ่งหมอเอกได้เข้าไปตอบคอมเม้นท์ดังกล่าวว่า “จากเดิมที่ กมธ. หลายคณะเห็นตรงกันว่าผู้ครอบครองไม่มีความผิด แต่การทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารเสพติดตัวนี้ อาจทำให้ยัดข้อหายาเสพติดได้!! น่ากังวลมากๆ”

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของผู้สื่อข่าวพบว่า Etomidate เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างแรง ถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ใช้เฉพาะทางการแพทย์ เช่น ระงับความรู้สึกในห้องผ่าตัด และหากนำไปใช้ผิดวิธีหรือใช้เกินขนาด อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ โดยมีรายงานการนำไปใช้เป็นสารเสพติดและใช้มอมเหยื่อ จึงต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด

ในขณะที่ บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะมีสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีผลต่อร่างกาย แต่ไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มยาเสพติดหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทแบบเดียวกับ Etomidate โดยมีมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย เพื่อเป็นทางเลือกในการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่แบบดั้งเดิม

“หมอเอก” ทิ้งท้ายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค NCDs ว่า “บุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่กลับถูกควบคุมแบบไม่ครบถ้วนทุกมิติ ถ้ายังทำแบบเดิมๆ ก็ยิ่งจะทำให้ปัญหายิ่งพันยุ่งเหยิง” พร้อมจี้ให้มีการตรวจสอบกลุ่มคนที่ทำงานด้านการควบคุมยาสูบให้มีความโปร่งใส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...