โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ เร่งเครื่องปราบธุรกิจผิด กม. สร้างกติกาเป็นธรรม

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 21.24 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.01 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 10 มิ.ย.- นายกฯ ระบุปัญหาธุรกิจต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายส่งผลกระทบโดยตรงกับคนไทย ลั่นไม่ใช่แค่ “จับผิด” หรือ “ปราบ” อย่างเดียว แต่คือการสร้างกติกาที่เป็นธรรมให้ทุกคน พร้อมเร่งดำเนินการ 5 ประเด็นสำคัญ

นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามมาตรการป้องกันปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ว่า ต้องเรียนตามตรงค่ะว่าปัญหาธุรกิจต่างชาติฝ่าฝืนกฎหมายไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่สะสมมายาวนาน และส่งผลกระทบโดยตรงกับคนไทย ทั้งในฐานะผู้บริโภค ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “จับผิด” หรือ “ปราบ” อย่างเดียว แต่คือการสร้างกติกาที่เป็นธรรมให้กับทุกคน

วันนี้ดิฉันได้เรียกประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในการจัดการธุรกิจเหล่านี้ โดยเฉพาะกรณี ‘การสวมสิทธิ์สินค้าไทย’ และ ‘การลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย’ ที่ต้องเร่งจัดการอย่างจริงจัง

โดยมี 5 ประเด็นที่เรากำลังเร่งดำเนินการ มีดังนี้ 1. จัดการ บริษัทนอมินี ที่ใช้คนไทยบังหน้า แต่ต่างชาติเป็นผู้ควบคุมจริง 2. ตรวจเข้ม มาตรฐานสินค้า เพราะประชาชนไม่ควรต้องเสี่ยงกับสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ 3. แก้ปัญหา การสวมสิทธิ์สินค้าไทย เพราะแบรนด์ไทยต้องไม่ถูกฉวยโอกาส 4. ตรวจสอบ โรงงานต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายในนิคมอุตสาหกรรม 5. ปราบปรามการ ถ่ายลำสินค้า ช่องโหว่สำคัญของการลักลอบนำเข้าหนีภาษี

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ผลการดำเนินงานล่าสุด การแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงมหาดไทย

  • เก็บภาษี VAT จากสินค้านำเข้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ได้แล้ว 1.87 ล้านบาท (ก.ค. 67 – พ.ค. 68)
  • ดำเนินคดีสินค้าไม่ได้มาตรฐานไปแล้วกว่า 57,739 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,287 ล้านบาท (ข้อมูล ก.ย. 67-พ.ค. 68)
  • ตรวจสอบสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ในมาตรการ Notice & Takedown กว่า 38,473 รายการ แจ้งเตือน 15,256 รายการ/เว็บไซต์ โดยได้ดำเนินการถอดสินค้าที่ผิดกฎหมายออกไปแล้วกว่า 14,967 รายการ/เว็บไซต์

นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในการ ปิดช่องโหว่ทางการค้า อย่างเป็นระบบ

“ดิฉันขอย้ำว่า เราไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เพราะอยากปราบใครเป็นรายๆ แต่เพราะเราเชื่อว่า ประเทศไทยควรมีระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส แข่งขันได้ และให้ความเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกัน และดิฉันจะติดตามความคืบหน้านี้อย่างใกล้ชิดต่อไป” .-316 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...