โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

นักวิชาการ มข.เตือนสติ รัฐประหารไม่ใช่ทางออก หากทำบ่อย ไทยจะเป็นเมียนมาร์ แห่งที่ 2 อาเซียน

สยามรัฐ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.18 น.

นักวิชาการ มข.เตือนสติ รัฐประหารไม่ใช่ทางออกหากทำบ่อย ไทยจะเป็นเมียนมาร์ แห่งมี่ 2ของอาเซียน พร้อมแนะรัฐหาทางออก ปมพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ดีที่สุดคือการเจรา

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่10 มิ.ย. 2568 ที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ผศ.ดร.กฤชวรรธน์ โล่ห์วัชรินทร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิจัย และการต่างประเทศ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดกระแสเรียกร้องจากคนบางกลุ่มให้มีการปฏิวัติรัฐประหาร หลังจากไม่พอใจการแก้ปัญหาของรัฐบาลกรณีข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยกัมพูชา ทั้งนี้โดยส่วนตัวมองว่า การรัฐประหารไม่ใช่กลไกปกติและสังคมโลกไม่ยอมรับ และไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา ที่ผ่านมาพวกเรามีบทเรียนรัฐประหารหลายครั้ง ควรจะตระหนัก และไม่ควรเกิดขึ้นอีกในประเทศไทย ไม่ควรแก้ปัญหาทางรัดโดยการเรียกร้องให้มีการเกิดรัฐประหาร เพราะจะนำไปเทศกลับไปสู่ความล้าหลังอีกครั้ง

"ส่วนตัวมองว่ามีความพยายามเบื้องหลังทำให้เรื่องทุกอย่างเร่งเร้าให้เกิดรัฐประหาร ส่วนจะเกิดหรือไม่เกิดมันมีหลายองค์ประกอบ ถ้ารัฐบาลจัดการปัญหาอื่นที่ไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา มันจะกลายเป็นเหตุผล หรือข้ออ้างในการรัฐประหาร ซึ่งไม่ควรทำ ถ้าถามว่ากลัวประประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ ส่วนตัวก็กลัวเสมอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น ขอให้ทุกคนตั้งสติ และแก้ปัญหาตามกลไกลปกติ อย่าใช้ทางรัดในการแก้ปัญหา เพราะไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เรามีประสบการณ์รัฐประหารปี2549 สุดท้ายความขัดแย้งก็ไม่ได้หายไป ประเทศไทยควรจะมีการเรียนรู้"

ผศ.ดร.กฤชวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเราเห็นการตอบโต้ด้านยุทธศาสตร์ที่ทันควันของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะการปิดด่านชายแดน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นรัฐบาลปล่อยให้กัมพูชาออกหมัดเด็ดต่อยเราหลายครั้ง ทำให้เกิดความไม่พอใจ เชื่อว่าปัญหานี้คงไม่ไปถึงขั้นเกิดสงคราม หรือต่อให้ประเทศไทยจะใช้กำลังทางทหารที่เหนือกว่าก็ไม่ได้เกิดผลดี อาจจะถูกสายตาชาวโลกมองว่า รังแกประเทศเพื่อนบ้านอ่อนแอ สุดท้ายการเจรจาด้วยสันติวิธีคือทางออกที่ดีที่สุด

"มีความพยายามที่จะทำให้เรื่องปัญหาทุกอย่างเร่งเร้าให้เกิดรัฐประหารแต่จะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ถ้ารัฐบาลจัดการเรื่องพรมแดนไม่ได้ จัดการเรื่อง สว. ไม่ได้ จัดการเรื่องชั้น 14 ไม่ได้หรือเรื่องเศรษฐกิจเจรจากับ โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯไม่ได้ บริหารนโยบายอื่นๆไม่สามารถขับเคลื่อนได้เลย ถ้า 5-6 อย่างทำไม่ได้มารวมกันคิดว่าเหตุผลที่จะใช้อ้างว่าประเทศไม่ไปไหน ซึ่งการยุบสภาเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมายคิดว่าเป็นทางออกเสมอแต่จะเป็นทางออกของคนบางกลุ่มอยากเห็นหรือไม่ คิดว่าจะเลวแค่ไหน ไม่มีประสิทธิภาพเพียงใดสามารถที่จะยุบสภาฯได้ นายกรัฐมนตรี ลาออกได้ ใช้กลไกที่มีอยู่ตามระบบ จะยุบสภาวันนี้ได้พรรคเดิมกลับมาอีกแต่คิดว่าต้องมีการปรับตัวให้ดีขึ้นบ้าง จะรอไปอีก 20 ปี ก็ต้องรอคุ้มค่าที่จะรอไม่งั้นถ้าเลือกที่จะรัฐประหารบ่อยๆ ไทยก็กลายเป็นเมียนมาร์ที่ 2 ของอาเซียน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...