โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฆษกรัฐบาล ย้ำ 14 มิ.ย.นี้ คุย JBC ยันไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 05.28 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 10 มิ.ย.-โฆษกรัฐบาล เผย “ภูมิธรรม-มาริษ” รายงาน ครม. สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเจรจากัมพูชากลบคูเลต พร้อมปรับกำลังกลับที่ตั้งเดิม ย้ำ 14 มิ.ย.นี้ คุย JBC ต่อ ยืนยันไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก ระบุบางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยได้ทุกขั้นตอน ย้ำยึดประโยชน์-ความปลอดภัยของประชาชนและประเทศเป็นหลัก

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ 10 มิ.ย. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ว่า การแก้ไขปัญาชายแดน ไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยได้ในทุกขั้นตอนของการเจรจา แต่รัฐบาลได้ยึดประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนและประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ผลการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ในการเจรจา ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการให้พื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี กลับไปอยู่ในสภาพเดิมเหมือนเช่นเมื่อปี 2567 โดยรัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการตามการเจรจาของรัฐบาลไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยได้กลบคืน“คูเลต”(แนวสนามเพลาะ) คืนสู่สภาพเดิม และปรับกำลังกลับไปอยู่ในที่ตั้งเดิม ตามข้อตกลง MOU 43 ทั้งนี้ รัฐบาล พร้อมร่วมประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Boundary Commission – JBC) ในวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน นี้

นายจิรายุ ยังกล่าวว่า พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยัน ว่าประเทศไทยยืนยันไม่รับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ( ICJ ) หรือศาลโลก ส่วนการแก้ไขปัญหาชายแดนได้เสนอให้ ไม่มีการปิดด่านถาวร โดยเน้นหลักการ เรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยได้ลำดับความสำคัญ เช่น การจำกัดคนเข้า-ออก จำกัดเวลาปิด การปิดบางจุด หรือปิดตลอดแนว ตามสถานการณ์ความเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย

นอกจากนี้ นายจิรายุ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการต่อว่า ในการจัดทำโครงการต่างๆ และการพิจารณางบประมาณขณะนี้ ซึ่งมีการพิจารณางบประมาณที่สำคัญ ในหลายส่วน ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้มีมติรับหลักการวาระ 1 ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ไปแล้ว เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการ

ในส่วนของงบกลางปี 2568 สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ รวมถึงงบกลางต่าง ๆ ที่แต่ละกระทรวงได้เสนอมา และอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณนั้น นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกกระทรวง มีการพิจารณางบประมาณและโครงการที่เสนอของบประมาณด้วยความละเอียดรอบคอบ ตลอดจนผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน จากสำนักงบประมาณและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ว่า “การกระทำด้วยประการใด ๆ ที่ มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้“ ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ที่ผ่านการอนุมัติของ ครม. เป็นไปด้วยความรอบคอบ ถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อกฎหมาย.-316.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...