มรดกจากพ่อ สานต่อด้วยรัก: ‘คอนแทรคฟาร์มมิ่ง’ อาชีพที่สร้างชีวิตให้ยั่งยืน
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 05.59 น. • The Bangkok Insightเคยสงสัยไหมว่า อาชีพเกษตรกรในวันนี้ มีอะไรที่แตกต่างจากที่เราเคยรู้จักบ้าง
วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเรื่องราวดี ๆ ของครอบครัว "นครไธสง" ที่จังหวัดนครราชสีมา ที่เปลี่ยนภาพการเลี้ยงหมูให้กลายเป็น "มรดกอาชีพ" ที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สร้างความมั่นคงและความภาคภูมิใจให้กับคนในครอบครัว
จากคุณพ่อสมจิต สู่ลูกชายเด่นชัย ความสำเร็จที่ส่งต่อไม่สิ้นสุด
ย้อนกลับไปในปี 2542 พ่อสมจิต และ แม่หนูเพ็ญ นครไธสง เริ่มต้นเลี้ยงหมูขุนกับซีพีเอฟ เริ่มต้นบนที่ดินเช่า ด้วยความมุ่งมั่น และวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร
ในสมัยนั้น การเลี้ยงหมูในรูปแบบฟาร์มเลี้ยงยังไม่เป็นที่นิยม ที่เลี้ยงกันอยู่ส่วนใหญ่ เป็นการเลี้ยงหมูหลังบ้าน บ้านละไม่กี่ตัวไว้บริโภค และขายให้พ่อค้าคนกลาง
แต่พ่อสมจิตกลับมองเห็นโอกาสจากความมั่นคงของซีพีเอฟ ที่เข้ามาแนะนำรูปแบบการเลี้ยงใหม่ ๆ
เขาศึกษาข้อมูลการเลี้ยง ประกอบกับความคิดที่ว่า ถึงอย่างไรคนก็ชอบทานหมู ความต้องการบริโภคที่ไม่เคยหมด และนับวันยิ่งจะมากขึ้น จึงตัดสินใจลงทุนเลี้ยงหมูในระบบเปิด ใน โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรขุนแก่เกษตรกรรายย่อย หรือคอนแทรคฟาร์มมิ่ง กับซีพีเอฟเป็นรายแรกใน ตำบลทับสวาย อำเภอห้วยแถลง โดยมี เด่นชัย ลูกชายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ
จากฟาร์มเปิดเล็ก ๆ ที่เลี้ยงเพียง 400 ตัว พ่อสมจิต และครอบครัว ก็ได้เรียนรู้ และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีซีพีเอฟเป็นผู้สนับสนุน ทั้งเรื่องเทคโนโลยี และวิชาการใหม่ ๆ ที่นำมาปรับใช้ในการเลี้ยงหมู
จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้รายได้ก้าวกระโดด นั่นคือการเปลี่ยนมาเลี้ยงหมูใน "ระบบฟาร์มปิด" ที่ทันสมัยมากขึ้น ความมั่นคงที่เห็นชัดเจนตรงหน้า ทำให้พ่อสมจิตกล้าที่จะขยับขยายฟาร์มบนที่ดินของตัวเอง นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของมรดกที่แท้จริง!
เด่นชัย นครไธสง: คนรุ่นใหม่ที่สานต่ออาชีพของพ่อ พร้อมต่อยอดสู่ความมั่นคง
เด่นชัย นครไธสง วัย 47 ปี ลูกชายของพ่อสมจิต แม้จะเรียนจบ ปวส. ช่างไฟฟ้ากำลัง ทำงานในบริษัทผู้ผลิต และพัฒนาฮาร์ดดิสก์ แต่เขากลับเลือกที่จะสานต่ออาชีพ ที่พ่อกับเขาร่วมกันสร้างมา ด้วยความเข้าใจในระบบ "คอนแทรคฟาร์มมิ่ง" อย่างลึกซึ้ง เขาไม่ได้แค่เลี้ยงหมูให้ดี แต่ยังต่อยอดความสำเร็จให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก
"ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าถ้าผมกับแฟนทำงานโรงงานก็คงได้กินไปวัน ๆ ไม่มีอนาคต พอตอนแก่จะทำอะไรเลี้ยงตัว เมื่อหันกลับมามองที่พ่อของเรา ที่เลี้ยงหมูเป็นอาชีพ ที่เลี้ยงครอบครัวของเรา ให้มีกินมีใช้มาจนทุกวันนี้ ผมจึงตัดสินใจออกมาสร้างฟาร์มในที่ดินของตัวเอง และขยายการเลี้ยงหมูขุนเป็น 650 ตัว"
เมื่อถามว่าอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเด่นชัย
เขาบอกว่ามีหลายปัจจัยด้วยกัน ตั้งแต่ ผลการเลี้ยงที่ดีเยี่ยม การันตีด้วยคุณภาพหมูขุน อาหาร การจัดการตามมาตรฐานของบริษัท ฟาร์มต้นแบบเกษตรผสมผสาน
เด่นชัยใช้พื้นที่ฟาร์มที่เหลือทำ แปลงเกษตรผสมผสานแบบไม่ใช้สารเคมี โดยใช้ ปุ๋ยจากมูลสุกร สร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวกว่า 360,000 บาทต่อปี แถมยังเป็นต้นแบบให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนมาดูงาน และยังได้รับรางวัลระบบมาตรฐาน GAP
แปลงหม่อนไหม และโรงเลี้ยงไหมที่ริเริ่มจากคุณแม่กลายเป็นอาชีพเสริมของครอบครัวอีกด้วย ทั้งยังประหยัดพลังงานด้วยโซลาร์ เซลล์ ซึ่งที่ฟาร์มติดตั้งขนาด 10kw ช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 30-40% ถือเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่าในระยะยาว
ไม่ใช่แค่ใช้เอง แต่เขายัง แบ่งปันน้ำปุ๋ยจากฟาร์มสู่เกษตรกร และชุมชนรอบข้าง ได้นำไปใช้ประโยชน์ ลดค่าปุ๋ยเคมี มีน้ำใช้ลดความเสี่ยงภัยแล้ง ได้ผลผลิตเพิ่ม
"อาชีพนี้ทำให้ผมไปสู่อีกอาชีพหนึ่ง การเลี้ยงหมูมีขี้หมู ไร่ข้าง ๆ เป็นที่ของเรา แม่ก็ทำอาชีพเลี้ยงไหม ผมเอาปุ๋ยจากมูลสุกรไปรดไร่อ้อย ปลูกหม่อน นี่คือการเชื่อมโยงอาชีพให้เป็นวงจรที่เกื้อกูลกันอย่างแท้จริง"
คอนแทรคฟาร์มมิ่ง: อาชีพมั่นคง สานต่อมรดกอาชีพที่ยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้ครอบครัวนครไธสงมั่นใจในอาชีพนี้คือ "ความมั่นคง" ของระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับซีพีเอฟ
"เรามีบริษัทที่เรามั่นใจกับซีพี ยังไงก็ไม่ทิ้งเรา ของที่เราผลิตคืออาหารไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย คนต้องกินทุกวัน"
การเลี้ยงหมูในระบบนี้ ไม่เพียงแต่มีรายได้ที่พอใจ แต่ยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเลี้ยงเองทั้งหมด มีทั้งสัตวแพทย์ และทีมงานจากซีพีเอฟเข้ามาดูแลสุขภาพหมูอย่างใกล้ชิด มีการพัฒนาการเลี้ยง และระบบการป้องกันโรคให้ทันสมัยอยู่ตลอด
อีกอย่างที่บางคนอาจไม่รู้คือ คนเลี้ยงหมูทำงานในที่ร่ม ทำงานในโรงเรือน EVAP หมูเย็นคนก็เย็น เขาไม่ต้องเหนื่อยกับการทำงานกลางแจ้ง เหมือนอย่างการทำไร่เป็นอาชีพของครอบครัวอย่างในอดีต
ครอบครัวนครไธสงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อาชีพเลี้ยงสุกรขุนแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ไม่ใช่แค่การทำเกษตร แต่คือการสร้างชีวิต สร้างรายได้ สร้างความมั่นคง และที่สำคัญที่สุดคือการ "สร้างมรดกอาชีพ" ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า ส่งต่อความสำเร็จ และความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน
พ่อสมจิต ในวัย 72 ปี วันนี้ยังคงเข้ามาช่วยลูก ๆ ดูแลหมู อาชีพที่รัก เขาภูมิใจที่อาชีพเลี้ยงหมูสามารถส่งลูกทั้งสองคนเรียนหนังสือจนจบ คนหนึ่งรับช่วงต่ออาชีพนี้ได้อย่างมั่นคง ส่วนลูกอีกคนจบปริญญาโท และได้เข้ารับราชการ
การเลี้ยงหมูสำหรับเขา จึงเป็นอาชีพที่สร้างคน รับใช้ประเทศชาติต่อไป และตอนนี้เด่นชัยก็กำลังส่งต่อมรดกอาชีพ ความรู้ และความรักในอาชีพให้กับลูก ๆ ได้เข้ามาสัมผัส และเรียนรู้กระบวนการเลี้ยงหมู ซึมซับและรักในสิ่งที่ทำ เหมือนกับที่เขาได้รับจากคุณพ่อสมจิตเช่นกัน
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อนุวัฒน์ ศรีโฉม' เก็บเกี่ยวประสบการณ์ 10 ปี เดินหน้าอาชีพ 'คอนแทรคฟาร์มมิ่ง' เลี้ยงหมูกับซีพีเอฟ
- 'ซีพีเอฟ' ย้ำเลี้ยงหมูตามมาตรฐานสากล ผ่านการตรวจสารตกค้าง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
- คอนแทรคฟาร์มเลี้ยงหมู พลิกชีวิต 20 ปี 'บุญเกิดฟาร์ม' บทพิสูจน์ ซีพีเอฟสร้างอาชีพมั่นคง หนุนเกษตรยั่งยืน
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg