โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จักบิดาแห่งระเบิดปรมาณูก่อนดู ‘Oppenheimer’ หนังใหม่ของคริสโตเฟอร์ โนแลน

The MATTER

อัพเดต 20 ก.ค. 2566 เวลา 03.12 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2566 เวลา 03.00 น. • Brief

ชายผู้ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปนับแสน แต่ก็ช่วยคนที่ไม่สมควรตายได้นับล้าน!

แม้จะเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวลำดับที่ 12 ของผู้กำกับที่หลายคนเรียกกันเล่นๆ ว่า ‘เสด็จพ่อ’ แต่จริงๆ แล้ว Oppenheimer ก็เพิ่งจะเป็นหนังอัตชีวประวัติเรื่องแรกของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) เท่านั้น

ย้อนกลับไปเกือบ 2 ทศวรรษ โนแลนเคยหมายมั่นปั้นมือว่าจะทำหนังชีวประวัติของ โฮเวิร์ด ฮิวจ์ส (Howard Hughes) มหาเศรษฐีจอมมุทะลุ ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง ผู้กำกับชั้นครูอย่างมาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) ก็ดันชิงเล่าเรื่องของมนุษย์คนนี้ปาดหน้า หรือกระทั่งในDunkirk ที่แม้จะสร้างจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง ก็ยังไม่ได้จับภาพไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีตัวตนในประวัติศาสตร์ จึงทำให้การมาถึงของ Oppenheimer เป็นที่น่าจับตาของทั้งแฟนคลับโนแลนและผู้ที่สนใจในแวดวงวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

Oppenheimer คือนามสกุลของผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘Father of Atomic Bomb’ หรือ ‘บิดาแห่งระเบิดปรมาณู’ โดยชื่อเต็มๆ ของเขาคือ จูเลียส โรเบิร์ต ออพเพนไฮเมอร์ (Julius Robert Oppenheimer) นักวิทยาศาสตร์เชื้อสายเยอรมันที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนชะตากรรมของโลกทั้งใบในเวลาต่อไป

ออพเพนไฮเมอร์ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก ปี 1916 กับวัยเพียง 12 เขามีความเข้าใจทางด้านฟิสิกส์และเคมีในระดับยอดเยี่ยม ถึงขนาดได้รับการเชื้อเชิญจากสมาคมแร่วิทยาแห่งนิวยอร์กให้ไปบรรยาย โดยที่สมาชิกสมาคมไม่รู้เลยสักนิดว่าชายที่ถูกเชิญยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมเท่านั้น

ในวัยเพียง 19 ว่าที่นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ในสาขาวิทยาศาสตร์เคมี โดยเรียนได้ดีในทุกรายวิชา ทั้งยังสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครองด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปี และนอกเหนือจากความเก่งแล้ว ออพเพนไฮเมอร์ก็เฮงสุดๆ เพราะจบมาในยุคสมัยที่ความรู้ด้านฟิสิกส์กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน แถมประจวบเหมาะกับการมาถึงของสงครามโลกครั้งที่ 2 วิทยาการวิทยาศาสตร์ก็ยิ่งถูกคาดหวังว่าอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยย่นระยะเวลาสงครามให้สั้นลง และก็เป็นตอนนั้นเองที่ออพเพนไฮเมอร์เข้ามามีบทบาทในเรื่อง

แม้จริงๆ จะเป็นชาวเยอรมัน แต่ด้วยความที่ถือสัญชาติและอาศัยอยู่ในอเมริกามาโดยตลอด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ออพเพนไฮเมอร์ในบทบาทอาจารย์ฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ จะถูกชักชวนมาร่วมโปรเจ็กต์ลับที่ฝ่ายสัมพันธมิตรตั้งใจใช้โต้กลับกองทัพนาซีของฮิตเลอร์ โดยโปรเจ็กต์ดังกล่าวถูกเรียกว่า ‘Manhattan Project (โปรเจ็กต์แมนฮัตตัน)’

เจ. โรเบิร์ต ออพเพนไฮเบอร์ในตำแหน่งผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการทำการระดมพลนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิหลายสิบชีวิตเข้ามาช่วยพัฒนายุทโธปกรณ์ จนในที่สุด ผลการทดลองที่ทุกคนทุ่มเทแรงใจก็ออกผล และผลลัพธ์ของมันก็น่ากลัวในระดับที่ไม่มีใครในยุคนั้นจินตนาการได้

‘ระเบิดปรมาณู’ หรือ ‘Atomic Bomb’ ถูกตัดสายสะดือโดยชายที่ชื่อออพเพนไฮเมอร์ เขาตระหนักดีว่าอาวุธที่เขาและทีมร่วมพัฒนาจะสามารถกำหนดชะตากรรมของสงครามได้ในเสี้ยววิ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็รู้อย่างแจ่มชัดว่าเทคโนโลยีที่ถือครองอยู่จะเป็นอันตรายร้ายแรงเกินกว่าที่มนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหนควรเผชิญ

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์สหรัฐกำลังตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กองทัพของอเมริกา โดยเฉพาะบรรดานายพลก็เห็นชอบที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการต่อสู้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง และปลายทางก็เป็นอย่างที่ทุกคนรู้กันดี นั่นคือภาพการทำลายล้างบนเกาะฮิโรชิม่าและนางาซากิของประเทศญี่ปุ่น ที่กลายเป็นความบอบช้ำซึ่งเตือนใจมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยถึงความเลวร้ายของสงครามและอาวุธนิวเคลียร์

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 200,000 คน แต่ในอีกทางหนึ่งมันก็ช่วยให้สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงทันทีอย่างที่ออพเพนไฮเมอร์คาดการณ์ไว้

ชีวิตที่เหลือของบิดาแห่งระเบิดปรมาณูคือการจมอยู่กับความรู้สึกผิด แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำรักษาคนได้หลายชีวิต แต่มันก็คร่าครอบครัวของผู้บริสุทธิ์ไปอย่างไม่น่าให้อภัย ออพเพนไฮเมอร์จึงตัดสินใจรณรงค์ต่อต้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์จวบจนลมหายใจสุดท้ายของตัวเอง

เรื่องราวของออพเพนไฮเมอร์เตะตายอดผู้กำกับเข้าอย่างจัง โดยโนแลนเผยว่าได้นำหนังสือเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์อย่าง American Prometheus: The Triumph and Tragedy of J. Robert Oppenheimer มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ความยาว 180 นาที โดยคาดว่าเรื่องราวจะครอบคลุมตั้งแต่ช่วงแรกของสงครามโลกครั้งที่ 2 จนไปจบที่การสิ้นสุดของยุคสงครามเย็น หรือพูดง่ายๆ คือน่าจะพาผู้ชมไปสำรวจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทดลองจวบจนวันสุดท้ายที่ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดของออพเพนไฮเมอร์

ดูตัวอย่างOppenheimer ได้ที่

หนังเข้าฉายแล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

อ้างอิงจาก
https://ahf.nuclearmuseum.org/ahf/profile/j-robert-oppenheimer/

https://www.imdb.com/name/nm0634240/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...