โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โหลดเลย! แอพพ์ Bedee ไม่ใช่แค่ให้คำปรึกษา แต่มาแบบครบวงจร ดูแล 'องค์รวม' ไร้รอยต่อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 มิ.ย. 2566 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2566 เวลา 14.29 น.

โหลดเลย! แอพพ์ Bedee ไม่ใช่แค่ให้คำปรึกษา แต่มาแบบครบวงจร ดูแล ‘องค์รวม’ ไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ในงาน Thailand Healthcare 2023 “เกษียณสโมสร” มหกรรมสุขภาพ อันดับ 1 ของประเทศ ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 กรุงเทพมหานคร ในตอนหนึ่ง มีการบรรยายในหัวข้อ Health knowledge Telemed แบบครบวงจร มิติใหม่สำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน โดย พญ.มัญชุกร ลีละตานนท์ Physician Lead, BeDee Application โรงพยาบาล กรุงเทพ และผู้เข้าร่วมบรรยากาศเพิ่มเติม เภสัชกร นัทพล มะลิซ้อน Clinical Operations Lead และ น.ส.มุทิตา คำวิเศษณ์ Head of clinical operations ได้เข้ามาพูดคุยในเรื่อง Application Bedee ที่เข้ามาช่วยคุณเพื่อสุขภาพที่ง่ายขึ้น

พญ. มัญชุกร กล่าวว่า หลักการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม หลัก IFFE ได้แก่

I = Idea
มองตัวโรคของตัวเองว่าอย่างไร หากคนๆ หนึ่งเป็นเบาหวาน ก็จะสงสัยว่าหายได้หรือหายไม่ได้ แล้วควรปฏิบัติตัวอย่างไง

F = Feeling
รู้สึกอย่างไรที่เป็นโรคนี้แล้ว

F = Function
สิ่งที่ทำได้ในปัจจุบัน ดูแลตัวเองได้หรือไม่ เดินทางไปไหนมาไหนเองได้ไหม

E = Expectation
ความคาดหวังในโรคนี้ว่าจะหายหรือไม่ ทำความเข้าใจโรคที่เป็นอยู่มากขึ้น

“ในสิ่งแวดล้อมครอบครัว เขามีคนดูแลคนรอบข้างได้ไหม เขาจะมีคนพาเดินทางไปโรงพยาบาลไหม หรือว่าใครจะช่วยเหลือในการฉีดยาเบาหวาน ในกลุ่มเบาหวานที่จำเป็นต้องฉีดยา นอกจากที่จะให้คุณหมอได้คุยกับคนไข้ เราจะรักษาโรคนี้อย่างไรกันดี เขายังมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่ ดังนั้น ต้องมาคุยกันว่าสุดท้ายแล้วการกินอาหารก็ต้องมีการอะลุ้มอล่วยกันหน่อย เรียกว่า food exchange คนเป็นเบาหวาน

“สมมุติอยากกินทุเรียน ก็ต้องลดข้าวลงหน่อย มื้อนี้อาจจะกินทุเรียนทดแทนไปบ้าง ไม่สามารถที่จะกินเป็นลูกได้ เราก็จะมาช่วยกันจะทำยังไงให้เขารักษาสุขภาพเขาได้ดี รักษาชีวิตเขาได้ดี รวมถึงคนรอบข้างด้วย
ในปัจจุบันเทคโนโลยีที่เขามาช่วยจำนวนมาก อาทิ ตื่นขึ้นมาทุกคนมีโทรศัพท์ เช้ามาแน่นจมูก ก็สามารถเสิร์จหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตได้ ก็เป็นเทคโนโลยีเข้ามาช่วย และทางไลน์ก็มีเทคโนโลยีเขามาช่วย แต่ในส่วนทางนี้ ก็ต้องมีการเช็กข้อมูลอีกครั้ง

“ในส่วนของ Iot (Internet of Things) เช่น smart watch ก็เข้ามาช่วยคำนวณชีพจรและออกซิเจนได้ ความดัน เครื่องวัดน้ำตาล ในตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล สามารถวัดเองได้ เพราะเป็นการเก็บข้อมูลส่วนตัวขั้นพื้นฐาน สุดท้ายก็จะดูแนวโน้มของเราได้ ดูแลตัวเองมากแค่ไหน ข้อมูลจำพวกนี้สามารถส่งเข้าให้คุณหมอดูได้ และทำการประเมินออกมาได้” พญ.มัญชุกรกล่าว

เมื่อถามว่า ในส่วนของแพทย์ที่เข้ามาให้ปรึกษามีทั้งหมดมากน้อยเพียงใด พญ.มัญชุกรกล่าวว่า เกือบ 100 คน ประมาณ 12 สาขา ที่อยู่ในระบบ

“คุณหมอทั่วไป คุณหมอผิวหนัง คุณหมอหัวใจ คุณหมอระบบประสาท คุณหมอเบาหวาน คุณหมอต่อมไร้ท่อ คุณหมอกระดูก คุณหมอเวชศาสตร์พื้นฟู ทันตแพทย์จำนวนมาก ถ้าสมมุติว่าไปโรงพยาบาลมาแล้วคุณหมออธิบายไม่เข้าใจก็สามารถเข้ามาในแอพพลิเคชั่นได้ อาทิ ท่านที่เป็นเบาหวาน หากไม่แน่ใจเป็นหรือเปล่าก็สามารถปรึกษาหมอเพิ่มเติมก่อนดูได้ สมมุติว่าระดับน้ำตาล 126 ขึ้นไปก็ถือว่าเป็นผู้ป่วยเบาหวานแล้ว หากน้ำตาลสูงมากๆ ก็ต้องปรึกษาหมออย่างจริงจังมากขึ้น

“เบาหวานก็จะมีอาการเพิ่มเติม เช่น ตาเสื่อม ทำให้หลอดเลือดไม่ดี จอประสาทตาอาจจะเสื่อม สามารถเข้ามาปรึกษาหมอตาดูได้ก่อนพบหมอที่โรงพยาบาล และอาจจะมีแผลง่ายในผู้ป่วยเบาหวาน สามารถถามคุณหมอศัลยกรรมก่อนได้ว่าจะต้องมีการผ่าตัด หรือรักษาอย่างไร ก็จะครบวงจรในแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Bedee ได้เลย” พญ.มัญชุกรกล่าว

เภสัชกร นัทพล มะลิซ้อน กล่าวว่า ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนมีแอพพลิเคชั่นที่สามารถจัดแบ่งเวลาการกินยาได้ สามารถเอาไปให้คุณหมอดูได้ว่าเดือนนี้กินยาไปกี่วันก็จะสะดวกสบายมากขึ้นในการจดบันทึก

“การดูแลแบบองค์รวมก็จะมีเภสัชกรที่ดูแลเรื่องยาต่อจากคุณหมอ หากได้รับยาจากคุณหมอก็มีอาการ

ใจสั่น แพ้ยาหรือไม่ มีการสงสัยแพ้ยาหรือไม่ก็สามารถที่จะสอบถามเข้ามาได้ ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ แม้กระทั่งการไม่เข้าใจการกินยาบ้าง ก็จะแนะนำให้ถูกต้องได้

“นอกจากเภสัชกรก็จะมีนักโภชนาการอาหาร เช่น อยากกินทุเรียน กินได้แค่ไหน ก็สามารถปรึกษานักโภชนาการอาหารได้ ต้องได้แค่ไหน ต้องปรับเพิ่มอย่างไรบ้าง และมีนักจิตวิทยา การคลายเครียด อยู่บ้านคนเดียวเคลียด ลูกหลานไม่อยู่บ้านก็จะมี นักจิตวิทยาเข้ามาร่วมปรึกษาได้ เป็นหนึ่งทางเลือกที่ใช้บริการได้” เภสัชกร นัทพลกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...