รู้จัก 3 ตัวช่วย ลดหย่อนภาษี กองทุน SSF RMF Thai ESG
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 กันแล้ว มนุษย์เงินเดือนต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการวางแผน ลดหย่อนภาษี
หนึ่งในช่องการลงทุนที่น่าสนใจและเหมาะกับการนำเงินคืนภาษีมาลงทุนสร้างผลกำไรต่อยอดให้งอกเงยก็คือ การเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนรวมเพื่อการออม ( SSF) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
เพราะนอกเหนือจากโอกาสในการสร้างกำไรจากการลงทุนแล้ว กองทุนเหล่านี้ยังให้ประโยชน์และสิทธิ ลดหย่อนภาษี เพิ่มเติมอีกด้วย เรียกได้ว่าลงทุนครั้งเดียว ได้ประโยชน์ทางภาษีหลายเด้ง
"ข้อดีของการนำเงินคืนภาษีมาซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีต่อ ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีในปีต่อ ๆ ไป และยังเป็นการต่อยอดเงินที่ได้รับมาให้เพิ่มพูนขึ้นได้"
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเลือกลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีกองใด ก็ควรศึกษาเงื่อนไขของแต่ละกองทุนให้ละเอียด ตรวจสอบดูให้แน่ใจว่ามีความเสี่ยงตรงกับที่ตนเองสามารถยอมรับได้หรือไม่ และผลตอบแทนใกล้เคียงกับความคาดหวังหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าได้เลือกลงทุนในกองทุนที่มีความเหมาะสมกับตนเองแล้วจริง ๆ
SSF (Super Savings Fund)
SSF คือกองทุนที่ตอบโจทย์คนอยากออมเงินระยะยาว โดยลงทุนได้ในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนทองคำ และอสังหาริมทรัพย์
ข้อดีของกองทุนนี้คือ
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี (ไม่เกิน 200,000 บาท)
- ต้องถือครองกองทุน 10 ปี แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
- ลงทุนได้ทั้งในและต่างประเทศ
RMF (Retirement Mutual Fund)
RMF เหมาะสำหรับการวางแผนเกษียณ มาพร้อมโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย เช่น หุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยง
ข้อดีของกองทุนนี้คือ
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี (ไม่เกิน 500,000 บาท)
- ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรือปีเว้นปี และถือครองจนถึงอายุ 55 ปี
- ลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
Thai ESG (Thailand ESG Fund)
กองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยเน้นลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยที่คำนึงถึงความยั่งยืน
ข้อดีของกองทุน
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ (ไม่เกิน 300,000 บาท)
- ต้องถือครองกองทุน 5 ปี แต่ไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
- ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยที่เน้น ESG
เปรียบเทียบความแตกต่าง 3 กองทุน
SSF : เน้นการออมระยะยาว ไม่ต้องซื้อต่อเนื่อง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีและออมเงินในระยะยาวกว่า 10 ปี
RMF : เน้นการวางแผนการเกษียณ ต้องลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปี และลงทุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเป้าหมายระยะยาว
Thai ESG : เน้นลงทุนในธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนการลงทุนยั่งยืนและรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี