โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อรรถวุฒิ” ผันตัวจาก IT พาไก่ทอดเกาหลี Pelicana บุกไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 05.00 น.
อรรถวุฒิ นิธิกอบกุล

สัมภาษณ์

ถึงแม้การแข่งขันในตลาดไก่ทอดยังคงดุเดือด แต่ก็ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาชิงส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “อรรถวุฒิ” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของร้านอาหารมากประสบการณ์ ผันตัวจากสายไอที นำเข้าแบรนด์ไก่ทอดเกาหลี “เพลิคาน่า” (Pelicana) เจ้าตำรับไก่คลุกซอสโคชูจัง ที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี มาเปิดตลาดในประเทศไทย โดยชูจุดแข็งด้านรสชาติต้นตำรับ วัตถุดิบคุณภาพ และซอสสูตรเฉพาะที่ผลิตเอง มั่นใจตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “อรรถวุฒิ นิธิกอบกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพลิคาน่า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ถือสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์แบรนด์เพลิคาน่าในไทย ถึงเบื้องหลังการทำธุรกิจอาหารก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจร้านไก่ทอดเกาหลี พร้อมแนวทางการรุกตลาดจากนี้ไป

“อรรถวุฒิ” เล่าให้ฟังว่า แม้จะเคยโลดแล่นในสายงานไอทีมาก่อน แต่ด้วยความชื่นชอบในการลิ้มลองอาหาร ประกอบกับภรรยาเป็นเชฟมืออาชีพ จึงทำให้ได้ผันตัวสู่ธุรกิจอาหารอย่างเต็มตัว โดยจุดเริ่มต้นของแบรนด์เพลิคาน่า เกิดขึ้นจากที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี และได้ไปตระเวนชิมร้านไก่ทอดเจ้าดังหลากหลายแบรนด์

จนกระทั่งมาพบกับแบรนด์เพลิคาน่า ที่มีความโดดเด่น และแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ ไม่ว่าจะทั้งชื่อเสียงในวงการร้านไก่ทอดที่เปิดกิจการมากว่า 40 ปี จนได้รับการยกย่องให้เป็น “King of Chicken” ด้วยจำนวนสาขากว่า 3,000 แห่งทั่วโลก อาทิ เกาหลี สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ไต้หวัน มาเลเซีย และจีน รวมถึงรสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์และความหลากหลายของตัวซอสที่คิดค้นสูตรเองทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจเลือกนำแบรนด์เพลิคาน่า (Pelicana) เข้ามาบุกตลาดไก่ทอดในประเทศไทย

โตพร้อมลูกค้า Gen Y/Z

“อรรถวุฒิ” กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือ อยากให้เพลิคาน่ากลายเป็นแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับคนรุ่นใหม่ เหมือนที่แบรนด์ไก่ทอดชื่อดังเคยทำได้ จึงโฟกัสชิงฐานลูกค้า Gen Y และ Gen Z เป็นหลัก ตั้งแต่ Gen Y ช่วงต้น ๆ กลุ่ม First Jobber และคนทำงานรุ่นใหม่อายุ 22-30 ปี และ Gen Z ไม่ว่าจะทั้งนักเรียน นักศึกษา รวมถึงแฟนคลับของซีรีส์เกาหลี แฟนคลับศิลปิน K-Pop ทุกเพศทุกวัย

“เนื่องจากไม่เพียงมีศักยภาพ แต่ยังชอบเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ แตกต่างจากกลุ่ม Gen X ที่จะไม่ชอบลองอะไรใหม่ ๆ และมักจะยึดติดกับแบรนด์เดิม ๆ

โดยเมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568 เปิดตัวร้านไก่ทอดเพลิคาน่า สาขาแรกที่อาคาร
สยามสเคปไป ซึ่งถือเป็นทำเลที่ตอบโจทย์และตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการที่จะเจาะมากที่สุด เนื่องจากด้านบนอาคารจะมีโรงเรียนอินเตอร์อยู่ 2 แห่ง มีจำนวนนักเรียนกว่า 8,000 คน จึงเหมาะที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์เพลิคาน่าในประเทศไทย โดยตั้งเป้าสาขานี้จะมียอดขายแตะ 30 ล้านบาทในปี 2568”

ขณะที่แผนการขยายสาขาในช่วงต้นตั้งเป้าขยายให้ครบ 20 สาขาภายใน 3 ปี (2568-2570) โดยในปี 2568 จะขยายเพิ่มอีก 5 สาขา เน้นทำเลในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และทำเลที่มีกลุ่มครอบครัวอาศัยอยู่ เช่น เลียบด่วน เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Y และ Gen Z

โดยวางงบฯการลงทุนไว้ราว 50-80 ล้านบาท หรือลงทุนต่อสาขาประมาณ 10-15 ล้านบาท ส่วนในปี 2569 ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 10 สาขา ใช้งบฯลงทุนประมาณ 50-80 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2570 ยังไม่มีเป้าการขยายสาขาและงบฯลงทุนอย่างชัดเจน

ปลุกกระแส Word-of-Mouth

ด้านการตลาดเตรียมจะสร้างการรับรู้แบรนด์เพลิคาน่า ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์แบบ Word-of-Mouth ผ่าน Social Media, Viral Marketing & PR เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นย้ำโพซิชั่นไก่ทอดเกาหลีแท้ ๆ ที่ทานได้ทุกวัน อร่อยเหมือนที่เกาหลี ในราคาคุ้มค่า

โดยมีไฮไลต์เป็น การออกแบบถุง Take Away ขนาดใหญ่ จำนวนถึง 2,000 ใบ ต้นทุนใบละ 400-500 บาท เพื่อสร้างจุดเด่นให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ได้เห็นต่างก็ต้องมอง และทำให้เกิดกระแสการพูดปากต่อปากว่า “แบรนด์อะไรทำไมถุงใหญ่จัง” ซึ่งจุดนี้ก็คาดว่าจะทำให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันก็ได้สร้าง “อาริ” (ARI) มาสคอตของแบรนด์เพลิคาน่า ที่มีรูปร่างเป็นไก่ เพื่อสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น และสื่อถึงความทันสมัย สดใส และเป็นมิตร รวมถึงมองหาพรีเซ็นเตอร์ เพื่อมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารทางการตลาด พร้อมเตรียมแผนด้าน Event และ Life Style Marketing เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างการรับรู้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha

นอกจากนี้ ในอนาคตยังมีแผนเพิ่มความสะดวกด้วยบริการดีลิเวอรี่ผ่าน Grab, Lineman และ Robinhood รวมถึงแผนเปิด Cloud Kitchen เพื่อขยายพื้นที่บริการ และอาจจะมีการเพิ่มบริการเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจัดพื้นที่ Play Ground สำหรับเด็กในบางสาขา เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคนในครอบครัวอีกด้วย

ปูพรม 10 ซอสรับมือแข่งขัน

“อรรถวุฒิ” กล่าวต่อว่า ปัจจุบันถึงแม้ว่าตลาดไก่ทอดในประเทศไทยที่มีมูลค่า 30,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 8% จะมีการแข่งขันที่ดุเดือด แต่โดยส่วนตัวไม่กังวลในเรื่องนี้ เพราะสมัยนี้การสื่อสารทางการตลาดก็ทำได้ง่ายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ประกอบกับจุดเด่นของตัววัตถุดิบซอสต่าง ๆ ที่เป็นการนำเข้ามาจากประเทศเกาหลีทั้งหมด จึงทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่มาทานจะได้ประสบการณ์เหมือนบินไปกินที่ประเทศต้นตำรับจริง ๆ

โดยในส่วนของซอส เราจะมีให้เลือกสูงถึง 10 รสชาติ อาทิ ซอสเผ็ด, ซอสฮันนี่, ซอสซิกเนเจอร์, ซอสสโมกี้ฮอต, ซอสมาโย และยังมีเมนูของทานเล่น อาทิ ซุปกิมจิ, ต๊อกบกกี, ชีสบอล รวมถึงเมนูโลคอลที่นำมาผสมผสานกับความเป็นเกาหลีที่จำหน่ายเฉพาะในไทย อย่างเมนู “ข้าวมันไก่ทอดเกาหลี” อีกด้วย ในราคาเริ่มต้นเพียง 99 บาท ไปจนถึง 700 บาท

ทั้งนี้ เกมการตลาดเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา คีย์สำคัญที่จะทำให้เราสามารถแข่งขัน และอยู่รอดในตลาดได้ คือเรื่องของโปรดักต์ หากเราเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี และมีคุณภาพ ก็จะทำให้เรามีจุดแข็งที่จะสามารถครองใจผู้บริโภคในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตาม จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว คาดว่าในปี 2568 บริษัทจะมีรายได้แตะ 100 ล้านบาท และตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะมีรายได้รวมประมาณ 500 ล้านบาท และจะมีส่วนแบ่งการตลาด 2.5% ของตลาดไก่ทอด ซึ่งธุรกิจอาหารประเภท QSR มีร้านไก่ทอดเป็นเซ็กเมนต์ที่สำคัญ ขณะที่เป้าหมายระยะยาวเราอยากจะเห็นเพลิคาน่าเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนไทย และเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่คนนึกถึงเมื่อต้องการทานไก่ทอดเกาหลี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อรรถวุฒิ” ผันตัวจาก IT พาไก่ทอดเกาหลี Pelicana บุกไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...