โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ ดาว “กองร้อยปอยเปต” แก๊งคอลอ้างเป็นตำรวจ เคยหลอก 2 นางงามดัง

Khaosod

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 09.12 น.
รวบ ดาว “กองร้อยปอยเปต” แก๊งคอลอ้างเป็นตำรวจ เคยหลอก 2 นางงามดัง

บช.ก. รวบ ดาว “กองร้อยปอยเปต” แก๊งคอลเเสบอ้างเป็นตำรวจ เคยหลอก 2 นางงามดัง ชาล็อต-แอนชิลี หนึ่งในผู้ต้องหาอ้างถ้าไม่ทำก็โดนทำร้าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ก.พ.2568 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รองผบก.ปอท.,พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท.และ พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์ สว.กก.1 บก.ปอท.

ร่วมเเถลงจับกุมนายรามิล (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4557/2567 ลงวันที่ 19 กันยายน 2567 (สน.พญาไท) ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 30 ม.ค.68 ที่บ้านพัก หมู่ 1 ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว

และนายธนาวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.153/2568 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันโดยการตกลกกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้ที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงินโดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 2 ก.พ.68 ที่บ้านพัก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ปอท. ได้รับการร้องทุกข์จากผู้เสียหายว่า มีคนร้ายแต่งกายเป็นตำรวจวิดีโอคอลมาข่มขู่ผู้เสียหาย โดยแจ้งกับผู้เสียหายว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และคดียาเสพติด พร้อมส่งเอกสารปลอมต่างๆ มาให้ผู้เสียหายดู จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและหลงเชื่อว่าบุคคล ดังกล่าวเป็นตำรวจจริง

ต่อมาคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปยังบัญชีคนร้ายรวมเป็นเงินมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท จากการตรวจสอบข้อมูลจากระบบแจ้งความออนไลน์และฐานข้อมูลพบว่า มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันนี้มากถึง 163 เคส จึงเร่งรัดดำเนินการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง

นายรามิล (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี

นายรามิล (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี

จนภายหลังสามารถระบุ ตัวคนร้ายที่แต่งกายเป็นตำรวจวิดีโอคอลมาหลอกลวงผู้เสียหาย จากนั้นจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายตามหมายจับดังกล่าว

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า เคสนี้ใช้เวลาครึ่งปีในการขยายผล โดยพบว่ากลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าไปอยู่ในอาคาร 18 ชั้น เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยแก๊งนี้พักอยู่ที่ชั้น 13 มี 50 คน ผู้ต้องหาอ้างถูกชักจูงผ่านโซเชียลโดยคิดว่าจะถูกให้ไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ชักชวนให้เล่นพนันเพื่อหารายได้

แต่เมื่อไปถึงกลับถูกยึดหนังสือเดินทางและโทรศัพท์ และถูกบังคับให้มาทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์ โดยบริเวณอาคารจะมีคนคุมและเฝ้าที่หน้าตึกและชั้น 3 และชั้น 1 ที่ผ่านมาจากข่าวที่ปรากฏพบอาคารแห่งนี้ว่ามีคนไทยเสียชีวิตจากการกระโดดตึกลงมา 2 ราย

ทั้งนี้ทางรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างประเทศจะต้องที่มีการเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแต่ก็มีขีดจำกัดในการทำงาน ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างตำรวจและรัฐบาลในการแก้ไขเรื่องนี้ ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทุกข้อกล่าวหาแยกตามพฤติการณ์กระทำความผิดของผู้เสียหายที่เกิดขึ้นแต่ละราย

นายธนาวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี

นายธนาวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี

จากการจับกุมพบว่าขบวนการนี้ได้มีการใช้AI ปลอมแปลงใบหน้าทำให้ยากต่อการจับกุม ส่วนเรื่องของเส้นทางการเงินจากการตรวจสอบพบว่า เงินที่หลอกมาได้มีการแปลงเงินเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนจะทำการฟอกเงินเป็นสกุลเงินต่างๆในหลายชาติเช่น ไทย เวียดนาม ก่อนสุดท้ายจะแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้กับผู้ร่วมขบวนการ หลังจากนี้ตำรวจจะเร่งขยายผลติดตามตัวผู้บงการที่รับผลประโยชน์สูงสุด

นายรามิล ให้การรับสารภาพว่า ตัวเองทำหน้าที่เป็นสาย 1 ในการติดต่อเหยื่อจากระบบซิมบ็อกที่มีการเซ็ตระบบไว้ โดยจะได้ข้อมูลของเหยื่อ และจะต้องพูดตามสคริปที่บอสชาวจีน และคนคุมงานซึ่งเป็นคนไทยส่งมาให้ เมื่อผู้ต้องหาพูดชักจูงเหยื่อจนเหยื่อเริ่มหลงเชื่อแล้ว จากนั้นจะมีการส่งต่อไปให้กับสาย 2 เพื่อดำเนินการ

นายธนาวุฒิ ให้การรับสารภาพว่า ตัวเองเป็นผู้ร่วมขบวนการของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจวิดีโอคอลเพื่อหลอกลวงเหยื่อจริง โดยตัวเองแต่งตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและวิดีโอคอลไปหลอกลวงผู้เสียหายอีกหลายราย รวมไปถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย คือ น.ส.ชาล็อต ออสติน และ น.ส.แอนชิลี สก็อต-เคมมิส 2 นางงามชื่อดัง

โดยในการวิดีโอคอลหลอกลวงเหยื่อจะมีการคนไทยและคนจีนทำหน้าที่เป็นคนควบคุม และคิดสคริปต์ในการหลอกลวงเหยื่อเพื่อให้เป็นไปตามบทที่วางไว้ โดยเเบ่งเป็น 3 สายโทรศัพท์

สายที่ 1 จะข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีความผิดฐานฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนจะโอนไปยังสายที่ 2 เพื่อพูดคุยโน้มน้าวปลอบให้เหยื่ออยู่ในสาย โดยตัวเองทำหน้าที่นี้อยู่ หากจะโอนเงินมาให้ตรวจสอบจะปลอบเหยื่อว่าได้เงินคืนอย่างแน่นอน

ก่อนจะโอนไปยังสายที่ 3 ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้บังคับบัญชา และทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือให้ผู้เสียหายโอนเงินมาในที่สุด โดยบทบาทที่มีการแอบอ้างจะอ้างตัวเป็นตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) โดยกองร้อยปอยเปตที่ทำหน้าที่พูดคุยกับผู้เสียหายรู้จักกันทุกคน ซึ่งขณะนี้ไม่ทราบว่าคนอื่นๆ ยังอยู่ที่นั่นหรือไม่ หลังทราบข่าวว่าตำรวจกองปราบประกาศจับก็รู้สึกกลัว และมีการพูดคุยกันในกลุ่ม

นายธนาวุฒิ กล่าวว่า ที่ตนลงมือหลอกลวงเช่นนี้เป็นเพราะตนไม่มีทางเลือก เนื่องจาก หากขัดขืนก็จะถูกทำร้ายด้วยไม้เบสบอล ซึ่งตนเคยโดนมาแล้วเพราะจะทำการหลบหนีแต่ไม่สำเร็จ ส่วนที่ไม่ขอความช่วยเหลือจากตำรวจในท้องที่ที่มาตรวจสอบ เพราะเกรงว่าตำรวจจะมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการนี้ ตนเคยขอความช่วยเหลือไปยังสถานทูตไทยแล้วแต่ถูกจับได้เสียก่อน จึงไม่ทำอะไรที่เสี่ยงให้ตัวเองถูกทำร้ายอีกครั้ง

ส่วนที่ตนถูกปล่อยตัวออกมาก่อนที่จะโดนตำรวจจับ เนื่องจากตนเป็นโรคหัวใจ ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงปล่อยตัวมา เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ต่อองค์กรแล้ว ทั้งนี้ต้องขอโทษผู้เสียหายทุกราย หากไม่ทำก็ถูกทำร้าย ที่ทำเพราะมีปัญหาหนี้สินที่ต้องเคลียร์ โดยสมัครไปเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์เพื่อรับเงินและโอนเงินเข้าระบบให้ลูกค้าแต่เมื่อไปถึงกลับถูกยึดหนังสือเดินทาง และบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์

เบื้องต้นนำจะนำตัวนายรามิล นำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ส่วนนายธนาวุฒิ นำส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ ดาว “กองร้อยปอยเปต” แก๊งคอลอ้างเป็นตำรวจ เคยหลอก 2 นางงามดัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...