โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมรสเท่าเทียม เปิดจดทะเบียน 23 ม.ค. 68 ใครจดได้ ใช้เอกสารอะไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2568 เวลา 02.31 น.

กฎหมาย ‘สมรสเท่าเทียม’ มีผลบังคับใช้ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ใครจดทะเบียนได้บ้าง ใช้เอกสารอะไรบ้าง รวบรวมให้แล้ว ที่นี่

ตามที่ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ที่เป็นที่รู้จักในชื่อ “สมรสเท่าเทียม” เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้การสมรสไม่จำกัดเฉพาะชายและหญิง แต่รองรับการสมรสระหว่างบุคคลทุกเพศ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

โดยกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศความพร้อมของที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต ทุกแห่ง สามารถเปิดให้บริการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมได้ ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นไป

“ประชาชาติธุรกิจ” รวมข้อมูลการจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ดังนี้

จดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ต้องอายุเท่าไร ?

ในการจดทะเบียนสมรสนั้น จะทำได้เมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้

กรณีที่ไม่สามารถทำการสมรสได้ คือ

1. บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

2. บุคคลสองคนซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา ซึ่งความเป็นญาติดังกล่าวมานี้ให้ถือตามสายโลหิต โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

3. ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้

4. บุคคลที่ยังมีคู่สมรสอยู่

5. หญิงที่ชายผู้เป็นคู่สมรสตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่นจะทำการสมรสใหม่กับชายได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่มีการคลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น หรือสมรสกับคู่สมรสเดิม หรือมีใบรับรองแพทย์ประกาศนียบัตรหรือปริญญาซึ่งเป็นผู้ประกอบการรักษาโรคในสาขาเวชกรรมได้ตามกฎหมายว่ามิได้มีครรภ์หรือมีคำสั่งของศาลให้สมรสได้

6. ผู้เยาว์จะทำการสมรสต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจให้ความยินยอมได้ตามกฎหมาย

7. การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกัน และต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย

‘สมรสเท่าเทียม’ จดทะเบียนได้ที่ไหน ?

สำหรับสถานที่รับจดทะเบียนสมรส ได้แก่ สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนเขต และสถานทูต/กงสุลไทยในต่างประเทศ ทุกแห่ง โดยไม่คำนึงถึงภูมิลำเนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส มีดังนี้

1. คนไทยกับคนไทย บัตรประจำตัวประชาชน หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD

2. คนไทยกับคนต่างชาติ บัตรประจำตัวประชาชนคนไทย หรือยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หนังสือเดินทางคนต่างชาติ หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสที่แสดงว่าไม่มีคู่สมรสในขณะที่ จะจดสมรส

3. คนต่างชาติกับคนต่างชาติ หนังสือเดินทาง และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสที่แสดงว่าไม่มีคู่สมรสในขณะที่จะจดสมรส

ทั้งนี้ การจดทะเบียนสมรสทั้ง 3 แบบ จะต้องมีพยาน 2 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะ

กรณีผู้สมรส มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครองของผู้เยาว์ด้วย ไม่สามารถมายินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้ หากมีสัญญาก่อนสมรสให้นำมาแสดงด้วย กรณีเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองนิติกรณ์เอกสารตามขั้นตอนของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ขั้นตอนจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’

ขั้นตอนการจดทะเบียนสมรส มีดังนี้

  • ผู้ร้อง ยื่นคำร้อง คร.1 ต่อนายทะเบียน
  • นายทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎหมาย หลักฐานที่เกี่ยวข้อง แล้วลงรายการในทะเบียนให้ครบถ้วน
  • ผู้ร้อง ผู้ให้ความยินยอม (ถ้ามี) และพยานลงลายมือชื่อในทะเบียนครอบครัว
  • เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อในทะเบียนครอบครัวและจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบคอมพิวเตอร์

โดยระยะเวลาที่ใช้ในการจดทะเบียนสมรส ประมาณ 20 – 30 นาที ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับการลงรายละเอียดของสัญญาก่อนสมรสว่าผู้ร้องทั้งสองฝ่ายจะให้มีการบันทึกมากน้อยเพียงใด

ค่าใช้จ่าย จดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’

  • กรณีจดทะเบียนสมรสในสำนักทะเบียน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
  • กรณีจดทะเบียนสมรสนอกสำนักทะเบียน เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาท โดยผู้ขอต้องจัดยานพาหนะให้นายทะเบียนด้วย ถ้าหากผู้ขอไม่จัดพาหนะให้ ผู้ขอต้องชดใช้ค่าพาหนะให้แก่นายทะเบียนตามสมควร
  • การจดทะเบียนสมรส ณ สถานที่สมรส ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้มีขึ้น เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 20 บาท และการคัดสำเนา ค่าธรรมเนียมฉบับละ 10 บาท

จดทะเบียนแล้วมีสิทธิอะไรบ้าง ?

1. คู่สมรสมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน

2. คู่สมรสมีสิทธิในการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสอีกฝ่าย

3. มีสิทธิจัดการทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส หรือที่เรียกว่าสินสมรสร่วมกัน

4. มีสิทธิรับมรดกของคู่สมรสเมื่ออีกฝ่ายเสียชีวิตไปก่อน มีสิทธิรับเงินจากทางราชการ หรือนายจ้าง เช่น กรณีที่คู่สมรสตายเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือจากการทำงาน (บำเหน็จตกทอด) หรือ การรับเงินสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายแรงงาน

5. มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจากผู้ที่ทำให้คู่สมรสของตัวเองเสียชีวิตได้

6. สามารถเรียกร้องสิทธิของตัวเองได้ตามกฎหมาย เมื่อพบว่าคู่สมรสมีชู้ ก็สามารถเรียกค่าเสียหายได้ทั้งจากคู่สมรสและชู้

7. ได้รับการลดหย่อนค่าภาษีเงินได้ตามเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี

8. คู่สมรสที่ทำความผิดระหว่างกัน เช่น สามีขโมยเงินภรรยา ภรรยาบุกเข้าบ้านสามี ผู้ที่ทำผิดไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

9 . การจดทะเบียนสมรสทำให้คู่สมรสฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายคู่สมรสของตัวเองได้ เช่น หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งถูกโจรปล้น คู่สมรสอีกฝ่ายก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแทนได้

ข้อมูลจาก กรุงเทพมหานคร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมรสเท่าเทียม เปิดจดทะเบียน 23 ม.ค. 68 ใครจดได้ ใช้เอกสารอะไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...