โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

DELTA โดนพิษเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15% นักวิเคราะห์คาดกระทบประมาณการกำไรปี 68 ราว 12%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ม.ค. 2568 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2568 เวลา 09.35 น.

DELTA โดนพิษเก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15% นักวิเคราะห์คาดกระทบประมาณการกำไรปี 2568 มี downside risk ราว 12%

วันที่ 2 ม.ค.2568 ตลาดหุ้นไทยแดงยกแผง นำโดยหุ้น DELTA ที่เจอแรงขายหนัก กดดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)ติดลบกว่า 20 จุด จากประเด็น พ.ร.ก.เก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15% เริ่มใช้ 1 ม.ค. 2568 โดยมูลค่าบริษัท DELTA หายไปประมาณ 1.5 แสนล้านบาท

พ.ร.ก.เก็บภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำ 15%

  • สำหรับบริษัทข้ามชาติรายได้เกิน 750 ล้านยูโร
  • โดยไทยปรับตามเกณฑ์ Global Minimum Tax (GMT)
  • ซึ่งกระทบบริษัทที่ได้รับสิทธิ BOI และเสียภาษีต่ำกว่า 15%

ทำไม DELTA ถึงได้รับผลกระทบ บล.บัวหลวง วิเคราะห์ดังนี้

  • ปัจจุบันเสียภาษีในอัตราต่ำมาก (2%) จากสิทธิบีโอไอ
  • รายได้หลักมาจากฐานการผลิตในไทย ทำให้อัตราภาษีรวมต่ำกว่า 15%
  • กฎหมายใหม่กำหนดให้เสียภาษีขั้นต่ำ 15% จะกระทบต่อกำไรทั้งปีที่ 13%

เป้าหมายการบังคับใช้กฎหมาย

  • เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทข้ามชาติย้ายกำไรไปยังประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ
  • คาดสร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
  • ลดความได้เปรียบจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี

บล. กรุงศรี ประเมินหุ้นกลุ่มที่เข้าข่ายคาดจะได้รับผลกระทบ อาทิ

1. กลุ่มส่งออกอาหาร คือ TU (Effective tax rate 7-8%) ส่วนที่คาดจะกระทบคือ บริษัทในเครือที่อยู่ในไทยราว 35% ที่ได้รับ BOI โดยรวมคาดกระทบต่อประมาณการกำไรปกติปี 2568 จำกัดในกรอบ 3-8%

2. ชิ้นส่วนคือ DELTA (Effective tax rate 5.5%) คาดกระทบต่อประมาณการกำไรปี 2568 มี downside risk ราว 12% ในกรณีที่ effective tax rate เพิ่มสู่ 15%

3. กลุ่มโรงไฟฟ้า บางส่วนปัจจุบัน Effective Tax Rate อยู่ราว 5-10% หากนับเฉพาะผลกระทบภาษี คาดกำไรสุทธิจะกระทบอยู่ระหว่าง 5-10%

ทั้งนี้ ในส่วนรายละเอียดรายตัว คาดมีช่องทางบริหารจัดการได้ GULF จากการลงทุนต่างประเทศของบริษัท มองฐานรายได้และกำไรที่เติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจหลักและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ New Co จะทำให้ผลกระทบ จำกัดและบริหารจัดการภาษีภายในได้

BGRIM มีลงทุนต่างประเทศ และเป็นการ Conso คาดกระทบ ส่วนหุ้นโรงไฟฟ้าที่กระทบน้อย คือ GPSC ส่วนมากรับรู้เป็น equity income ส่วน RATCH และ EGCO กระทบน้อยจากฐานภาษีสูงใกล้เคียง 15%

4. กลุ่ม Packaging SCGP มีธุรกิจที่เวียดนาม (14% ของรายได้) ที่อาจต้องเสียภาษีเพิ่มเติม แต่มองผลกระทบต่อภาพรวมจำกัด ประเมินเป็นจิตวิทยาลบอ่อนๆ

ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.กรุงศรี ประเมินหุ้นที่มีความเสี่ยงกระทบ ส่วนใหญ่ทยอยปรับตัวลงสะท้อนตั้งแต่ต้น - กลางเดือน ธ.ค. 2567 แต่หากอิงโอกาสที่รัฐฯน่าจะต้องหาช่องทางสนับสนุนเงินคืนเพื่อลดผลกระทบ

รวมถึงการบริหารภาษีภายในบริษัทต่างๆ คาดผลกระทบจะจำกัดกว่าที่ประเมินข้างต้น เชิงกลยุทธ์แนะนำตั้งรับหุ้นที่อยู่ในกลุ่มที่เป็น New S Curve ของไทยระยะถัดไป อาทิ โรงไฟฟ้า ที่อยู่ในธีม Infra Tech เน้น GULF และGPSC

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...