สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเป็นการเล่นละคร
เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าอิหร่านเป็นประเทศหลักที่สนับสนุนทางการเงิน การทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์แก่บรรดากลุ่มกองกำลังติดอาวุธต่างๆ ที่ต่อต้านประเทศอิสราเอลโดยตรง อันได้แก่ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกองกำลังของพวกชีอะห์ในเลบานอน กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา กลุ่มฮูติ ซึ่งเป็นกองกำลังของพวกชีอะห์แห่งประเทศเยเมน ซึ่งความจริงอิหร่านและอิสราเอลได้ทำสงครามเงากันมาเป็นระยะเวลาหลายทศวรรษแล้ว ยังไม่ถึงกับเกิดสภาวะการแห่งสงครามเต็มรูปแบบ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศนี้มีระยะทางห่างไกลกันถึงประมาณ 2,300 กิโลเมตร การโจมตีกันด้วยขีปนาวุธและโดรนใช้ระยะทางจากอิหร่านมาถึงอิสราเอลที่สั้นที่สุดมีระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร ต้องข้ามผ่านประเทศอิรัก ซีเรีย และจอร์แดน ดังนั้น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มฮามาส และกลุ่มฮูติจึงต้องทำหน้าที่โจมตีอิสราเอลเป็นคราวๆ ไปแทนอิหร่าน เนื่องจากมีพรมแดนอยู่ติดกับอิสราเอลในกรณีเลบานอนและฉนวนกาซาส่วนกลุ่มฮูติก็อยู่ที่ประเทศเยเมนถึงแม้จะไม่มีพรมแดนติดกับอิสราเอลก็ยังสามารถส่งขีปนาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีอิสราเอลได้อยู่เช่นกัน
ท่าทีของการเกิดสงครามโดยตรงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2567 เครื่องบิน F-35 ของอิสราเอล พุ่งเป้าโจมตีที่พำนักและฝ่ายกงสุลของสถานเอกอัครราชทูตได้สังหาร พลเอกโมฮัมหมัด เรซา ซาเฮดี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ที่เป็นกองกำลังอิหร่านนอกประเทศของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามนานถึง 16 ปี นายพลซาเฮดีเป็นชาวอิหร่านคนเดียวที่นั่งในสภาชูราของฮิซบอลเลาะห์ เขาเป็นบุคคลสำคัญในการประสานงานระหว่างอิหร่านกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และรัฐบาลอัสซาดของซีเรีย
อิหร่านออกแถลงการณ์ว่าจะโจมตีอิสราเอลตอบแทนให้สาสมและในวันที่ 13 เมษายนทางการอิหร่านก็ได้ปฏิบัติการล้างแค้นเอาคืนกับอิสราเอลด้วยการส่งขีปนาวุธและโดรนหลายร้อยลำเข้าถล่มเป้าหมายต่างๆ ในอิสราเอล แต่ทางการอิหร่านได้แจ้งให้ทางฝ่ายอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาทราบล่วงหน้าว่าจะยิงขีปนาวุธและส่งโดรนมาเมื่อไรและเป้าหมายที่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือขีปนาวุธทั้งหมดก็ล้าสมัยแล้วทั้งสิ้น ดังนั้น ทั้งโดรนและขีปนาวุธจึงถูกยิงตกเกือบทั้งหมดและมีเด็กหญิงชาวปาเลสไตน์คนหนึ่งเสียชีวิต ก็เลยถือว่าเจ๊ากันไป
ต่อมาในวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2567 ทางการอิสราเอลจัดการสังหาร นายฟูอัด ชุคร์ ผู้บัญชาการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการลอบสังหาร นายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาสในกลางกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านเลยทีเดียว ในโอกาสที่นายฮานิเยห์ไปร่วมงานการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่าน แต่บุคคลทั้ง 2 คนนี้ไม่ใช่ชาวอิหร่าน ทางการอิหร่านก็จึงปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบไปเอง แม้ว่าพันธมิตรของอิหร่านต่างพากันเรียกร้องให้อิหร่านปฏิบัติการเอาคืนกับอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลอบสังหารนาอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาสในกลางกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านซึ่งเป็นการเหยียบจมูกอย่างไม่น่าให้อภัยเลยก็ตาม
เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2567 อิสราเอลได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดไปทำลายสำนักงานใต้ดินแห่งหนึ่งในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน สังหารนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้เป็นหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งนายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์เป็นนักบวชและนักการเมืองชาวเลบานอนที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคนที่สามของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองและกองกำลังติดอาวุธนิกายชีอะห์อิสลาม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 จนกระทั่งเขาถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2567 พร้อมกับ พลเอกอับบาสนิลโฟรูชาน แห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน
คราวนี้ทางการอิหร่านไม่สามารถที่จะอยู่เฉยๆ โดยไม่ตอบโต้อิสราเอลเลยก็ไม่ได้แล้วเพราะบรรดาพันธมิตรทั้งฮิซบอลเลาะห์ ฮามาสและฮูตีก็จะหมดศรัทธาต่อการเป็นผู้นำในการต่อต้านอิสราเอลของอิหร่าน ดังนั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2567 ทางการอิหร่านจึงส่งขีปนาวุธซึ่งส่วนใหญ่เป็นขีปนาวุธแบบทิ้งตัวมาที่เป้าหมายทางทหาร คือฐานทัพอากาศเนวาติมในภูมิภาคเนเกฟถูกขีปนาวุธโจมตี 32 ลูก ซึ่งทำให้โรงเก็บเครื่องบินและทางวิ่งเครื่องบินได้รับความเสียหายขีปนาวุธอื่นๆ หลายลูกโจมตีฐานทัพอากาศเทลนอฟโรงเรียนในเมืองเกเดรา ที่อยู่ใกล้เคียง และพื้นที่ทางตอนเหนือของเทลอาวีฟ รอบๆ สำนักงานใหญ่ของหน่วยข่าวกรองอิสราเอลมอสสาด ส่งผลให้บ้านเรือนและร้านอาหารได้รับความเสียหาย สื่ออิสราเอลถูกห้ามไม่ให้เผยแพร่ตำแหน่งที่แน่นอนของผลกระทบ มีชาวอิสราเอล 2 คนเสียชีวิต
ครับ! คราวนี้ถึงคราวที่อิสราเอลต้องรอจังหวะการตอบโต้นานหน่อยเพราะว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีใกล้เข้ามาทำให้ทางสหรัฐอเมริกาไม่ต้องการให้เกิดสงครามใหญ่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงนี้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2024 อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตี 3 ระลอกในพื้นที่ 20 แห่งในอิหร่านและสถานที่อื่นๆ ในอิรักและซีเรีย สำหรับการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกเป็นเวลาร่วม 40 ปีที่อิหร่านต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากศัตรูต่างชาติ
อิสราเอลกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้การโจมตีของอิหร่านต่ออิสราเอลเมื่อต้นเดือนนั้น อิสราเอลแจ้งให้อิหร่านทราบล่วงหน้าไม่กี่ชั่วโมงก่อนการโจมตีว่าจะมีเป้าหมายอะไร และเตือนอิหร่านไม่ให้ตอบโต้ตามรายงานของกองทัพอิสราเอล การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่ฐานทัพของอิหร่าน รวมถึงฐานทัพป้องกันภัยทางอากาศ โรงงานผลิตโดรนและโรงงานผลิตขีปนาวุธ โดยเครื่องบินของอิสราเอลทั้งหมดกลับมาอย่างปลอดภัย การโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้มีเครื่องบินมากกว่า 100 ลำ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 Lightning II
มีรายงานว่ามีเป้าหมายที่ระบบป้องกันเรดาร์ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม รายงานว่าเป้าหมายทางทหารในเตหะราน ตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึงฐานทัพในจังหวัดอีลัมและคูเซสถานถูกโจมตี มีรายงานว่าทหารอิหร่าน 4 นายถูกสังหาร เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่าหลังจากการโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานขีปนาวุธของอิหร่าน อิสราเอลสามารถปฏิบัติการในน่านฟ้าของอิหร่านได้อย่างอิสระมากขึ้น
ตามการประเมินของสหรัฐ การโจมตีดังกล่าวทำให้ความสามารถในการผลิตขีปนาวุธของอิหร่านลดลง โดยคาดว่าอิหร่านจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีในการสร้างส่วนประกอบที่ถูกทำลายเพื่อกลับมาผลิตอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศส่วนใหญ่ของอิหร่าน รวมถึงระบบ S-300 ขั้นสูงเกือบทั้งหมดถูกทำลาย ทำให้ทางสำหรับการโจมตีของอิสราเอลในอนาคต แต่ไม่มีการแตะต้องแหล่งปฏิบัติการทางอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านเลยแม้แต่น้อย
ครับ! ก็คงแค่นี้แหละครับสำหรับสงครามอิสราเอลกับอิหร่าน ไม่มีใครเอาจริงทั้ง 2 ฝ่าย
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเป็นการเล่นละคร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th