เปิด 10 แนวโน้มการศึกษาปี 2568 นักวิชาการแนะ อว.ปักธงนโยบายใหม่ จี้ ศธ.ปฏิวัติการศึกษา
เปิด 10 แนวโน้มการศึกษาปี 2568 นักวิชาการแนะ อว.ปักธงนโยบายใหม่ จี้ ศธ.ปฏิวัติการศึกษา
เมื่อวันที่ 5 มกราคมนายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ขณะนี้มี 10 แนวโน้มการศึกษาของโลกและไทย มองว่าการศึกษาของไทยต้องโงหัวขึ้น และต้องเตรียมการสำหรับคุณภาพคนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การดำเนินงาน 2-3 ปีที่ผ่านมานั้นช้าไปแล้ว ดังนั้น การโงหัวขึ้น เตรียมการพุ่งไปข้างหน้า อย่างมีสติเป็นเรื่องสำคัญของการศึกษาไทย สำหรับ 10 แนวโน้มการศึกษา การศึกษาตนรวบรวมมาจากสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องเตรียมการ มีดังนี้
1.เทคโนโลยี AI และดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในเรื่องของการบริหาร และการจัดการการศึกษา ทั้งนี้พบว่าเทคโนโลยีไม่ได้ใช้ไปอย่างตรงที่ ตรงจุด และยังมีลักษณะการใช้แบบหลวมๆ อยู่ในเฉพาะกลุ่ม มองว่าเรายังไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ดี และไม่รู้จักใช้ให้ตรงจุด ซึ่งหวังว่าเทคโนโลยี AI และดิจิทัลแพลตฟอร์ม น่าจะมาแก้ไขประเด็นสำคัญๆทางการศึกษา
2. อุดมศึกษา ควรจะต้องเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้ เพราะอุดมศึกษาไปยืมนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มาใช้ คือ “เรียนดี มีความสุข” เพราะมองว่าเป็นคนละปณิธานและปรัชญา โดยนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เหมาะกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เมื่อระดับอุดมศึกษานำไปใช้ มองว่าอาจจะไม่เหมาะสมกับนิสิต นักศึกษา และผู้ที่เรียนในระดับอุดมศึกษา เพราะการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เป็นการเรียนรู้จากการศึกษา ค้นคว้า ไม่ใช่เรียนเพื่อท่องจำ การปักธงนโยบายนี้จึงผิดพลาด ทำให้อุดมศึกษาหลงทิศ หลงทาง ดังนั้น ต้องหาธง หาทิศทางหาเป้าหมายของตนเองให้ชัด ปีใหม่นี้ อยากให้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ตั้งต้นให้ดี อย่าไปแต่งานอีเว้นต์ กิจกรรมต่างๆ แต่กลับไม่ไปลงเนื้อ หรือแก่นปัญหาการปฏิรูปอุดมศึกษาอย่างแท้จริง ดังนั้น หาเป้าหมาย หาสโลแกน และปรัชญาของอุดมศึกษาในเชิงนโยบายให้เจอให้ได้ และเราจะก้าวไปอย่างชัดเจน
3.การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง มองว่าปีนี้ การศึกษาไทยต้องเอาจริงเอาจังเรื่องการกระจายอำนาจ ให้ลงไปสู่พื้นที่ ลงไปสู่สมัชาการศึกษา ลงไปสู่โรงเรียน และควรจะปรากฏเรื่องนี้อยู่ในสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย
4.โรงเรียนควรปฏิรูปจากระบบที่มีอยู่ ให้ยืดหยุ่น มีความเป็นธรรมกับเด็กทุกกลุ่ม การมองเด็กเก่ง เด็กหน้าห้องเพียงอย่างเดียว ทำให้เราสูญเสียเด็กกลางห้องและหลังห้องออกจากระบบการศึกษาไทยจำนวนมาก ดังนั้นโรงเรียนต้องปรับตัวครั้งใคร คือ ทั้งยืดหยุ่น และมีระบบที่ให้โอกาสกับเด็กทุกคน
5.ศธ. จะต้องเปิดมากขึ้นกว่านี้ และอิสระ และกล้าแหวกกรอบ แหวกระบบราชการ กล้าปฏิรูปจากภายในกระทรวง
6.ระบบครู ที่เดิมเป็นวิชาชีพที่คนอยากเรียนมาก การผลิตครูก็เป็นระบบเปิด ทำให้มีการแข่งขันเปิดรับผู้เรียนเป็นจำนวนมาก สถาบันผลิตครูต่างผลิต ต่างหาผู้เรียนให้ได้มากที่สุด ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและด้อยคุณภาพ มองว่าการผลิตครูระบบเปิดที่เน้นจำนวน คิดว่าในปีต่อไปจะมีการพูดคุย ปรึกษาหารือ และจะค่อยๆปรับเป็นระบบปิด คือ เป็นระบบที่มีหลักสูตรตอบโจทย์ปัญหาการศึกษา
7.เด็กจำนวน 1 ล้านคน จะกลับเข้าสู่การเรียนรู้ 1 โรงเรียน 3 ระบบ สิ่งที่เราจะต้องคิดต่อไป คือ “สิทธิเด็ก” เด็กจะต้องได้รับบริการ ได้รับการคุ้มครองทางการศึกษา ไม่ถูกผลักออก ทำให้คุณภาพชีวิตเด็กขึ้น ถ้าเด็ก 1 ล้านคน ได้รับโอกาสทางการศึกษา ประเทศจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
8.ระบบงบประมาณ ควรเลิกจัดงานอีเวนต์ เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย รวมถึงการศึกษาดูงานต่างประเทศ ที่เมื่อกลับเข้ามาในประเทศแล้วก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้น ในสภาวะที่เรามีงบประมาณจำกัด การจัดอีเวนต์ และกิจกรรมต่าง ควรจะลดน้อยลง และควรเน้นงบประมาณวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศมากกว่า มองว่า ศธ.และ อว.น่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องดังกล่าวครั้งใหญ่
9. การศึกษากำลังกว้าไปสู่โลกสมัยใหม่ ที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การอัพ-รีสกิล ธนาคารหน่วยกิต ครูและเด็กออกแบบการเรียนรู้ร่วมกัน เมื่อก่อนการเรียนรู้ต้องไปโรงเรียน แต่ปัจจุบันการเรียนรู้อยู่รอบตัวเด็ก และต้องเข้าไปหาเด็กแล้ว
10.ขอให้ปฏิวัติการศึกษาเกิดขึ้นจริง มีทิศทาง แม่นยำ และต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นกระแส หรือเป็นแค่สโลแกนที่ดูดี แต่ไม่ค่อยมีผลในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงมากนัก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 10 แนวโน้มการศึกษาปี 2568 นักวิชาการแนะ อว.ปักธงนโยบายใหม่ จี้ ศธ.ปฏิวัติการศึกษา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th