ชี้แจง! ตร. วิสามัญชายคลั่งที่ รพ. สุรินทร์ โดนแจ้งข้อหาหนัก
โรงพยาบาล-ตำรวจ ชี้แจง เหตุวิสามัญหนุ่มคลั่งในโรงพยาบาลสุรินทร์ เบื้องต้นโดนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติการตามหน้าที่
หลังเกิดเหตุการสุดระทึกขวัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ เข้าไประงับเหตุผู้ป่วยเสพยาเสพติด ทราบชื่อคือ นายอภิชัย อายุ 21 ปั เกิดอาการคุ้มคลั่ง ใช้อาวุธขวานขนาดใหญ่ ที่เก็บไว้เป็นอุปกรณ์ดับเพลิง และเสาน้ำเกลือ ไล่ทำร้ายคนในโรงพยาบาลสุรินทร์ ทำให้ต้องวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น จนเป็นเหตุให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่พกมายิงเข้าไปที่ นายอภิชัย เพื่อป้องกันตัวเอง เป็นเหตุให้ นายอภิชัย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนแพทย์พยาบาล ทำการช่วยเหลือ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ล่าสุด พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ทีมตำรวจสายตรวจ 2 สายถูกส่งเข้าไปที่โรงพยาบาลสุรินทร์ โดยสายตรวจสายหนึ่งเข้าที่อาคาร 9 ส่วนอีกสายเข้าที่อาคาร 11 ชั้น 1 ซึ่งเป็นตึกจิตเวช ที่ชั้น 9 เจ้าหน้าที่พบผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ถือขวานซึ่งเป็นอุปกรณ์ดับเพลิงในมือขวา และเสาสายน้ำเกลือในมือซ้าย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเจรจาตามยุทธวิธีเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุลด และวางอาวุธ
อย่างไรก็ตาม การเจรจาไม่เป็นผล ผู้ก่อเหตุยังคงคลุ้มคลั่ง และตรงเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้ว่าจะมีสายตรวจ 2 นายยืนแบ็กอัพ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีก 20 นายอยู่ด้านหลัง ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงลงพื้นหนึ่งนัดเพื่อหยุดการกระทำ แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่ยอมหยุด จนต้องยิงเข้าที่ขา แขน และลำตัวตามลำดับ ทำให้ผู้ก่อเหตุล้มลง หลังจากนั้นตำรวจได้ควบคุมสถานการณ์ และให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากบาดแผลที่รุนแรง
ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุมีประวัติติดสุรา และถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลอำเภอจอมพระ ด้วยอาการไส้ติ่งอักเสบ หลังการผ่าตัดที่ราบรื่น ผู้ป่วยเริ่มมีอาการสับสนและพูดไม่รู้เรื่องในวันที่ 3 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังใกล้ชิดและย้ายผู้ป่วยมาใกล้เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อดูแล แต่ผู้ป่วยกลับแสดงอาการคลุ้มคลั่ง ดึงสายน้ำเกลือออก คว้าเสาสายน้ำเกลือ และใช้ขวานเป็นอาวุธพยายามทำร้ายบุคลากร และคนไข้
นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจแก่ทุกฝ่าย ทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิต ตำรวจ และบุคลากรโรงพยาบาล โรงพยาบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามหลักเมตตาธรรม
ในส่วนการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจได้ตั้งไว้ 3 สำนวน ทั้งสำนวนชันสูตรพลิกศพ สำนวนคดีวิสามัญฆาตรกรรม และผู้ต้องหา ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยิงด้วย ก็ต้องตกเป็นผู้ต้องหาตามกฎหมาย ข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยอ้างว่าปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องรายงานคดีต้องมีการสอบสวน ดังนั้นความเป็นธรรมต้องดำเนินการอยู่แล้ว รวมไปถึงผู้เสียชีวิตก็จะเป็นผู้ต้องหาด้วย โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ก่อเหตุก็ได้เข้าสู่ขบวนการสอบสวนแล้ว โดยคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดได้ตั้งขึ้นมา
ทั้งนี้ โรงพยาบาลได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และยืนยันการดูแลเยียวยาทั้งบุคลากรและญาติผู้ป่วยอย่างเต็มที่ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้