โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ข้อต้องรู้ ก่อนลงทุนใน ASP-DIGIBLOC

Finnomena

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • Finnomena Editor

ในปัจจุบันสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเติบโตและปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งบล็อกเชนมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของโลกการเงินและธุรกิจอย่างลึกซึ้ง โดยช่วยลดการพึ่งพาสถาบันกลางและสนับสนุนการทำธุรกรรมที่โปร่งใสและปลอดภัย ผ่านการกระจายอำนาจและการบันทึกข้อมูลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย กองทุน ASP-DIGIBLOC จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างมีระบบ ในบทความนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ 10 ข้อสำคัญเกี่ยวกับกองทุน ASP-DIGIBLOC ที่จะช่วยให้เข้าใจถึงศักยภาพและโอกาสของการลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล

1. ศักยภาพของบล็อกเชนในอนาคต

เมื่อพูดถึงบล็อกเชน หลายคนอาจนึกถึงคริปโตเคอร์เรนซี แต่แท้จริงแล้ว บล็อกเชนคือเทคโนโลยีที่มีศักยภาพมหาศาล เปรียบได้กับอินเทอร์เน็ตยุคเริ่มต้น เมื่อครั้งที่ผู้คนยังไม่เข้าใจว่าอินเทอร์เน็ตสามารถเปลี่ยนโฉมการสื่อสารและธุรกิจได้อย่างไร บล็อกเชนกำลังเดินทางในเส้นทางเดียวกัน ด้วยการสร้างเครือข่ายที่โปร่งใสและปลอดภัย เหมาะสำหรับการทำธุรกรรมในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การเงิน การขนส่ง ไปจนถึงสุขภาพและการศึกษา

อินเทอร์เน็ต vs บล็อกเชน

การยอมรับ (Adoption) ของ Internet เทียบกับคริปโตเคอร์เรนซี | Source: World Bank, Crypto.com As of March 2024

ข้อมูลจาก World Bank ซึ่งเปรียบเทียบการเติบโตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและคริปโตเคอร์เรนซี โดยเส้นสีน้ำเงินแสดงการเติบโตของผู้ใช้งานคริปโตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงปี 2022 ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต (เส้นสีเขียว) ในปี 1998 โดยจุดตัดในปี 2022 บ่งชี้ว่าคริปโตมีโอกาสเข้าสู่ช่วง "การยอมรับในวงกว้าง" (Mass Adoption) หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป

2. โอกาสเติบโตไปกับสินทรัพย์ดิจิทัล

คาดการณ์ขนาดตลาดเทคโนโลยีบล็อกเชน 2022 - 2032 | Source: Market.us As of April 2024

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Market.us คาดการณ์ว่าขนาดตลาดเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 1.97 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2024 สู่ระดับเกือบ 13 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2032 จากการยอมรับจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น DeFi (Decentralized Finance) และ NFT (Non-Fungible Tokens)

3. ลงทุนในบล็อกเชน โดยไม่ต้องซื้อคริปโต

ใครที่สนใจเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากการซื้อเหรียญคริปโตโดยตรง ยังมีทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ คือการลงทุนในบริษัทชั้นนำที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับบล็อกเชน ตัวอย่างเช่น บริษัทที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน หรือให้บริการด้านคลาวด์ที่รองรับการทำงานของเทคโนโลยีนี้ นอกจากนี้ การลงทุนในกองทุนดัชนีที่ติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน (Digital Asset & Blockchain ETF) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีระบบ โดยการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลหรือบล็อกเชน มีข้อดีดังนี้

  • การกระจายความเสี่ยง กองทุน ETF ลงทุนในหลายบริษัท ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพียงรายการเดียว
  • การเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้สะดวกผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ทั่วไป
  • การบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ กองทุน ETF มีผู้จัดการที่เชี่ยวชาญในการคัดเลือกและบริหารพอร์ต
  • การกำกับดูแล กองทุน ETF อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เพิ่มความมั่นใจในความโปร่งใสและความปลอดภัย

4. กระจายการลงทุนใน “7 ธีมบล็อกเชน”

กองทุน VanEck Digital Transformation ETF (DAPP) ซึ่งเป็นกองแม่ของ ASP-DIGIBLOC มีนโยบายการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลกองทุน โดยมีการกระจายการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Digital Assets คลอบคลุมในหลายด้าน ดังนี้

  • Payment Gateways บริษัทที่ให้บริการดำเนินการชำระเงินบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มการซื้อขาย รวมถึงร้านค้าแบบดั้งเดิม ด้วยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล
  • Hardware บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับการขุดหรือจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล
  • Crypto Miners บริษัทที่ทำหน้าที่ประมวลผลธุรกรรมระหว่างผู้ใช้บัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ หรือเหมืองขุดสินทรัพย์ดิจิทัล
  • Exchanges บริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
  • Crypto Holding and Trading บริษัทที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลใน Balance Sheet หรือมีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนสูง
  • Software and Value Added Services บริษัทที่สร้างซอฟต์แวร์หรืออำนวยความสะดวกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ดิจิทัล
  • Banking & Asset Management บริษัทที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างระบบการให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิม และระบบการให้บริการสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่

5. ASP-DIGIBLOC Performance อันดับ 1 ในอุตสาหกรรม

กองทุน ASP-DIGIBLOC ได้รับการยอมรับว่าเป็นกองทุนที่มีโอกาสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทชั้นนำที่มีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล

ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ASP-DIGIBLOC | Source: ASP-DIGIBLOC Fund Fact Sheet As of 31/10/24

*คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

จากกราฟแสดงผลการดำเนินงานของกองทุน ASP-DIGIBLOC และเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ชัดเจนว่า ASP-DIGIBLOC มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน ในช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี กองทุน ASP-DIGIBLOC มีผลการดำเนินงานอยู่ที่ 1.78% 34.30% และ 103.75% ซึ่งหากพิจารณาผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปี พบว่าผลการดำเนินงานของ ASP-DIGIBLOC โดดเด่นกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันโดยมีอัตราการเติบโตอยู่ 103.75% ขณะที่ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันที่ 38.84%

6. ยังเหลือ Upside หลังเหตุการณ์ Bitcoin Halving

Bitcoin Halving

ผลการดำเนินงานของ Bitcoin หลังวัน Halving | Source: Finnomena Funds, Macrobond As of 12/11/24

*คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Bitcoin Halving ซึ่งเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี ซึ่งเป็นกระบวนการที่รางวัลของนักขุด Bitcoin ลดลงครึ่งหนึ่ง เพื่อควบคุมอุปทานและสร้างความขาดแคลนในระบบของ Bitcoin ส่งผลให้ราคามักปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหลังจากเหตุการณ์นี้ โดยเหตุการณ์ Bitcoin Halving ในปีนี้ได้ดันราคา Bitcoin ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 178% (ข้อมูล จาก Tradingview ณ 18/12/2024) หากเทียบกับการ Halving ในอดีตเมื่อปี 2020 ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น 555.6% หลังจากการ halving ไปแล้ว 1 ปี และในปี 2016 ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น 299.7% หลังจากการ halving ไปแล้ว 1 ปี (ที่มา Bitcoin Halving) นอกจากนี้ การอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF จากหน่วยงานกำกับดูแลยังช่วยเพิ่มกระแสเงินลงทุนจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจใน Bitcoin ของนักลงทุนผ่าน ETF และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงมี Upside ที่น่าสนใจ

7. นโยบายสนับสนุนของรัฐบาล Donald Trump

Donald Trump มีแนวโน้มที่จะออกนโยบายสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ปลด Gary Gensler อดีตประธาน SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ของสหรัฐอเมริกา, ปล่อยตัว Ross Ulbricht ผู้ก่อตั้ง Silk Road, สนับสนุนการขุด Bitcoin เช่นการ Minted & Mined ที่ต้อง Made in US และจัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติ นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วยกับ CBDC (Central Bank Digital Currency) พร้อมทั้งส่งเสริมสิทธิในการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง ตลาดคาดหวังว่านโยบายดังกล่าวมีโอกาสช่วยเร่งการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง และส่งผลให้ตลาดมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

8. ความผันผวนน้อยกว่าการลงทุนคริปโตโดยตรง

หนึ่งในข้อได้เปรียบของการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนผ่านกองทุน ASP-DIGIBLOC คือความผันผวนน้อยกว่าการซื้อคริปโตโดยตรง การกระจายความเสี่ยงไปยังหลายบริษัทช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของราคาคริปโต ในขณะเดียวกันยังคงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม

9. ผสมผสานบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการเงิน

ASP-DIGIBLOC เน้นลงทุนในบริษัทบล็อกเชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการเงิน เช่น บริษัทที่พัฒนาและใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน บริษัทที่ให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัล หรือบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีในภาคการเงิน (FinTech) นอกจากนี้ยังสามารถลงทุนในบริษัทที่มีธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งช่วยสร้างการผสมผสานระหว่างการเงินดิจิทัลและเทคโนโลยีให้มีความสมดุลและสร้างโอกาสเติบโตในระยะยาว

Top 5 Holdings ของ DAPP

*ข้อมูลจาก Financial Times ณ วันที่ 18/12/24 สัดส่วนอาจมีการเปลี่ยนแปลง

  • MicroStrategy 11.50% เดิมที MicroStrategy เป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรในวงกว้าง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา MicroStrategy ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในฐานะ “บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก”
  • Coinbase Global 8.26% Coinbase เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และยังเป็นผู้พัฒนา USDC ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ผูกติดกับมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงยังมีธุรกิจที่เกี่ยวของกับ Digital Asset ที่ครอบคลุมเช่นธุรกิจ Custodian หรือผู้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับบริษัทจัดการลงทุน
  • Hut 8 Corp 6.53% Hut 8 Corp เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการขุดสินทรัพย์ดิจิทัล (Mining) โดยเฉพาะ Bitcoin และให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีบล็อกเชน
  • MARA Holdings 6.19% MARA Holdings หรือ Marathon Digital Holdings เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการขุดสกุลเงินดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการขุด Bitcoin และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขุดและเก็บสะสม Bitcoin
  • Block Inc 6.13% Block (เดิมชื่อว่า Square) เป็นผู้ให้บริการด้านการเงิน ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ และผู้ประมวลผลการชำระเงินที่ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มรายได้ผ่านการใช้โซลูชันที่เข้าถึงได้ง่าย

10. เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและเชื่อมั่นในอนาคต

ด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตเร็วและเต็มไปด้วยความคาดหวัง การลงทุนในบล็อกเชนจึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและมีความเชื่อมั่นในอนาคตของเทคโนโลยีบล็อกเชนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงมองหาโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกดิจิทัล อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโลกของบล็อกเชนจะเต็มไปด้วยโอกาสที่น่าตื่นเต้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องตระหนักเสมอ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง และตลาดอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ และทำความเข้าใจถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างถ่องแท้ อ้างอิง: ASP-DIGIBLOC Fund Fact Sheet, Finnomena คำเตือน: กองทุนนี้มีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีความผันผวนของราคาสูง โดยอาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าที่ลงทุนเริ่มต้น และอาจทำให้ขาดทุนได้ | ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | คำแนะนำการลงทุนนี้เป็นไปตามกรอบการพิจารณาของ Finnomena Funds ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะเวลาตามแต่ละประเภทของพอร์ตเท่านั้น บริษัทมิได้การันตีถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว มีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...