โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCM ยอมรับผู้บริหารใหญ่ 2 ราย โดน Force Sell เหตุนำหุ้นค้ำประกันเงินกู้ สร้างความเสียหายให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย

Share2Trade

อัพเดต 07 ม.ค. 2568 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2568 เวลา 02.23 น. • Share2Trade
SCM ยอมรับผู้บริหารใหญ่ 2 ราย_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ในที่สุดบริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM ก็ออกมายอมรับแล้วว่าสาเหตุที่ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องหลายวันทำการติดต่อกันนั้น

เป็นเพราะการทำธุรกรรมการเงินของผู้บริหารบางราย ที่นำหุ้นไปวางค้ำประกันไว้ และจ่ายหนี้คืนไม่ทันจึงทำให้ต้องโดนบังคับขาย หรือ Force Sell

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ม.ค.68 ทาง SCM รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงประเด็นที่ว่าทำไมราคาหุ้นของบริษัทถึงปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

SCM ให้เหตุผลว่าเกิดจากธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคลของผู้บริหารบางท่าน โดยธุรกรรมนี้เป็นการกู้ยืมเงินกับพันธมิตรทางการเงิน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของต่างประเทศที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

และเมื่อพันธมิตรดังกล่าวมีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานในประเทศทำให้เกิดการขอคืนเงินต้นในระยะเวลาอันสั้น ผู้กู้ยืมไม่สามารถชำระเงินคืนได้ทันเวลา จึงเกิดการขายหลักทรัพย์ตามเงื่อนไข (Force Sell)

โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน SCM แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 2 รายที่มีฐานะเป็นเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ได้แก่ นาย สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ และ นาย นพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ได้ทำรายการขายหุ้นของบริษัท

ดังนั้นเองจนทำให้นาย สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ เหลือการถือหุ้น จำนวน 34,922,900 หุ้น คิดเป็น 5.774% ส่วนนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร เหลือสัดส่วนการถือหุ้นจำนวน 85,675,900 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 14.16%

สำหรับสิ่งที่เป็นคำถามตามมาก็คือว่า แล้วผู้บริหารเอาหุ้นไปวางค้ำประกันกับเจ้าหนี้เพื่ออะไร นำเงินไปใช้ประโยชน์เพื่อสนับสนุนธุรกิจบริษัทหรือไม่ และส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างไร

แต่ที่รู้ๆ คือผู้ถือหุ้นรายย่อยได้รับความเสียหายจากการที่มูลค่าหุ้นลดลงไปแล้วเกือบ 80% แค่ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน คิดอย่างง่ายๆ หากเราถือหุ้น SCM อยู่ที่มูลค่า 100,000 บาท แค่เพียงไม่กี่วันมูลค่าเงินลงทุนของเราหายไปจนเหลือแค่ 20,000 บาท แล้วแบบนี้นักลงทุนรายย่อยจะเชื่อมั่นในบริษัทอีกต่อไปได้อย่างไร

การกระทำของเหล่าผู้บริหารในลักษณะเช่นนี้ ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีบทเรียนมาให้เห็นกันแล้วนักต่อนัก แต่ก็ยังไม่วายที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วแบบนี้จะทำให้นักลงทุนเชื่อใจการกระทำของผู้บริหารได้อย่างไรว่าจะไม่เป็นตัวการทำให้ราคาหุ้นดิ่งแรงๆแบบนี้อีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...