ทำความรู้จัก 8 กองทุนรวม แบ่งตามระดับความเสี่ยง
กองทุนรวมมีมากมาย ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนสับสนในการเลือกกองทุนที่เหมาะกับตัวเองได้ ในโพสต์นี้ Wealthy Thai จึงจะมานำเสนอหนึ่งในวิธีคัดเลือกกองทุนรวมให้ตรงใจผู้ลงทุน โดยแบ่งประเภทจากความเสี่ยง ซึ่งกองทุนรวมส่วนใหญ่จะถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท จากความเสี่ยงน้อยไปหามาก ดังนี้
ความเสี่ยงระดับที่ 1: กองทุนตลาดเงินในประเทศ
กองทุนประเภทนี้จะลงทุนในตลาดเงิน เงินฝาก เงินกู้ระยะสั้น และตราสารหนี้ทั่วไปที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ซึ่งมีความเสี่ยงและความผันผวนค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ผลตอนแทนจะไม่ได้สูงเท่าไรด้วย
ความเสี่ยงระดับที่ 2 : กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ
กองทุนประเภทนี้คล้ายกับกองทุนรวมประเภทที่ 1 แต่จะลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ข้อดีของกองทุนประเภทนี้คือมีโอกาสการสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าในประเทศ
ความเสี่ยงระดับที่ 3: กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล
กองทุนประเภทนี้จะลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาล” โดยให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยซึ่งจะถูกจ่ายสะสมไปเพิ่มมูลค่าให้กับกองทุน กองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน แต่ก็ยังไม่ได้ถือว่าเสี่ยงสูงมาก และผลตอบแทนก็ได้ไม่สูงมากเช่นกัน
ความเสี่ยงระดับที่ 4: กองทุนรวมตราสารหนี้
กองทุนประเภทนี้จะลงทุนใน “ตราสารหนี้” ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยรัฐบาล หรือหุุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน กองทุนนี้จะจ่ายดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนซึ่งจะไปสะสมในมูลค่าของกองทุน และเพราะบริษัทเอกชนมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่ารัฐบาล ความเสี่ยงของกองทุนประเภทนี้จึงสูงกว่ากองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล และจ่ายผลตอบแทนสูงกว่าด้วย
ความเสี่ยงระดับที่ 5 : กองทุนรวมผสม
กองทุนประเภทนี้จะลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หุ้น หรือ ตราสารหนี้ และการลงทุนในหลายสินทรัพย์ที่มีทั้งความเสี่ยงสูงและต่ำ ก็ทำให้กองทุนประไม่ได้มีความเสี่ยงมากจนเกินไป แต่ก็ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการลงทุนนั้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละกองทุน ซึ่งสามารถดูได้จาก “นโยบายการลงทุน” ของกองทุนรวม
ความเสี่ยงระดับที่ 6: กองทุนรวมตราสารทุน
กองทุนประเภทนี้จะลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นเป็นหลัก ซึ่งทำให้กองทุนมีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่เพราะหุ้นแต่ละตัวที่ลงทุนมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม จึงพอจะช่วยกระจายความเสี่ยงได้บ้าง โดยกองทุนประเภทนี้มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ที่เราคุ้นเคยนั้น ส่วนใหญ่ก็จะมีความเสี่ยงในระดับ 6
ความเสี่ยงระดับที่ 7: กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม
กองทุนประเภทนี้คล้ายกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 6 ที่ลงทุนในหุ้น แต่จะมีการคัดหุ้นตาม “อุตสาหกรรม” การลงทุนในหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันสามารถให้ผลตอบแทนได้มากกว่าการกระจายลงทุนในหุ้นหลากหลายอุตสาหกรรม เพราะถ้าอุตสาหกรรมที่โฟกัสไปได้ดี หุ้นทุกตัวที่ลงทุนก็มีแนวโน้มราคาขึ้น ทำให้ผลตอบแทนโดยรวมสูง โดยไม่ต้องมาหักลบการขาดทุนจากหุ้นในอุตสาหกรรมขาลงอื่นๆ แต่ข้อเสียคือ ถ้าอุตสาหกรรมที่โฟกัสนั้นอ่อนแอ มูลค่ากองทุนก็มีสิทธิร่วงแรง เพราะไม่มีหุ้นในอุตสาหกรรมอื่นที่ดีช่วยหักลบการขาดทุน ทำให้กองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนความเสี่ยงระดับ 6
ความเสี่ยงระดับที่ 8: กองทุนรวมทางเลือก
คือกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะทาง เช่น น้ำมัน ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ หรือโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงที่สูงมากกว่ากองทุนรวมประเภทอื่น ๆ เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านี้คาดเดาทิศทางราคาได้ยากกว่าและราคาก็อ่อนไหวต่อข่าวสารและความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจด้วย การลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะทางจึงต้องพึ่งพาความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ แต่กองทุนประเภทนี้ก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน
ทั้งนี้ กองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดก็ไม่ใช่ว่าดีที่สุด เพราะการเลือกกองทุนอยู่ที่เป้าหมายและความต้องการของผู้ลงทุน ว่าอยากได้ผลตอบแทนระดับไหนและรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน