โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คนขับรถตู้ร้อง แท็กซี่เถื่อนกัมพูชา เมินกฎหมายไทย ข้ามแดนรับจ้างขนผู้โดยสาร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ต.ค. 2566 เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2566 เวลา 16.46 น.

คนขับรถตู้ร้อง แท็กซี่เถื่อนกัมพูชา เมินกฎหมายไทย ข้ามแดนรับจ้างขนผู้โดยสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 27 กันนายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 2 จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์นายสุทธิโรจน์ เจริญธนะศักดิ์ นายอำเภอกาบเชิง เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนกรณีรถยนต์ส่วนบุคคลของประเทศกัมพูชา เข้ามารับจ้างขนส่งคนโดยสารในเขต จ.สุรินทร์ หลังที่มีผู้โพสต์คลิป ระบุว่า “รถแท็กซี่กัมพูชาข้ามแดนมารับจ้างฝั่งไทย” จนเป็นกระแสทางโลกโซเชียล

โดยการประชุมดังกล่าว มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชา ประกอบด้วย นายสหชาติ คำพูน ขนส่ง จ.สุรินทร์,ตัวแทน จนท.จากด่านศุลกากรช่องจอม,จนท.ตรวจคนเข้าเมือง จ.สุรินทร์,ตำรวจ สภ.กาบเชิง,จนท.หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 2 ,หน่วยงานทหารในพื้นที่,สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ตัวแทนฝั่งประเทศกัมพูชา ประกอบด้วย นายแอม ปัญญาริด ประธานช่องโอรเสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย,รอง ตม.ช่องโอรเสม็ด,รอง ศุลกากรช่องโอรเสม็ด และรอง หน.หน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย ร่วมประชุมพิจารณาหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อันอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง จนอาจเกิดความรุนแรงต่อประชาชนที่เดินทางของทั้งสองประเทศ จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของ จ.สุรินทร์ กระทบต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์อันดีของประเทศไทยกับกัมพูชา

ทั้งนี้ หลังจากการประชุม เจ้าหน้าที่ทางฝั่งโอรเสม็ด กัมพูชา ก็รับปากจะไปพูดคุยและประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ กับกลุ่มแท็กซี่ชาวกัมพูชา ให้ละเลิก และหยุดพฤติกรรมดังกล่าว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เวลา 10.30 น. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวความคืบหน้าล่าสุด ว่า ได้ลงพื้นที่ไปยังท่ารถตู้หน้าด่านชายแดนช่องจอม จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อีกครั้ง จึงทราบข้อมูลจากผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร ที่ต่างระบุว่า หลังจากทั้ง 2 ประเทศประชุมหารือขอความร่วมมือที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหากันแล้ว

หลังจากนั้นได้เพียง 1 วัน ก็ยังคงพบรถแท็กซี่ชาวกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถแวน 7 ที่นั่ง ยังคงข้ามแดนมารรับผู้โดยสารชาวกัมพูชาเป็นปกติ จำนวนหลายสิบคัน ขณะที่ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสายสุรินทร์-ช่องจอม ก็ได้มีการถ่ายคลิปภาพรถแท็กซี่กัมพูชาที่มีการรับผู้โดยสารเป็นปกติ ทั้งภาพการเข้าออกหน้าด่านชายแดนช่องจอม และเปลี่ยนจุดการรับผู้โดยสาร ให้ไปใกล้ๆ ประตูด่านห่างจากจุดรถตู้จอดมากยิ่งขึ้น เพื่อหลบเลี่ยงการถูกถ่ายภาพ รวมทั้งคลิปภาพรถแท็กซี่กัมพูชาขับผ่านอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์ และยังมีการลอกสติ๊กเกอร์คำว่า “VIP” ที่ติดด้านหลังรถต่างๆออกอีกด้วย โดยมีการลงคลิปประจานทางโซเชี่ยลเช่นเคย

ทั้งนี้ หลังจากมีการประชุมแก้ปัญหาดังกล่าวกล่าว ทางด้าน เจ้าหน้าที่ของ สนง.ขนส่ง จ.สุรินทร์ นายหนึ่ง ก็ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์กับสื่อมวลชนว่า ทาง สนง.ขนส่ง จ.สุรินทร์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ทะเบียนรถแท็กซี่ชาวกัมพูชาที่เข้าออกทุกวันและบ่อยครั้ง เพื่อหาข้อมูลรถที่เข้าข่ายเข้ามารับจ้างในประเทศไทยอย่างผิดกฏหมาย ก่อนจะมีการประชุมหารือและแก้ปัญหากับทั้ง 2 ประเทศอีกครั้ง

ในช่วงปลายเดือนนี้ และที่ผ่านมา จนท.ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ สามารถจับกุมรถแท็กซี่กัมพูชาได้ในเขตตัวเมืองสุรินทร์ จำนวน 1 คัน คนขับชาวกัมพูชารับสารภาพว่ามีการเข้ามารับจ้างจริง จึงนำตัวส่ง จนท.ขนส่ง จ.สุรินทร์ เพื่อเปรียบเทียบปรับจำนวน 2 พันบาทแล้ว ซึ่งทาง สนง.ขนส่ง จ.สุรินทร์ ก็จะมีการตั้งด่านตรวจจับตามกฎหมายถี่มากขึ้นอีกด้วย

นายนภัทร์ คนขับรถตู้สายสุรินทร์-ช่องจอม อายุ 49 ปี กล่าวว่า หลังจาก 2 ประเทศประชุม ก็ยังพบว่าแท็กซี่เขมรยังคงข้ามมาเหมือนเดิม โดยให้ผู้โดยสารชาวกัมพูชายื่นเอกสารแล้วเดินข้ามแดนมาปกติ ขณะที่แท็กซี่กัมพูชาก็ยื่นเอกสารผ่านแดนทั้งรถทั้งคนปิกติ ก่อนจะมารับผู้โดยสารในฝั่งไทย แต่หลังๆเปลี่ยนจุดรับอยู่หน้าประตูด่าน ไม่กล้ามารับแถวใกล้คิวรถตู้ เพราะกลัวถูกถ่ายภาพ วิ่งรับส่งหลายที่ ทั้งอ.ปราสาท,จ.สุรินทร์,พาเที่ยววัดหลวงปู่สรวง จ.ศรีสะเกษ และก็ ยังทราบว่าเหมาไปต่างจังหวัดนำเที่ยวทั่วประเทศอีก

นายนภัทร์ กล่าวว่า วอนหน่วยงานขนส่ง หรือหน่วยงานที่มีอำนาจสั่งการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะทั้งตำรวจทั้งขนส่ง ช่วยมากวดขันอย่างจริงจังด้วย เขาไม่มีความเกรงใจ ทำปกติและทำมานานหลายปีแล้ว ไม่ใช่แค่พึ่งทำหลังโควิด จนเห็นช่องทางและเพิ่มขยายจำนวนรถมากขึ้นเรื่อยๆ ประเมินแล้วคาดว่า 50-60 คัน และทราบว่าที่ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษข้ามมาเป็นร้อยคัน นอกจากนี้แท็กซี่เขมรที่คุยกับพวกของตน บอกว่า “ไม่ต้องตามถ่ายรูปพวกเขามากขนาดนั้นหรอก พวกเราก็คนเขมรเหมือนกัน ประมาณว่าให้พวกเขาได้ทำมาหากินได้”เป็นรถคันเดิมๆข้ามมา

นายนภัทร์ กล่าวว่า พวกตนได้รับผลกระทบรายได้ลดลงมาก ไปกลับเติมแต่น้ำมันก็มี บางวันไม่มีผู้โดยสารก็มี หนึ่งคนสองคนก็ต้องออกตามเวลา นอกจากกระทบกลุ่มรถตู้แล้ว ยังกระทบกับวินรถ จยย.ที่สุรินทร์ด้วย เวลาพวกตนส่งลูกค้าที่สุรินทร์เสร็จ ก็จะมีวินรถ จยย.และสามล้อเครื่อง วิ่งรับส่งตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รพ.รวมแพทย์ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็มีรายได้ไปด้วย รายได้ก็กระจายตามท้องที่ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้มงวดด้วย เพราะแท็กซี่กัมพูชากำลังทำผิดกฎหมายบ้านเรา อีกอย่างแท็กซี่กัมพูชาก็เคยไปชนคนไทยเสียชีวิตมาแล้วหลายรายก็มี คนขับรถตู้ฯกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...