โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ยลโฉมจริง! Lamborghini Revuelto ซูเปอร์สปอร์ตพลังเสียบปลั๊ก

Car2day

อัพเดต 13 ส.ค. 2566 เวลา 05.36 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2566 เวลา 03.00 น. • Car2Day

พบตัวจริงกันอีกครั้งกับซูเปอร์สปอร์ตรุ่นแรกของค่ายกระทิง Lamborghini เดินหน้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบกับ Lamborghini Revuelto

Lamborghini

Lamborghini Revuelto ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์เปิดตัวแล้วที่เมืองไทยและยังเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีโดยถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรวมถึงการกำหนดศัพท์ใหม่ อย่าง HPEV (High Performance Electrified Vehicle) สื่อถึงการเป็นรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูงแทนคำว่า PHEV หรือ Plug-in Hybrid Electric Vehicle ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

โครงสร้างใหม่ล่าสุด “Monofuselage” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวถัง Monocoque ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบิน และยังเป็นรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตรุ่นแรกที่ใช้โครงสร้างส่วนหน้าเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ 100% ทำให้มีน้ำหนักโครงแชสซีเบาลง 10% โครงส่วนหน้าเบาลง 20% และความแข็งแรงและทนต่อแรงบิดเพิ่มขึ้นไปที่ 40,000 Nm/° ซึ่งสูงขึ้น 25% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Aventador การันตีสมรรถนะความเป็นเลิศด้านพลศาสตร์ที่ดีที่สุดในคลาส

ดีไซน์ภายนอกมาพร้อมปรัชญา ‘Feel like a pilot’แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินด้วยกลิ่นอายของต้นแบบรถยนต์รุ่น Countach ในปี 1971 แต่มาในรูปโฉมดีไซน์ใหม่ที่เสมือนยานอวกาศ จากแรงบันดาลใจของอุตสาหกรรมการบิน โดยสื่อสารผ่านเส้นสายเฉพาะตัวที่พาดผ่านจากด้านหน้าโอบล้อมห้องโดยสารและเครื่องยนต์ และลู่ลงสู่ชุดท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมส่วนท้ายอย่างสง่างาม

ฝากระโปรงหน้าดุดันน่าเกรงขามด้วยรูปทรงแบบ Shark-nose ที่บ่งบอกถึงสัมผัสแห่งพลังและความเร็ว ซึ่งสอดรับกันได้อย่างลงตัวกับดีไซน์รูปตัว ‘Y’ ที่แฝงอยู่ในทุกส่วนประกอบทั้งภายในและภายนอก สะท้อนถึงปรัชญา ‘Feel like a pilot’ ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายด้วยประตูปีกนกที่เปิดในแนวตั้ง (Scissor Doors) ที่ได้สร้างคาแรกเตอร์เฉพาะตัวพร้อมสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่พบเห็น

พร้อมล้อหน้าขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 265/35 ZR20 จากยาง Potenza Sport Runflat (ล้อหน้า 21 นิ้วพร้อมขนาดยาง 265/30 ZR21 – Runflat ออปชันเสริม) และล้อหลังขนาด 21 นิ้วพร้อมยาง 345/30 ZR21 – Potenza Sport Runflat (ล้อกหลัง 22 นิ้วพร้อมยางขนาด 355/25 ZR22 – Runflat ออปชันเสริม)

Lamborghini

ภายในมาพร้อมความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมด้วยการนำเสนออินเตอร์เฟซ Human Machine Interface (HMI) ที่ออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียด ประกอบด้วยจอแสดงผล 3 ตำแหน่ง ที่ถูกควบคุมโดย “สมองกล” ตัวเดียว ซึ่งใช้ดีไซน์อินเตอร์เฟซแบบเดียวกันทุกจอ ทำให้ผู้ใช้ไม่เกิดการสับสน รวมถึงยังมีการติดตั้งโปรแกรมผู้ช่วย Amazon Alexa ซึ่งจะช่วยให้นักขับสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นการควบคุมตัวรถได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการปรับอุณหภูมิ การนำทาง และสื่อต่างๆ ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง โดยโปรแกรม Alexa ยังผสานฟังก์ชั่น What3Words ซึ่งทำงานร่วมกับระบบนำทางที่ติดตั้งมากับตัวรถ ทำให้สามารถขับขี่ไปได้ทุกที่บนโลก แม้สถานที่นั้นจะไม่มีข้อมูลที่อยู่ที่ชัดเจนก็ตาม

ด้านความปลอดภัยติดตั้งระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไว้กับตัวรถ ซึ่งจะทำงานทันทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยระบบติดตามรถยนต์ Lamborghini Connect ยังสามารถตรวจจับการใช้งานรถยนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งไม่เพียงแจ้งไปยังเจ้าของรถ แต่ยังติดต่อไปยังศูนย์ความปลอดภัยที่เปิดรับสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในการติดตามรถยนต์กลับคืน

นอกจากนี้แอปพลิเคชัน Lamborghini Unica บนสมาร์ตโฟน ยังทำให้นักขับสามารถตรวจสอบสถานะต่างๆ ของรถได้ตลอดเวลา ทั้งระดับเชื้อเพลิง การชาร์จแบตเตอรี่ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ตำแหน่งการจอดที่แน่นอน หรือแม้กระทั่งการควบคุมรถยนต์ระยะไกล เช่น การล็อกและปลดล็อกประตู การเปิดเสียงแตรหรือเปิดแสงไฟ โดยบางฟังก์ชันยังสามารถสั่งการได้ผ่านทาง Apple Watch อีกด้วย

นำเสนออินเตอร์เฟซ Human Machine Interface (HMI) ที่ออกแบบใหม่ในทุกรายละเอียด ประกอบด้วยจอแสดงผล 3 ตำแหน่ง ได้แก่ จอบริเวณแผงหน้าปัดขนาด 12.3 นิ้ว จอแสดงผลกลางขนาด 8.4 นิ้ว และจอเสริมขนาด 9.1 นิ้ว มอบรูปลักษณ์ใหม่ที่สดใสกว่าทั้งภาพกราฟิก 3D ภาพเคลื่อนไหว วิดเจ็ต และสไตล์การปรับแต่งต่าง ๆ ซึ่งจอแสดงผลทั้งสามถูกควบคุมโดย “สมองกล” ตัวเดียว ซึ่งใช้ดีไซน์อินเตอร์เฟซแบบเดียวกันทุกจอ ทำให้ผู้ใช้ไม่เกิดการสับสนกับอินเตอร์เฟซบนจอต่าง ๆ ทั้งในเรื่องสีสันและรูปภาพ ตลอดจนมีปฏิกิริยาที่สอดคล้องกัน

พัฒนาประสิทธิภาพด้วยตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบการอัปเดตตัวเองผ่านซอฟต์แวร์ Over-the-Air ทำให้รถยนต์มีระบบที่อัปเดตและเนื้อหาที่ทันสมัยอยู่เสมอ ระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นนี้สามารถรองรับการอัปเดตไม่เฉพาะที่จอแสดงผลอินโฟเทนเมนต์เท่านั้น แต่สามารถอัปเดตจอที่แผงหน้าปัดและจอแสดงผลฝั่งผู้โดยสารได้อีกด้วย

Lamborghini

Lamborghini Revuelto คือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดขับเคลื่อนล้อหลังสมรรถนะสูงจากเครื่องยนต์ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศขนาด 6.5 ลิตรบริเวณกลางตัวรถ

  • ให้กำลังมากถึง 826 แรงม้าที่ 9,250 รอบ/นาที แรงบิด 725 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบ/นาทีในภาคเครื่องยนต์
  • จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวโดยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวแรกจะอยู่ที่เพลาขับคู่หน้าให้กำลัง 300 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที และอีก 1 ตัวจะติดตั้งอยู่กับชุดเกียร์ดับเบิลคลัชต์ 8 สปีดรุ่นใหม่ให้กำลัง 150 แรงม้าที่ 10,000 รอบ/นาที
  • ติดตั้งชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนกำลังสูงรวมความจุ 3.8 kWh (4,500 Wh/km) ไว้บริเวณท่อแกนกลาง เมื่อประจุลดลงเหลือศูนย์
  • กำลังเครื่องสูงสุด 1,015 แรงม้า แรงบิด 1,075 นิวตันเมตร
  • สามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 กม. 2.5 วินาทีและอัตราเร่ง 0-200 กม. ต่ำกว่า 7 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.
  • สามารถชาร์จใหม่ได้ผ่านการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับและแบบชาร์จในบ้าน AC ที่มีกระแสสูงสุด 7 kW โดยชาร์จเต็มในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ ยังสามารถชาร์จไฟจากการเบรกของล้อหน้าที่ช่วยประจุไฟได้ หรือชาร์จโดยตรงจากเครื่องยนต์ V12 ในเวลาเพียง 6 นาที และชาร์จหนึ่งครั้งวิ่งไลกสุด 10 กม. (WLTP)

อีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับระบบไฮบริด คือ 3 โหมดการขับขี่รูปแบบใหม่ ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance เพื่อใช้ร่วมกับโหมดเดิมอย่าง Città (City), Strada, Sport และ Corsa โดยโหมด Città ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ประจำวันในย่านกลางเมืองด้วยอัตราการปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ ซึ่งหากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่จำเป็นต้องได้รับการชาร์จไฟ แต่พื้นที่แถบนั้นไม่มีสถานีชาร์จ เครื่องยนต์ V12 จะเข้ามาทำงานเพื่อชาร์จไฟจนเต็ม (เข้าสู่โหมด Recharge) ในเวลาไม่กี่นาที ในขณะที่โหมด Strada เหมาะสำหรับการขับขี่ประจำวันที่เน้นสัมผัสแบบไดนามิกและการวิ่งทางไกล

Lamborghini

โดยเครื่องยนต์ V12 จะทำงานตลอดเวลาเพื่อทำการชาร์จไฟแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมการขับขี่ในโหมด Recharge ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือโหมด Corsa ที่มอบพลังอันเต็มเปี่ยมทั้งในแง่ประสิทธิภาพการขับขี่และพลังเสียง โดยการควบคุมระบบไฮบริดจะทำการรีดศักยภาพของเพลาไฟฟ้า (e-axle) ออกมาทั้งหมดเพื่อสร้างประสบการณ์ขับขี่ระดับ Ultra-sport ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

มอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดแก่ลูกค้าโดยข้อมูลที่ถูกส่งระหว่างรถยนต์กับระบบคลาวด์จะได้รับการปกป้องตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ลูกค้ายังสามารถควบคุมได้ว่าจะแชร์ข้อมูลใดบ้างด้วยการกำหนดความเป็นส่วนตัวทั้ง 6 ระดับตามหลักเกณฑ์ยังนำระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS (Advanced Driver Assistance System) มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งรวมถึงฟังก์ชั่นขั้นสูงเพื่อการเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่ประจำวัน ซึ่งเกิดจากการทำงานผสานกันทั้งระบบกล้อง เรดาห์ และเซ็นเซอร์ ซึ่งชุดความปลอดภัย ประกอบด้วย

  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกช่องเดินรถพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ Active Lane Departure Warning (ALDW) ซึ่งจะตรวจจับเส้นแบ่งช่องเดินรถและปรับวงล้อให้เหมาะสมหากผู้ขับเผลอขับข้ามช่อง
  • เตือนเมื่อเปลี่ยนช่องเดินรถ Lane Change Warning (LCW) จะตรวจจับจุดบอดและเตือนผู้ขับถึงอันตรายก่อนที่จะเปลี่ยนช่องทาง
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control (ACC) จะควบคุมความเร็วรถและระยะห่างกับรถคันหน้า โดยจะช่วยทั้งในการเร่งความเร็วและเบรกรถให้โดยอัตโนมัติ
  • เตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA) โดยเมื่อทำการถอยรถ อุปกรณ์จะเตือนนักขับหากมีสิ่งกีดขวางอยู่ด้านหลัง และทำการเบรกเมื่อใกล้จะเกิดการชนปะทะ นอกจากนี้ ระบบกล้องยังแสดงภาพด้านหลังรถและด้านบนที่จอแสดงผลบริเวณแผงหน้าปัด ทำให้นักขับไม่เพียงมองเห็นด้านหลังรถ แต่ยังเห็นภาพจำลองของรถทั้งคันเมื่อมองจากด้านบน

Lamborghini

เพื่อเป็นการสะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลมอบทางเลือกในการปรับแต่งรูปลักษณ์ผ่านงานทำสีของ Lamborghini Revuelto ที่มีให้เลือกมากถึง 400 เฉดสี ร่วมกับออปชันการปรับแต่งอีกมากมายเพื่อรังสรรค์ความฝันความต้องการของลูกค้าแต่ละท่านได้อย่างตรงใจมากที่สุด โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 47,490,000 บาทและเริ่มส่งมอบประมาณกลางปีหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...