พลทหารโดนวัยรุ่นไล่แทงดับ พ่อเผยลางสังหรณ์ก่อนตาย
ความคืบหน้ากรณีนายอัครเดช คามะเชียงพิณ อายุ 21 ปี นายนครินทร์ สามาอาพัฒ อายุ 22 ปี และพลทหารสิทธิพร พิมพ์จันทร์ อายุ 22 ปี สังกัดค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มณฑลทหารบกที่ 13 จ.ลพบุรี ชาวบ้านนาแอง ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมือง จ.อุดรธานี มาเที่ยวที่ร้านเหล้า ถนนบ้านเหล่า เขตเทศบาลนครอุดรธานี ขากลับถูกกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) ไล่ฟันแทงบริเวณซอยเชิดสมบัติ ถนนวัฒนานุวงศ์ ซึ่งพลทหารสิทธิพร ถูกแทงใต้ราวนมซ้าย บาดเจ็บสาหัสเพื่อนนำส่ง รพ.แต่ตกรถที่หน้าสำนักงานชลประทาน อาสากู้ภัยช่วยปั๊มหัวใจนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเวลา 00.10 น.วันที่ 22 ตุลาคม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี นายสุด พิมพ์จันทร์ อายุ 53 ปี และนางคำนาง พิมพ์จันทร์ อายุ 48 ปี พ่อแม่และญาติมารับศพ พลทหารสิทธิพร ภายหลังจากแพทย์ผ่าชันสูตรระบุว่าพบบาดแผลถูกแทงใต้ราวนมซ้าย หน้าอกขวา และมือ ซึ่งพ่อและแม่จุดธูปบอกกล่าวเชิญวิญญาณลูกชายกลับบ้านด้วยน้ำตานองใบหน้า
นางคำนางเล่าว่า มีลูก 2 คน ผู้เสียชีวิตเป็นคนเล็กนิสัยดีทำงานซ่อมรถเงินเดือนออกก็ให้พ่อแม่ใช้ ต่อมาคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ 1 ปี ก่อนเกิดเหตุลูกกลับมาบ้าน วันที่ 23 ต.ค.จะกลับเข้าค่ายแต่เพื่อนโทรมาหาแต่ไม่รู้ว่าลูกออกมาเที่ยว จึงอยากให้ตำรวจจับผู้ก่อเหตุให้มารับโทษลูกจะได้นอนตายตาหลับ อยากบอกวิญญาณลูกว่าเกิดชาติหน้าให้เกิดมาเป็นแม่กับลูกกันอีก
นายสุดเล่าว่า สะดุ้งตื่นเสียงโทรศัพท์มาคิดในใจว่าต้องเป็นข่าวร้ายและก็เป็นเรื่องจริงเพราะคิดในใจคล้ายกับเป็นลางสังหรณ์ว่าลูกจะอยู่กับตนไม่นาน ลูกจะไม่เข้าใกล้จะอยู่ห่างๆ ทำไมลูกอยากไปเที่ยวมากคิดและบอกลูกตลอดว่าถ้าไปเที่ยวแล้วให้ขี่รถกลับมาบ้านอย่านอนกลับมา
ด้าน พ.ต.ท.บรรจง พาโคตร สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุนำกำลังออกสืบสวนสอบสวนทราบว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตชวนกันไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ถนนบ้านเหล่า เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังจากร้านปิดกลุ่มผู้เสียชีวิตขี่รถ จยย.กลับถึงสามแยกแรงงานเลี้ยวเข้าซอยเชิดสมบัติประมาณ 50 เมตร ถูกกลุ่มคนร้ายชายประมาณ 4-5 คน ซึ่งไม่รู้จักกันมาก่อนขี่รถ จยย.ไล่ฟันแทงจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตอาจมีเรื่องเขม่นกับกลุ่มวัยรุ่นภายในร้านจึงถูกไล่ทำร้าย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อสืบหากลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี