โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2566 เร่งสร้างการตระหนักรู้แก่เกษตรกรรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ่ และลานีญ่า

77kaoded

เผยแพร่ 24 ส.ค. 2566 เวลา 12.28 น. • 77 ข่าวเด็ด

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 ส.ค.ที่ห้องสุนทรภู่ โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่นระยอง อ.เมือง จ.ระยอง นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นางอุบล มากอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมการเกษตร เขต 3 จ.ระยอง น.ส.วรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกปี 2566ของกรมส่งเสริมการเกษตร มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเขต 3 ระยอง และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล อำเภอ จังหวัดจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมงานแถลงข่าว ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งเสริม จัดระบบ วางแผนการผลิตพืชผลทางการเกษตรแก่เกษตรในแต่ละพื้นที่ให้มีผลผลิตต่อเนื่องตลอดปี ให้เป็นไปตามแผนสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2565-2570

นายกฤษ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะคณะทำงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้หรือ คกก.ที่ดูแลการบริหารจัดการผลไม้ไทย ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลไม้มากกว่า 57 ชนิด ไปทั่วโลก รวมไปถึงการบริโภคในประเทศด้วย สิ่งสำคัญที่กรมส่งเสริมการเกษตร ทำหน้าที่คือ การบริหารด้านการผลิตให้มีปริมาณที่เพียงพอ เหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ซึ่งจะส่งผลถึงระดับราคา ขณะเดียวกันก็ต้องยกระดับเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานเพื่อให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคของตลาด ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบ นอกจากนั้นจะเป็นการบริหารเกี่ยวกับดีมานด์ซัพพลาย หรือกลไกการตลาด ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ก็มี คกก.จากหลายหน่วยงานที่มาร่วมช่วยกันบริหารให้เกิดความสมดุลในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

ซึ่งสินค้าเกษตรอาจจะบริหารไม่ได้ง่ายเหมือนสินค้าอุตสาหกรรม แต่ว่าโดยเนื้อหาประเทศไทยก็มีการบริหารด้านดีมานด์กับซัพพลาย ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ก็ช่วยดูแล และควบคุมด้านปริมาณดีมานด์ซัพพลายให้สอดคล้องกับปริมาณสินค้าเกษตรที่ผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดที่มคุณภาพ และเหมาะสม

นายกฤษ ยังกล่าวถึงการรับมือปัญหาเอลนีโญ่ที่จะกระทบภาคการเกษตรด้วยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวใน 2 ส่วนคือ 1.เอลนีโญ่ และลานีญ่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก เกษตรกรไทยรับรู้ภัยแล้ง น้ำท่วมหมุนเวียนเป็นวัฏจักรตลอดมา เพียงแต่ว่าในกระแสสังคมเมืองอาจจะตกใจกับปรากฏการณ์ดังกล่าว ส่วนภาคการเกษตร ตัวเกษตรกรนั้นรับรู้ และเตรียมรับมืออยู่แล้ว พร้อมที่เผชิญกับปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยธรรมชาติเกษตรกรจะรู้ว่าแต่ละปีจะเข้าสู่วงรอบเอลนีโญ่ หรือลานีญ่า เกษตรกรจะรู้เตรียมรับมือหาแหล่งน้ำสำรอง ขณะที่ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ก็จะมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้เกษตรกร เตรียมความพร้อมโดยเฉพาะพื้นที่ใดจำเป็นที่จะต้องระวังการใช้น้ำ ก็จะมีการเร่งสร้างการตระหนักรู้ หรือเตือนเกษตรกรให้รับรู้รับทราบ

นอกจากนี้ในเรื่องของปัจจัย แหล่งน้ำก็ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าไว้ มีการสะสมแหล่งน้ำสำรอง มีการให้ข้อมูลแก่เกษตรกรเตรียมการสำรองน้ำ รวมไปถึงการแนะนำให้งดการปลูกพืชเกษตรที่มีการใช้น้ำสูง และส่วนที่ 2 เป็นเรื่องของการใช้น้ำภาคประชาชนที่ใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคและภาคเกษตร ซึ่งเกษตรกรต้องใช้ หลายภาคส่วนจะต้องช่วยกันสร้างการรับรู้ของการใช้น้ำทั้ง 2 ภาคส่วน เพื่อให้สมดุลเพียงพอ และไม่ขาดแคลน กรมส่งเสริมการเกษตรก็จะช่วยในการสร้างการตระหนักใช้น้ำด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...