โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่แชร์ ลูกมีเส้นขีดสีน้ำตาลที่เล็บ ปรึกษาหมอแนะ ผ่าตัดออก หวั่นกลายเป็นมะเร็ง

Khaosod

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 10.04 น.

เจอแบบนี้อย่าปล่อยไว้ คุณแม่แชร์ ประสบการณ์ ลูกมีเส้นขีดสีน้ำตาลที่เล็บ ปรึกษาหมอแนะ ผ่าตัดออก หวั่นกลายเป็นมะเร็งในอนาคต

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง Tharinee Lersprasertpun ออกมาแชร์ประสบการณ์ลงในกลุ่ม ห้องนั่งเล่นพ่อแม่ เผย ลูกน้อย มีเส้นขีดสีน้ำตาลที่เล็บ เตือนอย่าปล่อยไว้ เสี่ยงอันตราย กลายเป็นมะเร็งในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม : สาวสุดงง เล็บเริ่มมีเส้นขีดสีน้ำตาล ทิ้งไว้นาน 10 ปี หาหมอช็อก เป็นมะเร็งเล็บ

ภาพประกอบ จาก Facebook : Tharinee Lersprasertpun

โดยเธอมีการแชร์เรื่องราวครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา ระบุว่า "แชร์ประสบการณ์ลูกมีเส้นสีน้ำตาลเข้มขึ้นที่เล็บ"

"เล่าย้อนหลัง จากที่ไปดูรูปแล้วซูมดูที่เล็บเหตุการณ์น่าจะเริ่มเกิดประมาณเดือนมีนาคม สังเกตว่าลูกมีเส้นสีน้ำตาลเข้มขึ้นที่เล็บ ขึ้นมาไม่เยอะ ตอนแรกคิดว่าเล็บกระแทกอะไรซักอย่างแล้วช้ำ คิดว่าน่าจะหายไปเอง"

"แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านไปเส้นกลับไล่ขึ้นมาจนถึงปลายเล็บ(ตามภาพ) ประกอบกับไปอ่านเจอบทความว่าคนเป็นมะเร็งที่เล็บ แล้วในรูปคือเป็นเส้นคล้ายลูกเรา"

"แม่ก็จิตตกทันที ดีที่พี่สาวช่วยปรึกษาเพื่อนเป็นหมอผิวหนัง Dr. Yui คุยทุกเรื่องผิว (กราบขอบพระคุณที่ให้คำปรึกษา) ได้แนะนำหมอ พญ. ชนิตว์วัณณ์ วิชญชาคร คุณหมอเชี่ยวชาญผิวหนังเด็ก และเล็บ คุณหมอออกตรวจหลายที่ สุดท้ายเลือกไปพบคุณหมอที่สมิติเวช สุขุมวิท เพราะคุณหมอออกตรวจหลายวัน และมีคิวได้เร็วสุด"

ภาพประกอบ จาก Facebook : Tharinee Lersprasertpun

"หลังจากพบคุณหมอ คือ น้องน่าจะเป็นไฝบริเวณโคนเล็บ อาจจะเกิดจากการกระแทกแล้วไปกระตุ้นเม็ดสีผิวเลยกลายเป็นไฝ ณ ตอนนี้คือขนาดไม่เกิน 3 มม. และสีน้ำตาลสม่ำเสมอ ความเสี่ยงที่กลายเป็นมะเร็งก็ยังน้อย แต่ก็ต้องกำจัดมันทิ้ง มันจะอยู่ร่วมกับนิ้วเราไม่ได้"

"ซึ่งการรักษาเบื้องต้น คือ ทายา ดูว่าความเข้มของสีน้ำตาลลดลงไหม(โอกาสจะน้อย เนื่องจากสีค่อนข้างเข้ม) ลำดับถัดไป คือ ผ่าตัดเอาไฝนี้ออกไปก่อนที่จะกลายเป็นอื่น"

"ความพีคคือเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบต้องใช้ยาสลบ และทำการผ่าตัดในห้องผ่าตัด อีก 2 เดือนข้างหน้าหมอจะนัดไปดูพัฒนาการของสีเล็บ และนัดผ่าตัดเอาออก เลยอยากจะมาแชร์ให้สังเกตเล็บลูกเรา หากเจอเส้นสีขึ้นผิดปกติ ให้รีบไปพบหมอเฉพาะทางก่อนที่มันจะลุกลามเป็นอย่างอื่นนะคะ"

ล่าสุด เธอได้มีการกลับมาอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยเล่าว่า "หลังจากที่ทายาตามหมอสั่ง 2 เดือน แล้วกลับไป Follow up เพื่อดูว่าเส้นจางลงหรือไม่ ผลคือเส้นยังคงมีสีน้ำตาลเข้มเหมือนเดิม หมอเลยแนะนำให้ผ่าตัดออกเพื่อจะไม่กลายเป็นมะเร็งในอนาคต"

"หลังจากนัดวันผ่าเรียบร้อย เป็นอันต้องเลื่อนเนื่องจากลูกชายป่วยเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ซึ่งไม่สามารถทำการผ่าตัดวางยาสลบได้ จนสุดท้ายผ่านไปอีก 2 เดือนถึงนัดผ่าตัดได้สำเร็จ รวมระยะเวลาจากที่พบหมอ จนถึงวันผ่าประมาณ 4 เดือน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เส้นสีน้ำตาลมีความเข้มขึ้นและขยายขนาดอย่างรวดเร็ว ทำให้หมอมีความกังวลในตอนแรก"

ภาพประกอบ จาก Facebook : Tharinee Lersprasertpun

"หลังจากผ่าตัดและเอาชิ้นเนื้อไปตรวจ 3 รอบ(ช่วงที่รอผลคือบีบหัวใจแม่สุดๆ) ผลคือเซลล์เม็ดสียังคงเรียงตัวเป็นปกติ ยังไม่ก่อตัวเป็นมะเร็ง แต่ถ้าเก็บไว้หมอบอกว่าอาจจะกลาย เพราะการขยายขนาดอย่างรวดเร็ว แล้วเม็ดสีฝังตัวค่อนข้างลึก หมอต้องผ่าเปิดโคนเล็บเพื่อตัดเจ้าเม็ดสี และขูดเซลล์เม็ดสีออกจนหมดเพื่อไม่ให้มันกลับมาได้อีก หลังจากนี้ก็รอให้เล็บใหม่ขึ้นมาแทนที่ หมอบอกว่าน่าจะประมาณ 2 เดือน"

สุดท้าย คุณแม่ท่านนี้ ได้ฝากคำแนะนำเตือนใจทุกคนว่า "ใครที่มีเส้นแถบสีผิดปกติขึ้นที่เล็บมือหรือเท้า ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่แนะนำให้หมอผู้เชี่ยวชาญตรวจดูนะคะ บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่สัญญาณที่ดีก็เป็นได้"

ภาพประกอบ จาก Facebook : Tharinee Lersprasertpun

ภาพประกอบ จาก Facebook : Tharinee Lersprasertpun

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่แชร์ ลูกมีเส้นขีดสีน้ำตาลที่เล็บ ปรึกษาหมอแนะ ผ่าตัดออก หวั่นกลายเป็นมะเร็ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...