โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบสาวบัญชีม้า แก๊งคอลหลอกเป็นตร.หาดใหญ่ ลวงสูญ 1.4 ล้าน อ้างหาเงินดูแลลูกป่วย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 06.39 น.

สืบนครบาล รวบบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นตำรวจหาดใหญ่ หลอกว่าเกี่ยวกับฟอกเงินให้โอนตรวจสอบสูญเงิน 1.5 ล้าน

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์

โดยกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เร่งทำการสืบสวนติดตามจับกุมขบวนการโทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทเอไอเอส โทรศัพท์มาลวงผู้เสียหาย อ้างว่าผู้เสียหายเคยลงทะเบียนเปิดใช้งานเบอร์โทรศัพท์ของบริษัทเอไอเอส สาขาหาดใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน จากนั้นได้มีการลวงทำทีให้ผู้เสียหายติดต่อทางไลน์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ จากนั้นได้ปรากฏไลน์ชื่อบัญชี “สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่” เข้ามาที่ไลน์ส่วนตัวของผู้เสียหาย และได้มีการส่งข้อมูลหน้าหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ชื่อ-สกุลของบุคคลคนหนึ่งซึ่งผู้เสียหายไม่เคยรู้จัก พร้องกับได้ส่งข้อมูลบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขาหาดใหญ่ และภาพถ่ายทะเบียนราษฎรของผู้เสียหายให้ผู้เสียหายทราบ แล้วได้มีการแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน ซึ่งต้องให้ผู้เสียหายโอนเงินไปทำการตรวจสอบบัญชีและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเปลี่ยนมาโทรผ่านไลน์พูดคุยกันจนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินจากบัญชีธนาคารต่างๆ ของตนให้ตรวจสอบจำนวน 10 ครั้ง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 รวมเป็นเงิน 1,436,983 ล้านบาท

ต่อมา เมื่อผู้เสียหายโอนเงินจนครบทุกบัญชีธนาคารที่ตนมีแล้ว ได้ตรวจสอบข้อมูลที่คนร้ายซึ่งแอบอ้างส่งข้อมูลมาให้ทราบทางไลน์ พบว่าบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจที่คนร้ายส่งมาแอบอ้างมีการลบด้วยปากกาแดงที่เลขประจำตัว และได้มีการโทรศัพท์ปรึกษากับเพื่อนจึงทราบว่าตนถูกหลอก จึงเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ให้ดำเนินคดีกับคนร้าย

ต่อมา เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้พิจารณาอนุมัติหมายจับ น.ส.ณัฐสุดา อายุ 26 ปี หนึ่งในบัญชีม้าที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 490/2567 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. เร่งรัดให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. กำชับให้ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี, พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ซึ่งได้รับมอบหมายให้รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการที่ถูกออกหมายจับดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

ต่อมา วันที่ 24 ตุลาคม 2567 เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้ร่วมจับกุมตัว

น.ส.ณัฐสุดา อายุ 26 ปี อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 490/2567 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้าน หมู่บ้านสระแก้ววิลล์ ตำบลพระประโทน อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

ในชั้นจับกุมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเรียนจบชั้น ป.6 ในพื้นที่ จ.ชลบุรี จากนั้นช่วงอายุประมาณ 22 ปี ได้มาทำงานเป็นพนักงานประจำร้านสะดวกซื้อในพื้นที่เมืองนครปฐม ต่อมาเมื่อช่วงประมาณเดือนมกราคม 2566 ตนประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินเนื่องจากลูกของตนไม่สบาย จึงได้หาช่องทางเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ได้มี เพื่อนซึ่งไม่สนิท ได้ติดต่อมาให้ตนไปทำงานที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา แต่ตนตอบได้ปฏิเสธไปเนื่องจากต้องอยู่ดูแลลูกที่ไม่สบาย ตนจึงได้คิดหาวิธีการหาเงินโดยที่ไม่ต้องห่างจากลูก

จนได้เจอเพจรับซื้อบัญชีธนาคาร ชื่อว่า “รับซื้อบัญชีธนาคาร” จึงเกิดความสนใจ จึงได้ติดต่อไปยังบุคคลที่โพสต์ดังกล่าว จากนั้นบุคคลดังกล่าวได้ให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยบุคคลดังกล่าวแจ้งว่าจะนำบัญชีธนาคารไปใช้เกี่ยวกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ SLOT โดยเสนอให้ค่าจ้างในการเปิดบัญชี บัญชีละ 2,000 บาท ตนจึงได้ไปเปิดบัญชีธนาคาร รวมทั้งหมด 5 บัญชีธนาคาร ซึ่งตนไม่สามารถจดจำเลขที่บัญชีแต่ละธนาคารได้ พร้อมกับเปิดบัตร ATM และซิมโทรศัพท์ซึ่งใช้ผูก OTP กับบัญชีธนาคารทั้ง 5 บัญชี

หลังจากนั้นตนได้นำบัญชีธนาคารและบัตร ATM พร้อมกับรหัสผ่าน และเบอร์โทรศัพท์ซึ่งใช้ผูก OTP กับบัญชีธนาคารทั้ง 5 บัญชี ส่งไปรษณีย์ที่อยู่ จำได้ว่าอยู่ในพื้นที่ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยตนได้ค่าจ้างในการเปิดบัญชีรวม 10,000 บาท โดยตกลงกันไว้ว่าจะได้รับค่าจ้างหลังจากที่ตนได้ส่งบัญชีไปให้บุคคลดังกล่าวและบุคคลดังกล่าวได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารว่าใช้ได้จริง จึงจะโอนค่าจ้างในการเปิดบัญชีมาให้ หลังจากที่บัญชีธนาคารไปถึงปลายทางประมาณ 2 วัน ตนจึงได้รับโอนค่าจ้างในการเปิดบัญชี โดยได้รับการโอนเงินเข้ามายังบัญชีของตนจริง บุคคลดังกล่าวยังได้ให้ข้อมูลว่าจะไม่รับบัญชีธนาคารที่มีชื่อซ้ำกับบุคคลเดิมอีก และไม่รับบัญชีธนาคารอื่นที่ไม่ใช่ 6 ธนาคารหลัก ซึ่งบุคคลดังกล่าวแจ้งว่าให้เปิดบัญชีธนาคารอีกหนึ่งธนาคารด้วย เนื่องจากยังขาดอีก 1 ธนาคาร แต่ตนไม่สามารถเปิดบัญชีได้เนื่องจากติด blacklist กับธนาคารดังกล่าวอยู่ หลังจากนั้น วันที่ 27 มิถุนายน 2567 บัญชีเฟซบุ๊กที่ของตนใช้ติดต่อกับบุคคลดังกล่าวก็ไม่สามารถเข้าใช้งาน ทำให้ตนไม่ได้ติดต่อกับบุคคลดังกล่าวอีกเลย จนมาถูกจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว น.ส.ณัฐสุดา นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่า ในสังคมปัจจุบันมิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย อีกทั้งแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า อย่าให้บัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้เด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างมหาศาล ตลอดจนโทษกรณีการเปิดบัญชีม้า ณ ปัจจุบันมีอัตราโทษหนัก คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (บัญชีม้า)

นอกจากนี้ ผู้เป็นธุระจัดหา จ้างผู้อื่นมาเปิดบัญชีม้าก็มีโทษหนักเช่นเดียวกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (คนจัดหาบัญชีม้า) หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบสาวบัญชีม้า แก๊งคอลหลอกเป็นตร.หาดใหญ่ ลวงสูญ 1.4 ล้าน อ้างหาเงินดูแลลูกป่วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...