โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถควรรู้! 6 สเต็ป วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 03 ต.ค. 2567 เวลา 11.19 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถควรรู้! 6 สเต็ป วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

ใช้รถควรรู้! 6 สเต็ป วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

เมื่อรถตกน้ำ จะเหลือเวลาเท่าไหร่ก่อนรถจมน้ำ
หลังจากที่รถยนต์ตกน้ำแล้ว เราจะมีเวลาอยู่แค่ประมาณ 1-2 นาที ก่อนที่รถจะจมน้ำและอากาศภายในรถยนต์จะหมดลง ส่วนไฟฟ้าถายในรถจะยังใช้ได้อยู่ประมาณ 5 นาทีหลังจากรถยนต์ตกน้ำไป

6 สเต็ป วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถจมน้ำ

1. ตั้งสติให้เร็วที่สุด

จำไว้ว่าสติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้เราเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ได้ เพราะแรงประทะของผิวน้ำค่อนข้างแรง อาจทำให้ศีรษะหรือร่างกายบาดเจ็บได้

2. ปลดล็อคประตูและหน้าตา

เมื่อหมดแรงกระแทกให้ปลดล็อคประตู หน้าต่างและเข็มขัดนิรภัยทันที

3. รีบลดกระจกลงให้เร็วที่สุด

เมื่อรถจมน้ำ เปิดหน้าต่างให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้น้ำเข้ารถเพื่อปรับความดันในรถยนต์ให้เท่ากับความดันน้ำด้านนอก ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถเปิดประตูรถได้เลย

4. ทุบหรืองัดกระจกหน้าต่าง

มองหาอุปกรณ์ของแข็งสำหรับทุบกระจกรถยนต์ อย่างเช่นค้อน เหล็กขันน็อต หรือแท่งเหล็กที่พิงศีรษะ โดยให้ถอดเหล็กที่พิงศีรษะออกมาจากที่นั่ง และตอกเข้าไปที่ร่องกระจกตรงมุมหน้าต่างประมาณ 1 นิ้ว ก็จะสามารถรอดออกจากตัวรถยนต์ผ่านทางหน้าต่างได้

5.ปล่อยตัวลอยขึ้นเหนือน้ำ

เมื่อออกมาจากตัวรถได้แล้ว ให้ปล่อยตัวเหนือน้ำตามธรรมชาติ ปล่อยฟองอากาศให้ลอยขึ้นไปและลอยไปตามทิศทางนั้นไม่แนะนำให้ว่ายน้ำ เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าจะว่ายไปยังทิศทางที่ลึกลงไปอีกหรือไม่นั่นเอง

6. ห้ามหนีไปอยู่หลังรถ

ปกติถ้าขับรถตกน้ำมักจะตกในลักษณะด้านหน้ารถพุ่งลงน้ำ ทำให้อากาศที่มีถ่ายไปอยู่ด้านหลังหมดทำให้ไม่สามารถหนีออกไปได้นั่นเอง

ดังนั้น การขับรถควรขับรถอย่างมีสติเพื่อความปลอดภัยในการขับรถให้ไม่เกิดอุบัติเหตุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...