โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Salesforce Data Cloud ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กับผู้ใช้งานที่มากขึ้น พร้อมนำนวัตกรรมด้านข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาใช้กับ Agentforce

Positioningmag

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2567 เวลา 09.30 น.

Salesforce (เซลส์ฟอร์ซ) (NYSE: CRM) ผู้นำ AI CRM อันดับ 1 ยังคงเดินหน้าขยายการใช้งาน Data Cloud ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ Salesforce Platform และรากฐานของ Agentforce อย่างต่อเนื่อง การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เป็นผลมาจากความต้องการของธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นในการนำข้อมูลมาผสานและเชื่อมโยงกันเพื่อสร้างประสบ การณ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า เหมาะสมกับสถานการณ์ และมีความทันสมัย ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ Salesforce อย่างเช่น Customer 360, Flow รวมถึงแอปพลิเคชันด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และ Agentforce ซึ่งเป็นชุดตัวแทน AI อัจฉริยะที่ทำงานได้ด้วยตัวเองแบบอัตโนมัติ (Autonomous AI Agents) ของ Salesforce
เพื่อสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว วันนี้ Salesforce ได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่มากมายสำหรับ Data Cloud ซึ่งเป็น การสานต่อและผลักดันการนำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพมากขึ้น นวัตกรรมเหล่านี้ประกอบด้วย การเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) เช่น เนื้อหาในรูปแบบเสียงและวิดีโอจากการประชุมทางไกลและการโทร เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า การใช้มาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่ช่วยให้ทั้งระบบ AI Agent และบุคลากรที่เป็นมนุษย์สามารถเข้าใจและใช้งานข้อมูลได้ตรงกัน นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการค้นหาที่ดีขึ้นโดยคำนึงถึงบริบทของลูกค้าเพื่อค้นพบข้อมูลได้รวดเร็ว และเพิ่มความสามารถการเปิดใช้งานข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที รวมถึงคุณสมบัติด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่จำเป็นและรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ


Data Cloud เป็นหัวใจหลักของ Salesforce Platform ที่นำข้อมูลเข้าสู่ทุกการใช้งาน Salesforce
ด้วยการเติบโตของ Data Cloud ที่มีจำนวนลูกค้าผู้ชำระเงินซื้อบริการมากขึ้นถึง 130% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้ Data Cloud ถือเป็นผลิตภัณฑ์ภายในบริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Salesforce โดยในไตรมาสที่สอง Data Cloud สามารถประมวลผลข้อมูลได้ถึง 2.3 ควอดริลเลียน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 147% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทชั้นนำมากมาย อาทิ The Adecco Group, Air India, Aston Martin, FedEx, Kawasaki Motors Corp. และ Wyndham Hotels & Resorts ใช้ Data Cloud ในการดำเนินงานทุกวันเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น และใช้ขับเคลื่อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร ยกตัวอย่างเช่น Air India ที่นำข้อมูลจากระบบต่าง ๆ อาทิ ระบบสมาชิก ระบบจองตั๋ว และระบบบริหารจัดการเที่ยวบิน มาบูรณาการรวมไว้ด้วยกันด้วย Data Cloud การมีฐานข้อมูลกลางที่ครบถ้วนและน่าเชื่อถือ ทำให้ Air India สามารถบริหารจัดการกรณีเคสการให้บริการลูกค้าได้มากกว่า 550,000 กรณีต่อเดือน
คุณราฮุล ออราดการ์ (Rahul Auradkar) รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไป Data Cloud ของ Salesforce กล่าวว่า "ในยุคใหม่ของ AI และ Agent ข้อมูลลูกค้าและเมตาดาต้ากลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ายิ่งสำหรับองค์กร ทุกวันนี้มีบริษัทจำนวนมากใช้ Data Cloud ในการรวบรวมข้อมูลทุกด้านของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นจากการติดต่อสื่อสาร การใช้ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงข้อมูลในระบบ IoT หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลลูกค้าแบบครอบคลุมรอบด้าน 360 องศาในทุกช่องทางการสื่อสาร และด้วยการที่ Data Cloud เป็นพื้นฐานข้อมูลของ Salesforce ทำให้บริษัทสามารถนำข้อมูลมาสร้างประสบการณ์ที่เหมาะกับแต่ละคนและตรงใจลูกค้ามากที่สุด"
Data Cloud + Customer 360 + Agentforce: Data Cloud ทำงานกับข้อมูลลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ในแอปพลิเคชัน Customer 360 ของ Salesforce ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Agentforce, Flow หรือ แอปพลิเคชันสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างพื้นฐานในการให้บริการแบบที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ พื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้ระบบเริ่มกระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สามารถใช้ AI อย่างปลอดภัยในแอปพลิเคชัน และด้วยเทคโนโลยี Zero-copy และ MuleSoft Data Cloud สามารถทำงานกับข้อมูลจากแหล่งที่มามากมายหลายร้อยแห่ง ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเลค หรือคลังข้อมูลต่าง ๆ ระบบฐานข้อมูลเวกเตอร์ที่ติดตั้งมาในตัวสามารถแปลงข้อมูลหลากหลายรูปแบบ เช่น จากไฟล์ PDF ข้อความ การโทร และข้อความเสียง ซึ่งมักถูกมองข้ามในข้อมูลลูกค้าถึง 90% ให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมใช้งาน และผสานรวมกับข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) เพื่อสร้างโปรไฟล์ลูกค้าแบบ 360 องศา ซึ่งจัดเก็บเป็นเมตาดาต้าในฐานข้อมูลรวม ด้วยการบูรณาการกับ Salesforce Platform อย่างสมบูรณ์ เมตาดาต้าเหล่านี้จึงสามารถส่งต่อไปยังแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของ Salesforce ได้อย่างราบรื่นตามนโยบายที่กำหนด ทำให้ทุกทีมมีมุมมองลูกค้าแบบ 360 องศา สามารถใช้ AI ที่น่าเชื่อถือ ขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติและวิเคราะห์ข้อมูลในทุกช่องทางการสื่อสาร ด้วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เชื่อถือได้
Data Cloud ยังทำหน้าที่ให้ข้อมูลลูกค้าที่สำคัญเพื่อเป็นพื้นฐานในการทำงานของ Agentforce ซึ่งทำให้ Agent มีความรู้และสามารถปรับตัวต่อความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าที่มีความไม่พอใจติดต่อเข้ามาหา Agentforce Service Agents Data Cloud มีความสามารถ Retrieval-Augmented Generation (RAG) ที่ติดตั้งมาในระบบ ซึ่งสามารถเพิ่มข้อมูลและบริบทแบบเรียลไทม์จากอีเมลในอดีต การขอบริการสนับสนุนแต่ละครั้ง รูปภาพผลิตภัณฑ์ ข้อความเสียง และแหล่งข้อมูลตามที่กำหนดโดยนโยบายการควบคุมที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยให้ Agentforce เข้าใจมุมมองของลูกค้าได้ดีขึ้น หลังจากนั้น Data Cloud จะค้นหาบทความความรู้ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้า เพื่อช่วยให้ Agentforce แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็น เมื่อความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป Data Cloud จะแนะนำขั้นตอนการดำเนินการต่อไปที่เหมาะสม เช่น ส่งอีเมลติดตามอัตโนมัติ หรือส่งสรุปการสนทนาไปยังพนักงานที่ให้บริการลูกค้าต่อไป สุดท้าย Tableau Semantics จะทำให้ AI และพนักงานทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โดยใช้นิยามและความหมายของข้อมูลชุดเดียวกัน
นวัตกรรมและการเพิ่มเติมใหม่ ๆ: ลูกค้า Data Cloud สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างครอบคลุมบนทุกแอปพลิเคชันของ Salesforce ได้แก่
การสนับสนุนเนื้อหาออดิโอและวิดีโอที่ไม่มีโครงสร้าง: ด้วย90% ของข้อมูลลูกค้าอยู่ในรูปแบบที่ไม่มีโครงสร้าง เช่น เสียงจากการโทรศัพท์ วิดีโอสัมมนา คลิปสาธิตสินค้า แบบสำรวจความคิดเห็น ข้อความเสียง และการประชุมผ่านเว็บ ด้วยความสามารถนี้ ธุรกิจและ AI สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ได้ โดยรวบรวมและค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า ช่วยให้เข้าใจประวัติ ความชอบ และพฤติกรรมของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ Agentforce สามารถให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
o ตัวอย่างเช่น ทีมขายสามารถวิเคราะห์การบันทึกการโทรขายสินค้า เพื่อระบุข้อโต้แย้งที่ลูกค้ามักพบบ่อย จากนั้นปรับปรุงการนำเสนอให้สามารถตอบข้อโต้แย้งเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการขายให้สูงขึ้น
Data Cloud ได้ขยายความสามารถในการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ: ด้วยแนวคิดที่ว่า Data Cloud จะเป็นระบบเปิดและสามารถขยายได้ องค์กรต่างๆ สามารถนำข้อมูลของตนเองมาใช้งานร่วมกับ Data Cloud ได้ง่ายขึ้น ด้วยตัวเชื่อมต่อสำเร็จรูปที่สร้างไว้ล่วงหน้าสำหรับแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Square, Stripe, Meta, Splunk และอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนเสริมให้กับระบบนิเวศตัวเชื่อมต่อที่มีอยู่แล้วและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รองรับการเชื่อมต่อกับ data lake คลังข้อมูล และระบบของบริษัทอื่น ๆ นอกจากนี้ องค์กรยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจาก Google Drive, Microsoft SharePoint, Confluence และ Sitemap เพื่อนำเข้าสู่ Data Cloud ได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้ตัวเชื่อมต่อสำเร็จรูปที่มาพร้อมกับ MuleSoft Direct for Data Cloud เครื่องมือนี้ช่วยให้องค์กรสามารถรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์ด้วย และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการสร้างประสบการณ์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและปฏิสัมพันธ์ของลูกค้าแต่ละราย
ข้อมูลที่สามารถประมวลผลได้ด้วยความรวดเร็วสูงมาก: ด้วยสถิติที่แสดงว่ามีถึง 62% ของผู้นำด้านไอทีที่ตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ รวบรวม วิเคราะห์ และดำเนินการบนข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่าน Salesforce ได้ในปัจจุบัน ซึ่งขับเคลื่อน Einstein Personalization ที่ทำงานบน Data Cloud พร้อมให้คำแนะนำจาก AI แบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำงาแบบอัตโนมัติ เพื่อการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และปรับปรุงประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้ทันที
ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนที่ช่วยแก้ปัญหาอุปกรณ์ให้ลูกค้า สามารถเข้าถึงข้อมูลเซ็นเซอร์แบบเรียลไทม์ ประวัติการซ่อมบำรุง และประวัติการแก้ปัญหาในอดีตได้โดยตรงจาก Service Cloud หากเซ็นเซอร์ของอุปกรณ์หยุดส่งข้อมูล ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ทันที ทำให้สามารถวินิจฉัยสาเหตุและแนะนำวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาหยุดการทำงานให้น้อยที่สุด
การกำกับดูแลและความปลอดภัยสำหรับข้อมูลและ AI ที่เชื่อถือได้: คุณสมบัตินี้จะช่วยปกป้องการดำเนินงานขององค์กร จัดการระบบการกำกับดูแลในระดับที่ใหญ่ขึ้นและป้องกันการรั่วไหลข้อมูลสู่บุคคลภายนอกระหว่างใช้งาน AI อีกทั้งยังปรับปรุงการจัดการ รักษาความปลอดภัย และการแบ่งปันข้อมูลทั้งที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างกับแอปพลิเคชัน AI และบนแพลตฟอร์มได้อย่างปลอดภัย
AI Tagging และการจำแนกประเภท ช่วยจัดระเบียบข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructed Data)ให้เป็นระบบได้อย่างอัตโนมัติ โดยการติดแท็กและจำแนกประเภทข้อมูลตามนโยบายขององค์กร ทำให้ข้อมูลมีความสอดคล้องกันมากขึ้น ง่ายต่อการกำกับดูแล และทั้งระบบ AI และผู้ใช้สามารถค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
o การกำกับดูแลตามนโยบายช่วยให้เราสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดนโยบายความปลอดภัยที่ละเอียดและเฉพาะเจาะจง ซึ่งจะอนุญาตให้กลุ่มผู้ใช้ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามสิทธิ์ที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากแท็ก ข้อมูลเมตาดาต้า และคุณสมบัติของผู้ใช้นั้น ๆ ระบบที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายนี้ จะทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งผู้ใช้ทั่วไปและระบบ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เฉพาะในส่วนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
o การใช้กุญแจเข้ารหัสที่องค์กรจัดการเอง ช่วยให้องค์กรมีอำนาจในการควบคุมกุญแจเข้ารหัสของตนเอง ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลจะยังคงถูกเข้ารหัสอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะนำไปใช้งานในลักษณะใด
o Private Connect for Data Cloud ช่วยให้องค์กรสามารถแบ่งปันและรวบรวมข้อมูลระหว่าง Data Cloud กับคลาวด์สาธารณะได้อย่างปลอดภัย โดยมีการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อเครือข่ายแบบปลอดภัยโดยตรงระหว่างกัน ทำให้สามารถส่งผ่านข้อมูลข้ามเครือข่ายได้อย่างปลอดภัย โดยข้อมูลยังคงความถูกต้องครบถ้วนเช่นเดิม
Tableau Semantics: องค์กรสามารถจัดระบบข้อมูลให้เป็นระเบียบตามความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูลนั้น ๆ โดยสร้างแบบจำลองมาตรฐานเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าใจ ใช้งาน และดำเนินการกับข้อมูลได้อย่างถูกต้องตรงกัน ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะมาจากแหล่งใดก็ตาม
o ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลสามารถทำให้ข้อมูลของผู้ป่วยในแต่ละแผนกมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้มั่นใจว่าผลการตรวจ ภาพเอกซเรย์ และบันทึกของแพทย์จะถูกเชื่อมโยงและเข้าใจในบริบทเดียวกัน ไม่ว่าจะมีการใช้คำย่อ คำผิด หรือคำที่มีความหมายเหมือนกัน
การค้นหาแบบไฮบริด: องค์กรสามารถค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดในฐานความรู้ได้ด้วยการใช้วิธีการค้นหาแบบไฮบริด ซึ่งผสมผสานการค้นหาตามความหมายของเนื้อหา (vector search) เข้ากับการค้นหาคำสำคัญ (keyword search) การค้นหาตามความหมายจะช่วยจับประเด็นหลักและความเชื่อมโยงของข้อความ ขณะที่การค้นหาคำสำคัญจะตรวจจับคำศัพท์เฉพาะ เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์หรือคำย่อต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทำให้การค้นหาข้อมูลจากสื่อประเภทต่าง ๆ เช่น PDF รูปภาพ เสียง และวิดีโอ รวดเร็วและง่ายขึ้น
o ยกตัวอย่างเช่น Agentforce สามารถนำหมายเลขชิ้นส่วนที่ปรากฏในรูปภาพที่ลูกค้าส่งมา มาใช้ค้นหาบทความความรู้ที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้พนักงานสนับสนุนสามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
Data Cloud One: ช่วยให้องค์กรเชื่อมต่อระบบ Salesforce orgs ที่แยกกันตามแผนก ภูมิภาค หรือหน่วยธุรกิจ เข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย โดยใช้การตั้งค่าแบบคลิกเพื่อเลือกเท่านั้น ไม่ต้องเขียนโค้ดยุ่งยาก ด้วย Data Cloud One องค์กรสามารถสร้างแหล่งข้อมูลกลางที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ในรูปแบบ Data Cloud เพียงตัวเดียว แล้วนำมาใช้งานร่วมกันได้ทุกระบบ Salesforce ทำให้สะดวกในการแบ่งปันข้อมูล ใช้ระบบอัตโนมัติ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และอื่น ๆ โดยไม่ต้องสร้าง Data Cloud แยกสำหรับแต่ละระบบ
o ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารฝ่ายขายที่ต้องการมีข้อมูลลูกค้าแบบ 360 องศา ไม่จำเป็นต้องให้ทีมงานเขียนโค้ดเพื่อรวบรวมข้อมูลจาก Data Cloud ข้าม Salesforce orgs อีกต่อไป แทนที่จะใช้ Data Cloud ศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว ซึ่งสามารถสนับสนุนแต่ละ org ด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น โดยเสริมข้อมูลโปรไฟล์การขายให้กับ Salesforce orgs ทั้งหมดได้
ชุมชนด้านข้อมูล: Salesforce เปิดตัวชุมชนออนไลน์ Datablazer community เพื่อเชื่อมโยงผู้นำด้านไอทีและธุรกิจ นักพัฒนา และผู้ที่สนใจ Data Cloud ชุมชนนี้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และติดตามแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด แนวโน้ม และเครื่องมือใหม่ล่าสุด เพื่อเพิ่มมูลค่าจากข้อมูลให้ได้มากที่สุด
มุมมองของลูกค้า
Matthew Randall, Head of Software and Integration, Aston Martin กล่าวว่า “Salesforce ช่วยให้เรารวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากทุกส่วนงานในองค์กร เพื่อนำเสนอประสบการณ์คุณภาพที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า Aston Martin ทั้งปัจจุบันและอนาคต พร้อมกับสร้างประสบการณ์ส่วนตัวในระดับ VIP ให้ตรงตามที่ลูกค้าคาดหวังไว้ ทั้งนี้เพื่อให้เราเติบโตและประสบความสำเร็จในยุคของ AI”
Caroline Basyn, Chief Digital and IT Officer, The Adecco Group กล่าวว่า “เราเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการสรรหาบุคลากร จัดหางาน และให้คำปรึกษาทางวิชาชีพ หน้าที่หลักของเราคือการจับคู่ผู้มีความสามารถกับบริษัทและโอกาสงานที่น่าตื่นเต้นทั่วโลก ทุกวันนี้เราได้เชื่อมโยงบุคคลากรกว่า 700,000 คนให้ได้งานที่ตรงกับทักษะของพวกเขา เรากำลังก้าวสู่การนิยามรูปแบบการทำงานในอนาคตใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการสรรหาบุคลากร ซึ่งจะช่วยเชื่อมต่อพนักงานกับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน Data Cloud ทำให้พนักงานกว่า 27,000 คนสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างราบรื่น เพื่อจับคู่ทักษะกับบทบาทหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม”
Wyndham ต้องการได้รับการดูแลเป็นรายบุคคล Salesforce ช่วยให้พนักงานจองห้องพักของเรามีข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับผู้เข้าพักแต่ละท่าน เพื่อสามารถให้บริการส่วนตัวได้อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาจากประวัติการพัก สถานะสมาชิก และข้อมูลจากคำขอในอดีต ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Salesforce โดยเฉพาะ Data Cloud ที่ช่วยรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลผู้เข้าพักจากระบบจองห้องพักของเรา เมื่อข้อมูลถูกนำมารวมไว้ด้วยกัน พนักงานก็สามารถเข้าถึงประวัติการจองห้องพักของผู้เข้าพักได้ทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นคำขอห้องพิเศษ สถานะสมาชิก หรือข้อมูลอื่น ๆ ทำให้การให้บริการมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น”
ระยะเวลาที่คาดว่าจะเปิดให้บริการ
นวัตกรรมใหม่ของ Data Cloud เหล่านี้จะเปิดให้บริการในรูปแบบทั้งการทดลองนำร่อง (pilot) เบต้า (beta) หรือเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป (general availability) โดยจะเริ่มให้บริการภายในระยะเวลาที่แตกต่างกัน ดังนี้
ปัจจุบัน:
Customer-managed keys พร้อมให้บริการแล้ว
Sub-second real-time layer พร้อมให้บริการแล้ว ซึ่งสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการเพิ่ม sub-second real-time profiles add-on
MuleSoft Direct for Data Cloud จะเปิดให้ทดลองใช้งานในรอบเบตาช่วงปลายเดือนกันยายน 2567 และจำเป็นต้องมีใบอนุญาต MuleSoft Anypoint Platform จึงจะใช้งานได้
รายการคอนเนกเตอร์ที่พร้อมให้บริการแล้วทั้งหมดและอยู่ในช่วงเบตา สามารถดูได้ใน Data Cloud Connectors Directory
ในเดือนตุลาคม 2567:
ความสามารถในการประมวลผลเนื้อหาแบบไม่มีโครงสร้างจากไฟล์เสียงและวิดีโอ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงนำร่องการใช้งาน จะพร้อมใช้งานทั่วไป
Data Cloud One จะพร้อมใช้งานทั่วไป
ในเดือนพฤศจิกายน 2567:
การค้นหาแบบไฮบริด ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงนำร่องการใช้งาน จะพร้อมใช้งานทั่วไป
AI Tagging และ AI Classification จะเปิดให้ทดลองใช้งานในรอบเบตา
Policy-based Governance สำหรับการกำหนดนโยบายการใช้งาน จะเปิดให้ทดลองใช้งานในรอบเบตา
Private Connect for Data Cloud จะพร้อมใช้งานทั่วไป
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568:
· Tableau Semantics ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงนำร่องการใช้งาน จะพร้อมใช้งานทั่วไป
ข้อมูลเพิ่มเติม:
กรณีการใช้งาน Data Cloud ต่าง ๆ
การกำกับดูแลข้อมูลสำหรับองค์กรที่ใช้ AI
เข้าร่วมชุมชน Datablazer ใหม่และ Trailblazer
วิธีที่ Wyndham จองได้รวดเร็วขึ้นด้วย Data Cloud
วิธีที่ FedEx เพิ่มรายได้จากธุรกิจขนส่งด้วย Data Cloud
*บริการหรือฟีเจอร์ใด ๆ ที่กล่าวถึงและยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการนั้นยังคงไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้ โดยการเปิดตัวอาจล่าช้ากว่ากำหนดที่ระบุไว้ หรืออาจไม่มีการเปิดตัว ดังนั้นลูกค้าจึงควรตัดสินใจซื้อบริการโดยพิจารณาจากฟีเจอร์ที่ได้เปิดให้ใช้งานในปัจจุบันแล้วเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...