โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยประกันชีวิต แจงผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไร 5,902 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 09.46 น.

ไทยประกันชีวิต เผยผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 2567 มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ อยู่ที่ 3,326 ล้านบาท อัตรากำไรของธุรกิจใหม่เพิ่มเป็น 63.7% เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่กำไรในช่วง 6 เดือนแรกสูงถึง 5,902 ล้านบาท

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม – มิถุนายน) ของปี 2567 ว่า ไทยประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 40,508 ล้านบาท มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (Value of New Business : VONB) อยู่ที่ 3,326 ล้านบาท

โดยอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB Margin) เพิ่มขึ้นถึง 6.1 จุด หรือมีอัตราสูงถึง 63.7% เป็นผลจากการวางกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาสสองเพิ่มขึ้นถึง 10.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 2,770 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรในช่วง 6 เดือนแรกสูงถึง 5,902 ล้านบาท หรือเติบโต 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงรักษามูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ได้อย่างดี ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และการขยายตลาดผ่านช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยมีช่องทางการขายหลัก คือ ช่องทางตัวแทนประกันชีวิต และช่องทางพันธมิตร

โดยในไตรมาสที่สองของปี 2567 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตของกำไรสุทธิเป็นผลจากกำไรจากการรับประกันภัยที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้กำไรในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% อยู่ที่ 5,902 ล้านบาท โดยบริษัทฯ สามารถทำกำไรจากการรับประกันภัยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 เติบโตถึง 16.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 มูลค่าพื้นฐานของกิจการ หรือ Embedded Value (EV) ของบริษัทฯ มีมูลค่า 158,218 ล้านบาท เทียบเท่ากับมูลค่า 13.8 บาทต่อหุ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน หรือ CAR Ratio ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ 351% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140% ซึ่งบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสถานะเงินทุนที่แข็งแกร่งอันเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

นายไชย กล่าวว่า ด้านการลงทุน บริษัทฯ มีการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 สินทรัพย์ลงทุนมากกว่า 80% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด เป็นเงินลงทุนประเภทตราสารหนี้

นอกเหนือจากการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านทางเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง โดยเฉพาะการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) และสามารถตอบสนองความต้องการได้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized)

ดังนั้น ไทยประกันชีวิตจึงได้นำเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ในรูปแบบ Smart Life ให้กับลูกค้า โดยพัฒนาแอปพลิเคชัน ไทยประกันชีวิต (TLI Application) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ และการทำธุรกรรมด้านประกันชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการชำระเบี้ยประกันภัย การเคลมสินไหม การรับเงินผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ ฯลฯ

รวมถึงพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟีเจอร์ My Wellness Vital Scan การเช็กสุขภาพเบื้องต้นด้วยการใช้ AI สแกนใบหน้า ฟีเจอร์การจัดการกรมธรรม์คนในครอบครัว ที่สามารถดูข้อมูลกรมธรรม์และชำระเบี้ยฯ ให้กับคนในครอบครัวได้ รวมถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ผ่านไทยประกันชีวิต Privilege

นายไชย กล่าวว่า ไทยประกันชีวิตมุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย จึงได้นำแนวทาง ESG ผนวกเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทั้้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล ซึ่งสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนจากรางวัลและการคัดเลือกต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้รับ

อาทิ ได้รับคัดเลือกให้เข้าอยู่ในทำเนียบของกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2567 ของสถาบันไทยพัฒน์, รางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2024 (AREA 2024) สาขา Corporate Sustainability Reporting และรางวัลตราสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนระดับทองคำ จาก Enterprise Asia ประเทศสิงคโปร์

อีกทั้งอาคารไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ยังได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวของสหรัฐอเมริกา หรือ LEED ระดับ Gold จาก U.S. Green Building Council (USGBC) & Green Business Certification Institute (GBCI) อีกด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...