โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร้องเพลงก็ได้สุขภาพ ..เรื่องจริงที่หลายคนมองข้าม

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

งานวิจัยด้าน Music Psychology และ Psychoneuroimmunology รวมถึงงานศึกษาการร้องเพลงกับระดับ salivary immunoglobulin A (sIgA) และ cortisol ซึ่งมีการเผยแพร่ในวารสาร Journal of Behavioral Medicine และ eCancerMedicalScience โดยข้อมูลต้นทางระบุเครดิต นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กำลังชวนให้มองการร้องเพลงในมุมที่ต่างออกไป เพราะสิ่งที่เราเคยคิดว่าเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกและความบันเทิง อาจมีความเชื่อมโยงกับสุขภาพกายและใจมากกว่าที่คิด

ฟังดูแล้วอาจแปลกใจว่า แค่ร้องเพลงจะไปเกี่ยวอะไรกับภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่เมื่อมองเข้าไปในรายละเอียดของงานวิจัย จะพบว่าขณะเราร้องเพลง ร่างกายไม่ได้อยู่นิ่งๆ เลย ทั้งการหายใจ การควบคุมลม การใช้กล้ามเนื้อ รวมถึงการทำงานของระบบประสาท ล้วนเกิดขึ้นไปพร้อมกัน

เรื่องที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ “sIgA” หรือ Secretory Immunoglobulin A ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่พบมากในน้ำลายและเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำหน้าที่เสมือนด่านหน้าที่ช่วยดักจับสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคก่อนเข้าสู่ร่างกาย นักวิจัยจึงสนใจว่า กิจกรรมอย่างการร้องเพลงจะมีผลต่อสารตัวนี้หรือไม่

หนึ่งในงานวิจัยที่ถูกอ้างถึงบ่อยคือการศึกษาจาก University of Frankfurt ประเทศเยอรมนี โดยเก็บตัวอย่างน้ำลายจากสมาชิกคณะนักร้องประสานเสียงก่อนและหลังการซ้อมร้องเพลงประมาณ 60 นาที แล้วนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มที่นั่งฟังเพลง ผลการศึกษาพบการเปลี่ยนแปลงของระดับ sIgA และคอร์ติซอล โดยเฉพาะในกลุ่มที่ลงมือร้องเพลง ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มที่นั่งฟังเพลงเฉยๆ

พูดง่ายๆ ก็คือ การร้องเพลงอาจไม่ได้ให้ประโยชน์กับเราเพียงแค่ทำให้รู้สึกสนุก แต่ยังทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองหลายอย่างพร้อมกัน และหนึ่งในนั้นคือการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและความเครียด

อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ “คอร์ติซอล” หรือฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เมื่อคนเราอยู่ในภาวะเครียด ร่างกายจะมีการหลั่งคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น หากความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมได้ การร้องเพลงจึงถูกนำมาศึกษาในแง่ของกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย และงานวิจัยบางส่วนพบการเปลี่ยนแปลงของระดับคอร์ติซอลหลังการร้องเพลง

นอกจากนี้ การร้องเพลงยังเกี่ยวข้องกับการหายใจโดยตรง เพราะกว่าจะลากเสียงให้ยาวหรือร้องประโยคหนึ่งจนจบ เราต้องสูดลมหายใจเข้าและค่อยๆ ควบคุมการปล่อยลมออก การร้องเพลงจึงเป็นเหมือนการฝึกควบคุมลมหายใจไปในตัว และอาจช่วยให้เราตระหนักถึงจังหวะการหายใจมากขึ้น

แล้วทำไมเวลาร้องเพลงกับเพื่อนถึงรู้สึกสนุกเป็นพิเศษ? เรื่องนี้ก็มีคำอธิบายทางชีววิทยาเช่นกัน เพราะการร้องเพลงและกิจกรรมทางดนตรีมีความเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมองและร่างกายหลายชนิด เช่น เบตาเอนดอร์ฟินที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเป็นสุขและการลดความรู้สึกเจ็บปวด รวมถึงออกซิโทซินซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกผ่อนคลาย ความปลอดภัย และความผูกพันทางสังคม

นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บรรยากาศในห้องคาราโอเกะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากคนที่นั่งเกร็งๆ กันอยู่ พอเพลงขึ้นเท่านั้น ทุกคนก็เริ่มร้อง เริ่มหัวเราะ และเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น บางคนถึงกับกล้าแสดงออกในแบบที่ตอนยังไม่จับไมโครโฟนไม่เคยเห็นมาก่อน

ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องร้องเพลงเก่งหรือเสียงดีถึงจะได้ประโยชน์ เพราะงานวิจัยจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญกับ “การมีส่วนร่วม” หรือ Active Participation มากกว่าความสามารถในการร้องเพลง ดังนั้นการร้องเพลงในห้องน้ำ ร้องตอนทำงานบ้าน หรือร้องคาราโอเกะกับเพื่อน จึงล้วนเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายและไม่ต้องมีเวทีใหญ่โต

มีงานศึกษาจาก Tenovus Cancer Care และ Royal College of Music ในสหราชอาณาจักร ที่ศึกษาผลของการร้องเพลงในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งและผู้ดูแล พบการเปลี่ยนแปลงของสารบางชนิดในน้ำลาย รวมถึงคอร์ติซอลและสารสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน หลังเข้าร่วมกิจกรรมร้องเพลงประมาณ 1 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า “ร้องเพลงแล้วภูมิคุ้มกันจะดีขึ้นทันที” หรือร้องเพลงแทนการรักษาโรคได้ เพราะงานวิจัยแต่ละชิ้นมีรูปแบบการศึกษาและกลุ่มตัวอย่างแตกต่างกัน สิ่งที่น่าสนใจคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กำลังทำให้เราเห็นว่า การร้องเพลงเป็นกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับทั้งการผ่อนคลาย การควบคุมการหายใจ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดทางชีวภาพบางชนิด

ดังนั้น ครั้งต่อไปถ้าได้ยินใครบอกว่า “ร้องเพลงไปทำไม เสียงก็ไม่ได้ดี” อาจบอกกลับไปแบบขำๆ ได้ว่า อย่างน้อยร่างกายก็ไม่ได้ร้องฟรี เพราะระหว่างที่เรากำลังเพลินกับเพลงโปรดนั้น ทั้งลมหายใจ ระบบประสาท อารมณ์ และสารเคมีบางอย่างในร่างกายก็กำลังทำงานไปพร้อมกัน ไม่ต้องมีเสียงระดับนักร้องอาชีพ ไม่ต้องมีเวที ไม่ต้องมีคนดู แค่เปิดเพลงที่ชอบแล้วร้องตามให้เต็มที่ จะร้องในห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น หรือร้องกับเพื่อนในคาราโอเกะก็ได้ เพราะบางที “กิจกรรมดูแลสุขภาพ” ที่ทำง่ายที่สุด อาจเป็นกิจกรรมที่เราไม่เคยคิดว่าเป็นการดูแลสุขภาพเลยก็ได้ นั่นคือการหยิบไมโครโฟนขึ้นมา แล้วร้องเพลงที่เราชอบนั่นเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...