โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ตรีรัตน์’ ชี้โซลาร์บนดิน-น้ำ ต้นทุนสูงกว่าหลังคา 50% คืนทุน 10 ปี แนะเปลี่ยนหลังคาคุ้มกว่า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ตรีรัตน์’ ชี้โซลาร์บนดิน-น้ำ ต้นทุนสูงกว่าหลังคา 50% คืนทุน 10 ปี แนะเปลี่ยนหลังคาคุ้มกว่า-สินเชื่อ 2.5% กู้ง่าย-อนุมัติเร็ว

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) และที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิประจำกรรมาธิการพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยปรับเกณฑ์โครงการโซลาร์ครัวเรือน ขยายรูปแบบการติดตั้งจากบนหลังคาเป็นทั้งบนหลังคา บนพื้นดิน และบนผิวน้ำ ว่า การเพิ่มรูปแบบการติดตั้งไม่ได้ทำให้เกิดแรงจูงใจในการลงทุนมากขึ้น เพราะต้นทุนการติดตั้งบนพื้นดินและผิวน้ำสูงกว่าบนหลังคา ขณะที่รัฐกำหนดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ทำให้การติดตั้งในรูปแบบบนดินและผิวน้ำไม่คุ้มกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การติดตั้งบนพื้นดินมีต้นทุนเพิ่มจากโครงสร้างสำหรับยึดแผง การปรับพื้นที่ และการเดินสายไฟจากพื้นที่ติดตั้งเข้าสู่บ้าน ส่วนการติดตั้งบนผิวน้ำต้องมีทุ่นและอุปกรณ์ยึดเหนี่ยวเพิ่มเติม ทำให้หากเทียบระบบขนาด 5 กิโลวัตต์เท่ากัน ต้นทุนจะสูงกว่าการติดตั้งบนหลังคาอย่างน้อย 50% จากเดิมที่ระบบบนหลังคามีระยะคืนทุนประมาณ 6-7 ปี การติดตั้งบนพื้นดินอาจทำให้ระยะคืนทุนยืดออกไปถึงประมาณ 10 ปี โดยเฉพาะกรณีที่ต้องลงทุนปรับพื้นที่และระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม

นายตรีรัตน์กล่าวว่า ไม่ใช่ว่านโยบายนี้ไม่ดี การเปิดให้มีทั้งโซลาร์บนพื้นดินและโซลาร์ลอยน้ำทำให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้น แต่หากรัฐต้องการให้ประชาชนติดตั้งแล้วความคุ้มค่ามากขึ้น รัฐควรพิจารณาทั้งขนาดและปริมาณการรับซื้อไฟ เนื่องจากการจำกัดไว้ที่ 5 กิโลวัตต์ไม่จูงใจให้เกิดการลงทุนในระบบขนาดใหญ่ โดยหากจะให้การลงทุนในโซลาร์ฟาร์มหรือโซลาร์ลอยน้ำมีความคุ้มค่า ควรเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึงระดับประมาณ 1 เมกะวัตต์ ขณะที่ราคารับซื้อไฟก็ควรสูงกว่า 2.20 บาทต่อหน่วย และควรเพิ่มปริมาณไฟที่รับซื้อ เนื่องจากต้นทุนโครงสร้างของระบบบนดินและระบบลอยน้ำสูงกว่าระบบบนหลังคา

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับครัวเรือนที่มีปัญหาหลังคาหรือหลังคาไม่สามารถรองรับแผงโซลาร์ได้ การนำเงินไปปรับปรุงหรือเปลี่ยนหลังคาอาจมีความคุ้มค่ากว่าการนำพื้นที่ดินมาทำระบบโซลาร์ เนื่องจากระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ใช้แผงประมาณ 8 แผง พื้นที่ประมาณ 22 ตารางเมตร ขณะที่การติดตั้งบนพื้นดินต้องมีทั้งโครงสร้างยึด ระบบระบายน้ำ และการเดินสายไฟเพิ่มเติม ส่วนระบบลอยน้ำมีต้นทุนทุ่นและอุปกรณ์ยึดเหนี่ยวเพิ่มขึ้นอีก

“โซลาร์ 5 กิโลวัตต์ใช้พื้นที่แค่ประมาณ 22 ตารางเมตร ถ้าหลังคามีปัญหา เอาเงินไปเปลี่ยนหลังคายังถูกกว่าเอาที่ดินมาทำโซลาร์บนพื้นดิน เพราะการทำบนพื้นดินมีทั้งต้นทุนโครงสร้าง การปรับพื้นที่ และการเดินสายไฟที่เพิ่มขึ้น”นายตรีรัตน์กล่าว

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านธนาคารรัฐ 3 แห่ง อัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ผ่อนประมาณ 7 ปี เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากต้นทุนติดตั้งโซลาร์เป็นข้อจำกัดสำคัญของประชาชนที่ต้องการติดตั้ง เพราะส่วนใหญ่ไม่มีเงินก้อน ทำให้ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อเป็นหลัก การมีสินเชื่อจึงช่วยให้ประชาชนที่ขาดเงินลงทุนสามารถเข้าถึงระบบได้มากขึ้น แต่เงื่อนไขต้องไม่ซับซ้อน ต้องกู้ง่าย อนุมัติเร็ว หากขั้นตอนการกู้ยุ่งยาก ประชาชนก็อาจไม่เข้าสู่โครงการ แม้จะกำหนดดอกเบี้ยไว้ต่ำก็ตาม

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในส่วนความพร้อมของไทยที่คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนวันที่ 1 พฤศจิกายน ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านการไฟฟ้าและจำนวนผู้ติดตั้ง ซึ่งคาดว่าการไฟฟ้าสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ประมาณ 1,000 หลังต่อวัน หรือราว 365,000 หลังต่อปี ขณะที่ผู้ติดตั้งที่มีอยู่ประมาณ 1,150 ราย หากคำนวณจากศักยภาพการติดตั้งเต็มที่ จะรองรับได้ประมาณ 120,000-125,000 หลังต่อปี จึงมองว่าเป้าหมาย 1.5 ล้านครัวเรือน ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังติดตั้งในตลาด โดยหากจำนวนผู้ติดตั้งและการไฟฟ้าไม่สามารถรองรับได้ตามเป้าหมาย อาจทำให้การใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามกรอบที่กำหนด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ตรีรัตน์’ ชี้โซลาร์บนดิน-น้ำ ต้นทุนสูงกว่าหลังคา 50% คืนทุน 10 ปี แนะเปลี่ยนหลังคาคุ้มกว่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...