"ส่งออก" ยังเป็นพระเอกดันเศรษฐกิจ มั่นใจ ปีนี้โต 17.8% แรงหนุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
วันนี้ (22 ต.ค.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินทิศทางการส่งออกปี2570 ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย มั่นใจว่าจะขยายตัวสูงถึง 17.8% หรือมีมูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยส่งออกเดือนละ 33,500 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปีหน้าน่าจะอยู่ที่ประมาณ7.4% หรือมูลค่าราว 4.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องส่งออเฉลี่ย 35500 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้อัตราแลกเปลี่ยน ที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือการเจรจาภาษีสหรัฐ อย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง หากไทยสามารถรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุนและบริหารจัดการผลกระทบ จากมาตรการทางการค้าได้ ก็จะช่วยประคองการส่งออกให้ขยายตัวต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า
ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย โดยไทยมีศักยภาพเป็นฐานการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของอาเซียนร่วมกับมาเลเซีย จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย ห่วงโซ่อุปทาน และแรงงาน แต่ความท้าทายคือการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวต้องนำเข้าอุปกรณ์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น เพื่อให้การลงทุนส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ด้านการท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้จะอยู่ที่ 31.5 -32 ล้านคน ด้วยข้อมูลในช่วง 9 เดือนแรกตัวเลขนักท่องเที่ยวยังหดตัว จึงต้องติดตามปัจจัยด้านความเชื่อมั่น สถานการณ์น้ำท่วม และบรรยากาศการเดินทางในช่วงปลายปีอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 2.2-2.5% ขณะที่ปีหน้า ยังมีโอกาสจีดีพีเติบโตได้ถึง 3% หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เร่งสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันการลงทุนใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ด้านนายกวิน งามสุริยโรจน์ นักวิจัยสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นต่อการประชุม IMF-World Bank 2026 ที่มีต่อภาคการส่งออกไทยว่า ภาคเอกชนมองว่าการประชุมดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลให้การส่งออกดีขึ้นหรือแย่ลง โดย 29% มองว่าสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง และ 23% มองว่าดีขึ้น
จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่มีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ 23% มองว่าแย่ลง เนื่องจากฐานการส่งออกปี 2569 อยู่ในระดับสูงจากอานิสงส์ของ AI ประกอบกับ IMF เตือนว่าอุปสงค์ด้าน AI อาจปรับฐาน รวมถึงไทยเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และเผชิญแรงกดดันจากสินค้าจีนในกลุ่มที่ไม่ใช่ AI
ทั้งนี้ 40% มองว่าการลงทุนยังเป็นปัจจัยหนุนการส่งออกในปี 2570 แม้มีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ 41% มองว่าการลงทุนด้าน AI ยังกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ 51% มองว่าภาษีสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการส่งออกมากที่สุด โดยผู้ประกอบการ 34% มองว่าการส่งออกไทย สามารถปรับตัวรับมือกับภาษีสหรัฐฯ ได้ ขณะที่ 30% มองว่ายังไม่สามารถปรับตัวได้
อ่านข่าว:
ต่อยอดวงประชุม "IMF-ธนาคารโลก" ต้องเร่งเครื่อง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย
ธปท. ชูเวที IMF-เวิลด์แบงก์ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน–สกัดภัยการเงินดิจิทัล