โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สีหศักดิ์” เปิดทิศทางการทูตไทย รับโลกใหม่ ไม่เลือกข้างแต่ต้องมีทางเลือก

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“สีหศักดิ์” ชี้ไทยต้องวางตำแหน่งให้ชัด ท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ เดินหน้าสร้างทางเลือกทางการทูต เชื่อมอาเซียน เปิดตลาดใหม่ และรักษาผลประโยชน์ของไทย

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในงานเสวนา “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” หัวข้อ “วางตำแหน่งประเทศไทย คว้าโอกาสในระเบียบโลกใหม่” ว่า หากมองไปข้างหน้า 5 ปี โลกจะเปลี่ยนเร็วขึ้น ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องเปลี่ยน และการทูตไทยต้องเปลี่ยนให้ทันทั้งประเทศไทยและความเปลี่ยนแปลงของโลก

จากตั้งรับ เป็น “การทูตเชิงรุก”

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า โลกในปัจจุบันเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งโลกที่มีหลายขั้วอำนาจ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ และภูมิเทคโนโลยี รวมถึงความไม่เป็นระเบียบของโลก

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การรับมือด้วยความกลัวหรือการตั้งรับ แต่ต้องรับมืออย่างมั่นใจและเชิงรุก พร้อมหาทางเปลี่ยนความท้าทายเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสของประเทศไทย

“โลกไม่เหมือนเดิมแล้ว การต่างประเทศก็ต้องไม่เหมือนเดิม” โดยโจทย์ที่สำคัญคือ จะขับเคลื่อนการต่างประเทศอย่างไร หลังจากที่ประเทศไทยอยู่นิ่งมานาน และจะใช้การต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยได้อย่างไร

แนวทางสำคัญคือ การต่างประเทศต้องครอบคลุมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม และต้องไปทุกพื้นที่ที่ประเทศไทยมีผลประโยชน์หรือสามารถสร้างโอกาสได้ ตั้งแต่แอฟริกาไปจนถึงเอเชียกลาง

ขณะเดียวกัน การมองผลประโยชน์ของไทยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไทยต้องการได้รับความเชื่อมั่นและมีบทบาทในสังคมโลก ไทยต้องมีส่วนช่วยทำให้สังคมโลกดีขึ้นด้วย

4 แนวทาง “การทูตไทย” ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

นายสีหศักดิ์ มองว่า การดำเนินนโยบายต่างประเทศยุคใหม่ต้องประกอบด้วย 4 เรื่องสำคัญ

1. Diplomacy of Strategy การทูตที่มียุทธศาสตร์

ไทยไม่ควรปล่อยให้แต่ละเหตุการณ์เป็นตัวกำหนดทิศทางไปเรื่อย ๆ แต่ต้องมี Strategy ในทุกเรื่อง และรู้ว่าเป้าหมายปลายทาง หรือ End Game อยู่ตรงไหน แม้ยุทธศาสตร์จะต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ก็ตาม

2. Diplomacy of Speed การทูตที่ต้องเร็ว

เมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนเร็ว ไทยก็ต้องเดินให้เร็วและต้องคาดการณ์ล่วงหน้าด้วย ยกตัวอย่างช่วงเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ไทยต้องช่วยอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ต่างๆ รวมถึงปัญหาเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซมายังไทยที่ไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

จึงต้องติดต่อพูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของหลายประเทศ รวมถึงอิหร่านและประเทศในพื้นที่ และเดินทางไปโอมาน แม้ในช่วงนั้นสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในการเดินทางจะยังไม่แน่นอน

3. Diplomacy of Coherence การทูตที่ต้องมีเอกภาพ

การต่างประเทศไม่ใช่เรื่องของกระทรวงการต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทูตวิทยาศาสตร์ และต้องมีเอกภาพด้านนโยบาย

กรณีความสัมพันธ์กับกัมพูชา หากการทูตและการทหารเดินไปคนละทิศทาง ไทยก็จะเสียเปรียบ ดังนั้น “Coherence” หรือเอกภาพจึงมีความสำคัญ

4. Diplomacy of Communication การทูตที่ต้องสื่อสาร

แม้เจ้าตัวจะกล่าวว่าไม่ค่อยชอบเห็นหน้าตัวเองบน Facebook อยู่ตลอดเวลา แต่การสื่อสารก็เป็นส่วนหนึ่งของการทูต ไทยต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าเหตุใดสถานการณ์กับกัมพูชาจึงเป็นเช่นนี้ ไทยเสียเปรียบหรือไม่ และต้องสื่อสารกับต่างประเทศให้เข้าใจด้วยว่า ประเทศไทยกำลังเดินไปในทิศทางใด พร้อมสร้างความมั่นใจต่อประเทศไทย

ตั้งเป้า 5 เรื่อง สร้างความเชื่อมั่น-รักษากติกาโลก

นอกจากแนวทางการทำงาน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินนโยบายต่างประเทศต้องมีเป้าหมายและ Priority ที่ชัดเจน โดยมี 5 เรื่องสำคัญ

1. สร้างความเชื่อมั่นในประเทศไทย

การเดินทางไปเวทีต่างประเทศและการพบผู้นำหรือรัฐมนตรีต่างประเทศ แม้จะใช้เวลาและต้องเดินทางจำนวนมาก แต่เป้าหมายคือการอธิบายให้ต่างประเทศเข้าใจว่าไทยกำลังเดินไปทางไหน เศรษฐกิจเป็นอย่างไร และกำลังปฏิรูปอะไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

แม้แต่การกล่าวสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีในเวทีสหประชาชาติ ก็ไม่ควรพูดเพียงเรื่องประเทศไทย แต่ต้องพูดถึงบทบาทของไทยต่อโลก ทั้งด้านสันติภาพและความมั่นคงด้วย

2. รักษาระเบียบโลกที่ยึดกติกา

ไทยต้องร่วมรักษา “Rules-based International Order” ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพราะหากโลกเดินไปสู่หลัก “Might is Right” หรือผู้ที่มีอำนาจมากกว่ามีสิทธิเหนือกว่า ไทยก็อาจกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

ดังนั้น ไทยต้องทำงานร่วมกับอาเซียน ประเทศที่มีอำนาจระดับกลาง หรือ Middle Powers และประเทศที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน เพื่อรักษาระเบียบโลกที่ยึดมั่นในกติกา

3. สร้างความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน

ไทยต้องอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมั่นคง เพราะหากพื้นที่รอบประเทศไทยไม่มีเสถียรภาพ ไทยก็ยากที่จะมีบทบาท

สำหรับกัมพูชา ไทยต้องหาทางก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยนายสีหศักดิ์ระบุว่า ขณะนี้ขึ้นอยู่กับว่ากัมพูชาพร้อมหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พร้อม

ส่วนเมียนมา ไทยต้องช่วยให้เมียนมาก้าวข้ามความขัดแย้งภายในประเทศ เพราะเมียนมาถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของไทย ทั้งด้านตลาด ทรัพยากร และโดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงาน

สำหรับมาเลเซีย ไทยต้องร่วมกันพัฒนาพื้นที่ชายแดนและช่วยสร้างสันติภาพในชายแดนภาคใต้ ขณะที่ลาวเป็นเส้นทางเชื่อมไปสู่จีน โดยไทยมีแผนสร้างสะพานให้ลาว 6 แห่ง

4. รักษาความมั่นคงและความเป็นเอกภาพของอาเซียน

ไทยต้องรักษาความเป็นเอกภาพและความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน เพื่อให้ภูมิภาคเป็น “Geopolitically Safe Zone” หรือพื้นที่ที่มีความปลอดภัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุน

นายสีหศักดิ์ ยกตัวอย่างว่า รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีการค้าของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เคยบอกว่า ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะมองว่าไทยมีความปลอดภัย

นอกจากนี้ อาเซียนยังเป็นพลังต่อรองของไทย เพราะการเจรจากับมหาอำนาจเพียงลำพังทำได้ยาก การรวมกลุ่มจึงช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองทางการทูต

5. ใช้การทูตเศรษฐกิจตอบโจทย์คนไทย

การต่างประเทศต้องตอบโจทย์ประชาชนไทย โดยขณะนี้กำลังเดินหน้าการทูตเศรษฐกิจร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวง อว. โดยเน้นตลาดใหม่และหุ้นส่วนใหม่ที่ยังไม่ซ้ำกับตลาดเดิม

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า แอฟริกามีประชากรจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในวัยทำงาน และมีความต้องการการลงทุน จึงเป็นตลาดที่ไทยควรเข้าไปสร้างโอกาส

“Execution” ต้องเกิดจริง ไม่ใช่แค่มีนโยบาย

ช่วงท้าย นายสีหศักดิ์กล่าวถึงอีกประเด็นที่ไม่ได้เกี่ยวกับการต่างประเทศโดยตรง แต่เป็นเรื่องที่เป็นห่วง คือ การลงมือทำ หรือ Execution

จากประสบการณ์ที่เคยเป็นข้าราชการ ตั้งแต่ผู้อำนวยการ อธิบดี ปลัดกระทรวง จนมาเป็นรัฐมนตรี สิ่งหนึ่งที่เห็นคือระบบราชการไม่สามารถทำงานแบบ “Business as usual” หรือทำงานแบบเดิมๆ ได้อีกแล้ว

เพราะระบบราชการไม่ได้ส่งเสริม “Policy Initiative” มากนัก ทุกคนมักทำงานตาม Routine และอยู่ใน “Safe Zone” ทำให้การลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ เป็นเรื่องยาก

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การทำให้คนออกจาก Safe Zone และเข้าใจว่าไม่สามารถทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป เพราะหากทุกคนต้องการความเสี่ยงต่ำที่สุดและเลือกอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย การ Execute นโยบายก็จะทำได้ยาก

“Foreign Policy Begins at Home” การต่างประเทศเริ่มจากในประเทศ

นายสีหศักดิ์ทิ้งท้ายว่า การต่างประเทศทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จริงๆ แล้วต้องเริ่มต้นจากประเทศไทย หรือ “Foreign Policy Begins at Home”

ประเทศไทยต้องมีการเมืองที่ดี เศรษฐกิจที่ดี และสังคมที่มีเอกภาพ เพราะแม้การทูตจะเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่หากภายในประเทศไม่มีเอกภาพก็จะเดินหน้าได้ยาก

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ทีมไทยแลนด์” และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับโลกที่เปลี่ยนเร็ว และเปลี่ยนความท้าทายจากระเบียบโลกใหม่ให้กลายเป็นโอกาสของประเทศได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกาศบิ๊กดีลธุรกิจปิโตรเคมี "GC-SCGC" เดินหน้าร่วมทุน - GC จ่อถือหุ้นใหญ่

ภารกิจโค้งสุดท้ายของ “รถเมล์ครีมแดง” ฝ่าน้ำท่วมช่วยคนกรุง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สีหศักดิ์” เปิดทิศทางการทูตไทย รับโลกใหม่ ไม่เลือกข้างแต่ต้องมีทางเลือก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...