หลักฐานชัดเจนพอมั้ย?
28 กันยา..
ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย “คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” อย่างไร ดูเหมือนจะไม่มี “กูรู-กูรู้” ท่านไหนฟันธง มีแต่จะรักษาทรง (ตัวเอง) โดยบอก “50/50” กันทั้งเพ!
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหวยจะออก “ยกคำร้อง” ก็ได้ หรือ “เลือกตั้งเป็นโมฆะ” ก็ได้ แต่เท่าที่ดูจากอาการของฝ่ายค้าน
โดยเฉพาะพรรคประชาชน ที่เตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลภายในเดือนตุลา. หรือไม่ก็พฤศจิกา.นี้แล้ว ก็อดคิด-มโนไม่ได้ว่าน่าจะได้ประเมินคำวินิจฉัย..ศาลยกคำร้องมากกว่า!
เพราะหากมั่นใจ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่ได้รับการรับรองไปก่อนหน้านี้ ก็จะพ้นจากตำแหน่งทันที
เมื่อไม่มี สส.-ไม่มีคณะรัฐมนตรี ก็ไม่รู้จะเตรียมยื่นซักฟอกให้เมื่อยตุ้มไปทำไม..จริงมั้ย?
เนี่ย..ก็คอยตามดูกัน แต่ผมนั้นขอหันไปตามดู-ตามฟังที่เขมรขโมยรูปชุดไทยเคลมบนเวที “มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา” ก่อน ด้วยเป็นเรื่องร้อนที่ไม่ควรจะปล่อยเลย-ตามใจ
และหลังจากฝ่ายไทยท้วงติงไป แทนที่จะมียางอายหรือสำนึกผิด เขมรมันกลับโต้หน้าด้านๆ ไม่ยอมรับว่าเคลมชุดไทย แถมให้ยืนยันด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ (แน่ะ)!
ก็ได้..ว่าแล้วคุณซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ก็ยกหลักฐานขึ้นยันหน้า..
“กระทรวงวัฒนธรรม ที่กำกับดูแลกรมศิลปากร และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเรียกร้องให้เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สกัมพูชา ยุติการกระทำและการเผยแพร่ข้อมูลอันบิดเบือน
และขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการอ้างอิงข้อมูลแหล่งที่มาของภาพถ่าย
เนื่องจากภาพดังกล่าวเป็นภาพสตรีชาวกำแพงเพชร ที่ถ่ายเมื่อปี พ.ศ.2449 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และได้รับการบันทึกในหอพระสมุดวชิรญาณ” หรือ The Royal Photographic Glass Plate Negatives and Original Prints Collection
และได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World International Register) โดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.2017 หรือ พ.ศ.2560
โดยในภาพต้นฉบับฟิล์มกระจกที่เก็บรักษาอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติจะมีตรากรมศิลปากรเป็นลายน้ำประทับอยู่
แต่ภาพที่เวทีกองประกวดนำไปใช้มีการตัดเอาตรากรมศิลปากรที่เป็นลายน้ำออก และไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาแต่อย่างใด…
และหากยังไม่ยุติการดำเนินการ กระทรวงวัฒนธรรมจะยกระดับดำเนินการต่อไป
โดยกระทรวงขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาดำเนินการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยดำเนินการตามกฎหมายต่อไปด้วย”
ครับ..ยกหลักฐานตอกหน้าเขมรแล้ว คุณซาบีดาก็ได้อธิบายต่อว่า.. “ที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ
โดยเฉพาะการจัดแสดงชุดไทยพระราชนิยมที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และถัดไปที่ประเทศฝรั่งเศส
โดยจัดให้มีการให้ความรู้เรื่องชุดไทยโบราณที่เป็นรากฐานของชุดไทยพระราชนิยมด้วย
ซึ่งการเผยแพร่องค์ความรู้ดังกล่าวเป็นการสร้างการรับรู้ที่มีมูลค่าสูงมาก เป็นการใช้การทูตเชิงวัฒนธรรม
นอกจากนี้ กระทรวงยังประสานความร่วมมือกับสถานทูตไทยในต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ชุดไทยในงานสำคัญต่างๆ เช่น เมื่อวันที่ 19-20 กันยายนที่ผ่านมา
มีการจัดงาน Thailand Grand Festival 2026 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มีคุณแอฟ ทักษอร ไปเดินแบบชุดไทยพระราชนิยมด้วย
หรือการนำโบราณวัตถุไทยไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีใต้ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ก็มีการนำชุดไทยไปจัดแสดงด้วย…
กระทรวงวัฒนธรรมจะใช้วัฒนธรรมเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจ ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง แต่หากมีการละเมิดเราไม่ปล่อยผ่าน และจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ดิฉันขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคนที่แสดงความหวงแหนชุดไทยอันเป็นมรดกของชาติ..กระทรวงวัฒนธรรมขอยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะไม่ปล่อยผ่าน
และขอขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ความสนใจเผยแพร่ชุดไทยอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาอย่างครบถ้วนและถูกต้องด้วย”
เป็นไง..หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนพอมั้ยจ๊ะ..
“บองสรันโอน” นะ?.
สันต์ สะตอแมน