โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เบิร์นแฮมชูอังกฤษนำโลกวางมาตรฐานเอไอ ย้ำรัฐบาลต้องเป็นผู้ตัดสินใจ

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้นำสหราชอาณาจักรเรียกร้องนานาชาติร่วมรับมือความเสี่ยงจากเอไอ พร้อมผลักดันหลักการและมาตรฐานระดับโลก เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีมีความปลอดภัย ย้ำการตัดสินใจสำคัญต้องอยู่ในมือรัฐบาล ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีแอนดี เบิร์นแฮม ผู้นำสหราชอาณาจักร แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) มีเนื้อหาตอนหนึ่ง ว่าประชาคมโลกต้องรับฟังคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และร่วมกันรับมือกับความท้าทายดังกล่าว

ทั้งนี้ เบิร์นแฮมชูประเด็นเอไอ เป็นหนึ่งในแนวทางผลักดันบทบาทของสหราชอาณาจักรบนเวทีโลก และฟื้นฟูสถานะด้านการทูตของประเทศ

เบิร์นแฮมยืนยันว่า ไม่ต้องการให้สหราชอาณาจักรตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวต่อเอไอ แต่ต้องการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเทคโนโลยี ควบคู่กับการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงและข้อมูลข่าวสาร

เบิร์นแฮมย้ำว่า การตัดสินใจพื้นฐานเกี่ยวกับเอไอต้องอยู่ในมือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ควรถูกปล่อยให้บริษัทเทคโนโลยีเป็นผู้กำหนด พร้อมเตรียมผลักดันประเด็นเอไอเป็นวาระสำคัญ ในการเป็นประธานกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ จี20 ของสหราชอาณาจักรในปีหน้า

ขณะเดียวกัน เบิร์นแฮมกล่าวหารัสเซียว่า ใช้ช่องทางต่าง ๆ เผยแพร่ข้อมูลเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงใช้บอต เว็บไซต์ปลอม และบทความข่าวปลอม ตลอดจนปลอมแปลงตราสัญลักษณ์ขององค์กรในสหราชอาณาจักรอย่างน้อย 28 แห่ง

ผู้นำสหราชอาณาจักรยังกล่าวหารัสเซีย พยายามขยายกระแสแนวคิดฝ่ายขวาจัด และยืนยันว่า ฝ่ายข่าวกรองและความมั่นคงของประเทศมีหลักฐานว่า รัสเซียเคยพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2562 แม้รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

นอกจากนี้ เบิร์นแฮมกล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะวางบทบาทของประเทศในฐานะ “คนกลางที่น่าเชื่อถือ” ด้วยความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐ ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับสหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนและอินเดีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...