โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IMF เตือน AI "สึนามิเงียบ" เขย่าแรงงาน 40% ทั่วโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 นาทีที่แล้ว
IMF ชี้กระแสลงทุน AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกเติบโต แต่เตือนงานทั่วโลก อาจเปลี่ยนแปลง

การประชุมใหญ่ประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เปิดฉากวันแรกด้วยประเด็นสำคัญด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างการจ้างงาน ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นางคริสตาลินา จอร์จีเอวา กรรมการผู้จัดการ IMF เปิดเผยว่า กระแสลงทุน AI กำลังกระตุ้นทั้งความต้องการสินค้าและการลงทุน โดยเอเชียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับประโยชน์อย่างมาก เพราะเป็นฐานผลิตฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI

แรงส่งดังกล่าวอาจช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจพัฒนาแล้วในเอเชียได้ประมาณร้อยละ 0.5 – 1 ส่วนเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย อาจได้รับแรงหนุนเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.2 -0.8

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจโลกเติบโตร้อยละ 3 ยังสอดคล้องกับประมาณการที่ IMF เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมสำหรับปี 2026 โดยองค์กรจะเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจฉบับปรับปรุงในวันที่ 13 ตุลาคม

สำหรับห่วงโซ่อุปทาน AI สหรัฐฯ จีน และอินเดีย เป็นผู้ผลิตสำคัญ ขณะที่บริษัทจำนวนมากซึ่งจัดหาฮาร์ดแวร์รองรับการลงทุนตั้งอยู่ในเอเชีย รวมถึงไทย สะท้อนโอกาสทางธุรกิจจากการขยายตัวของเทคโนโลยีนี้

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้นำ IMF เตือนว่า ผลกระทบของ AI เปรียบเสมือนคลื่นสึนามิที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัว ก่อนสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล โดยงานวิจัยของ IMF พบว่า งานทั่วโลกประมาณร้อยละ 40 อาจได้รับผลกระทบ ทั้งการใช้ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การลดบทบาทของแรงงาน หรือการทดแทนตำแหน่งงานบางส่วน และสัดส่วนนี้อาจสูงถึงร้อยละ 60 ในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว

ผลการศึกษาเบื้องต้นยังพบว่า งานในสหรัฐฯ ประมาณร้อยละ 10 ต้องการทักษะด้าน AI แล้ว ขณะที่งานประจำซึ่งมีลักษณะซ้ำ ๆ กำลังลดลง แม้จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในภาคก่อสร้างและศูนย์ข้อมูลก็ตาม

การเปลี่ยนผ่านนี้จึงไม่ได้กระทบเฉพาะคนทำงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเตรียมทักษะของนักเรียนและนักศึกษา ตลอดจนรายได้ภาษีของรัฐบาล เพราะเมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจพึ่งพาเงินทุนและเทคโนโลยีมากขึ้น บทบาทของรายได้จากแรงงานก็อาจเปลี่ยนไป

ด้านนายธาร์มาน ชานมูการัตนัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ เตือนว่า รัฐบาลต้องเร่งรับมือกับโอกาสการทำงานของผู้จบการศึกษาใหม่ เนื่องจากความต้องการจ้างงานในตำแหน่งเริ่มต้นกำลังลดลง พร้อมระบุว่า หากประเทศต่าง ๆ ปรับตัวช้า AI อาจยิ่งขยายช่องว่างด้านการเติบโตและการสร้างงานระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา

ขณะที่นายอเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ยังไม่เชื่อว่าตำแหน่งงานเริ่มต้นจะถูก AI ทำลายทั้งหมด และมองว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะเกิดในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งลงทุนสร้างโมเดล AI ขนาดใหญ่

สำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ธนาคารโลกให้ความสำคัญกับ AI ขนาดเล็กที่ไม่ต้องใช้กำลังประมวลผลมหาศาล เพื่อนำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เกษตรกร คลินิกสุขภาพ และครูผู้สอน

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่า โจทย์สำคัญของแต่ละประเทศคือการเปลี่ยนกระแสลงทุน AI ให้เป็นทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและโอกาสการทำงาน พร้อมเตรียมแรงงานให้มีทักษะรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...