โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช. ยืนยันสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่หนักเท่าปี 54 เร่งระบายน้ำพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ รับมือท่วมฉับพลัน

THE STANDARD

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สทนช. ยืนยันสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่หนักเท่าปี 54 เร่งระบายน้ำพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ รับมือท่วมฉับพลัน

วานนี้ (23 กันยายน) ชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 23 กันยายน เพื่อติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ การคาดการณ์ และพิจารณาแนวทางบริหารจัดการและการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า จากการคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 23-27 กันยายน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ที่ประชุมจึงสั่งการให้หน่วยงานที่มีอำนาจในการพร่องน้ำ โดยเฉพาะกรมชลประทาน เร่งพร่องน้ำในพื้นที่จังหวัดติดทะเล เช่น สมุทรปราการ ให้ต่ำที่สุด เพื่อรองรับปริมาณฝนช่วงวันที่ 24-26 กันยายน รวมถึงกรุงเทพมหานครที่ได้หารือกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้สั่งการให้เตรียมการพร่องน้ำให้ต่ำที่สุดเช่นกัน

สำหรับสถานการณ์เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมีฝนตกหนักช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา บริเวณท้ายเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ ที่ประชุมเล็งเห็นความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเกิน 1,500 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้พื้นที่ตอนบนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกเพิ่ม จะปรับการระบายที่เขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 1,800 ลบ.ม./วินาที ซึ่งยืนยันว่าปริมาณน้ำไม่มากเท่ากับปี 2554 แม้อาจกระทบบ้านเรือนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำบ้าง แต่ได้ประสานหน่วยงานท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนแล้ว โดยคาดว่าจะมีฝนตกในห้วง 5 วันหลังจากนี้ ก่อนที่ปริมาณฝนจะเบาบางลง

นอกจากนี้ ได้สั่งการกรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก จากวันละ 1.2 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเตรียมรองรับน้ำฝน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เช่น บุรีรัมย์และสุรินทร์ ได้เตรียมเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนอย่างใกล้ชิด ส่วนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแม่น้ำท่าจีน ได้สั่งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายออกสู่ทะเล เนื่องจากแม่น้ำมีความคดเคี้ยวทำให้ระบายได้ช้า

ด้านปัจจัยน้ำทะเลหนุน จากการติดตามร่วมกับกรมอุทกศาสตร์ ทหารเรือ พบว่าระดับน้ำทะเลช่วงนี้ยังคงทรงตัว แต่หากพบช่วงที่น้ำทะเลลดระดับต่ำลง ให้ดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อเร่งพร่องน้ำออกจากทะเล ซึ่งจะทำได้รวดเร็วมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...