โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐหวั่นจีนล้วงความลับชิปเอไอ ผ่านผู้บริหารใกล้ชิดซีอีโอเอ็นวิเดีย

เดลินิวส์

อัพเดต 8 พฤศจิกายน 2569 เวลา 21.03 น. • เผยแพร่ 54 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
หน่วยข่าวกรองสหรัฐแจ้งรัฐบาลทรัมป์ถึงข้อสงสัยว่า ผู้บริหารบริษัทพันธมิตรด้านคลาวด์ของเอ็นวิเดียทำงานให้หน่วยข่าวกรองปักกิ่ง พร้อมรวบรวมข้อมูลเทคโนโลยีชิปขั้นสูง ขณะที่สภาคองเกรสเตรียมเรียกนายเจนเซน หวง เข้าชี้แจง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่าแหล่งข่าวระดับสูงหลายคนเปิดเผยกับสื่อหลายแห่ง ว่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐ แจ้งต่อรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่านางอลิซ หวง ผู้บริหารบริษัทเมกะสปีด อินเตอร์เนชันแนล มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายเจนเซน หวง ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทเอ็นวิเดีย

หน่วยข่าวกรองสหรัฐเชื่อว่า อลิซทำงานให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน และอยู่ระหว่างพยายามรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับชิปปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของสหรัฐ และอาจต้องการโน้มน้าวให้เอ็นวิเดียเพิ่มช่องทางจำหน่ายชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงที่สุดให้แก่จีน

ขณะที่เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐเชื่อว่า ทั้งสองคนมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งคู่รู้จักกันเมื่อใดและอย่างไร

ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น หลังคณะกรรมาธิการพิเศษด้านจีนประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐส่งหนังสือถึงซีอีโอของเอ็นวิเดีย เพื่อขอให้เข้าร่วมการชี้แจงข้อมูลร่วมกันแบบปิด โดยระบุถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเจนเซนกับอลิซ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทเพื่อป้องกันการจารกรรมจากต่างชาติ

ทั้งนี้ เมกะสปีดเป็นหนึ่งในเครือข่ายพันธมิตรด้านคลาวด์ของเอ็นวิเดีย โดยบริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ซื้ออุปกรณ์จากเอ็นวิเดีย และให้บริการเช่าทรัพยากรประมวลผลแก่ผู้พัฒนาเอไอ

ขณะที่เจนเซนเคยให้สัมภาษณ์ว่า ความสัมพันธ์กับเมกะสปีดเป็นเพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามปกติ และบริษัทได้ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่า เมกะสปีดไม่ได้ส่งชิปเอไอของอินวิเดียไปยังจีนอย่างผิดกฎหมาย ส่วนประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว เอ็นวิเดียอ้างถึงคำชี้แจงก่อนหน้านี้ของซีอีโอว่า ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามปกติเท่านั้น

นอกจากนี้ เอ็นวิเดียยืนยันว่า พันธมิตรด้านคลาวด์ไม่ได้ร้องขอให้บริษัทผลักดันการแก้ไขกฎหมายของสหรัฐ หรือสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าให้จีน พร้อมยืนยันว่า ผู้ที่พยายามเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวผ่านลูกค้าในเครือข่าย จะไม่มีทางดำเนินการสำเร็จ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...