โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอกนิติ” เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย ดันเศรษฐกิจโตไม่ต่ำ 3%

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังหารือรวมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. Reinvent Thailand เพื่อยกระดับการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ว่า การหารือดังกล่าว ต่อยอดจากงาน The Bangkok Business Summit 2026 ซึ่งรวบรวมมุมมอง และข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ก่อนนำมาพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายใน 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย กองหน้า ได้แก่ เกษตรและการแปรรูปอาหาร ยานยนต์ การค้าปลีกและการค้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และเวลเนส การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

นายเอกนิติ ยืนยันว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับศักยภาพประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 โดย กรอ.ตั้งเป้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ผ่านยุทธศาสตร์ Investment-led Growth พร้อมผลักดันสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ที่อย่างน้อย 30% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ให้ก้าวขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลก ซึ่งภาคเอกชน ถือเป็นกองหน้าของทีมเศรษฐกิจไทย มีบทบาทสำคัญในการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจำเป็นต้องทำงานร่วมกันระหว่างกองหน้า 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมาย และกองกลาง 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน, ดิจิทัลและ AI, พลังงาน และระบบการเงิน โดยภาครัฐ จะทำหน้าที่สนับสนุน ปลดล็อกกฎระเบียบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแข่งขัน เพื่อเร่งแปลงข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติจริง เชื่อมโยงการลงทุน และโอกาสจากตลาดโลกไปสู่ผู้ประกอบการในประเทศ สร้าง Local Champion และดึง SMEs ไทยเข้าสู่ Supply Chain ของเศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างการจ้างงานและกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงลดความเสี่ยงจากการฟื้นตัวแบบ K-Shape

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องการเชื่อมโยงคณะทำงาน Reinvent Thailand ทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อให้ข้อเสนอภาคเอกชนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นระบบ มีหน่วยงานเจ้าภาพ กรอบเวลาชัดเจน และสามารถติดตามผลได้ต่อเนื่อง

สำหรับแนวทางดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ "Stabilize Today" แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคภาคธุรกิจ, "Transition Now" สนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ และ "Invest for Tomorrow" วางรากฐานการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พัฒนาทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

อย่างไรก็ตาม กกร. และรัฐบาล จะร่วมกันจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอจากทั้ง 7 กลุ่มธุรกิจ พิจารณาควบคู่กับความพร้อมของกองกลางทั้ง 4 ด้าน รวมถึงมาตรการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และการคลัง แยกเป็นมาตรการเร่งด่วน และมาตรการเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกิดผลต่อการลงทุน การเพิ่มผลิตภาพ การสร้างงาน และการยกระดับรายได้ของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนจากการหารือไปสู่ การลงมือทำ โดยภาครัฐและเอกชนจะทำงานร่วมกันในฐานะทีมเศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงกองหน้า 7 กลุ่มธุรกิจ กองกลาง 4 ด้าน และกองหลังด้านเสถียรภาพทางการเงินและการคลัง เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น แข่งขันได้ และยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...