ตำรวจชี้เป้า "ผู้บงการตัวจริง" คดีอุ้มเผาหนุ่ม ผจก. กลางกรุง
ความคืบหน้าคดีอุ้มเผาทิ้งหนุ่มผู้จัดการ ล่าสุดตำรวจระบุตัวผู้บงการรายสำคัญได้แล้ว และเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในประเทศ โดยพนักงานสอบสวนเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขออนุมัติหมายจับทันที หลังผลชันสูตรพลิกศพจากนิติเวชออกมาอย่างเป็นทางการ
วันนี้ (5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเพื่อติดตามความคืบหน้า ก่อนออกมาแถลงต่อสื่อมวลชน ทำให้ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา สื่อจากหลายสำนักต่างมาปักหลักเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สำหรับความคืบหน้าทางคดี พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร อยู่ระหว่างพิจารณาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต พร้อมทั้งตรวจ DNA เพื่อยืนยันตัวบุคคลว่า ศพที่พบใช่นายรุทธ์หรือไม่ โดยหากผลตรวจยืนยันชัดเจน พนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องต่อศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่ารวม 8 คน
รายชื่อผู้ต้องหาประกอบด้วย นายจักรพันธ์ หรือ เจ, นายบุญญพัฒน์ หรือ สันติ, นายพงศ์สิษฐ์ หรือ เป้, นายอภิสิทธิ์ หรือ ปอร์น, นายเผ่าทอง หรือ อั้ม, นายสิทธิโชค หรือ แบ๊ค, นายวีรวิชญ์ หรือ ขวัญ และว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรือ อาร์ต ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” โดยก่อนหน้านี้ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวเคยถูกออกหมายจับในข้อหา “ร่วมกันบังคับข่มขืนใจผู้อื่น และร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว” ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้แล้ว 7 ราย เหลือเพียงว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนี
ส่วนผู้บงการสำคัญของคดี ขณะนี้ตำรวจทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร และกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ โดยยืนยันว่าต่อให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีชื่อเสียง ก็จะไม่กระทบต่อการดำเนินคดีแต่อย่างใด ขณะที่ชุดสืบสวนเชื่อว่ายังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ดำเนินการผ่าชันสูตรศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจ DNA ของผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับญาติ เพื่อยืนยันตัวบุคคล รวมถึงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในวันนี้ หากผลชันสูตรออกมาแล้ว พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับทันที
สำหรับประเด็นแรงจูงใจในการอุ้มหาย ตำรวจตั้งสมมติฐานไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว และความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ระหว่างผู้สูญหายกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการอุ้มตัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีเจตนาฆ่าตั้งแต่ต้นหรือไม่ ต้องรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการก่อน แต่หากพบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 19 ก็อาจชี้ชัดได้ว่าเป็นการประสงค์ต่อชีวิต