คนไทยแห่ซบ บ้านมือสอง เน้น “รีโนเวท” อยู่ดันยอดค้าปลีกวัสดุพุ่ง
สแกนพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2569 ชะลอซื้อบ้านใหม่หันปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม ชี้ บ้านมือสอง ราคาถูกกว่า 20% บนทำเลศักยภาพคือจุดเปลี่ยน “ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เอ็กซ์โป” สะท้อน 3 เมกะเทรนด์หลัก Renovation-Aging Society-Sustainability ขับเคลื่อนกำลังซื้อต้นปี ชี้กระแสซ่อมแซมบ้านหนุนเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่กลุ่ม SME และช่างรับเหมาท้องถิ่นทดแทนยอดเปิดตัวโครงการใหม่ที่ชะลอตัว
5 มีนาคม 2569 - ในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 เผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่จำกัดและการเข้มงวดของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ข้อมูลเชิงสถิติสะท้อนให้เห็นการเคลื่อนย้ายของดีมานด์จากโครงการที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ไปสู่ตลาด "บ้านมือสองและการรีโนเวท" อย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยด้านราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าบ้านใหม่เฉลี่ยถึง 20% ประกอบกับความได้เปรียบทางด้านทำเลในเขตเมือง ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะ"ลงทุนกับพื้นที่เดิม" แทนการสร้างหนี้ก้อนใหญ่จากการขยับขยายสู่โครงการใหม่ในพื้นที่ห่างไกล
พลวัตตลาดที่อยู่อาศัย: เมื่อการ "ปรับปรุง" ทรงพลังกว่าการ "ซื้อใหม่"
ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อกลุ่มธุรกิจ Hardline Retail หรือค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะในงาน “ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เอ็กซ์โป 2026” ที่พบว่ามียอดการจับจ่ายเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจมหภาค ตอกย้ำภาพรวมตลาดที่เปลี่ยนจากปริมาณ (Quantity) สู่การยกระดับคุณภาพชีวิต (Quality of Living) ผ่านการซ่อมแซมและตกแต่งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน
3 กลไกขับเคลื่อนตลาด Renovation-Aging-Sustainability
จากการรวบรวมข้อมูลผ่านมหกรรมสินค้าเพื่อบ้าน พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญ:
- The Rise of Second-hand Home : ดีมานด์การรีโนเวทพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ส่งผลให้กลุ่มสินค้าก่อสร้างพื้นฐาน เช่น วัสดุประตู อุปกรณ์ช่างแบรนด์ระดับมืออาชีพ และเคมีภัณฑ์ก่อสร้างกลุ่มกันซึม มียอดขายโดดเด่นสะท้อนถึงงานโครงสร้างที่มีความถี่ในการซ่อมแซมสูง
- Super Aged Society & Universal Design : การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดที่มีสัดส่วนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นกว่า 28% บีบให้ที่อยู่อาศัยต้องปรับตัว สินค้ากลุ่มอุปกรณ์ห้องน้ำนิรภัย พื้นลดแรงกระแทก และระบบ Smart Home ที่เน้นความปลอดภัยจึงกลายเป็นสินค้ามาตรฐานใหม่
- Green Solutions & Long-term Savings : ผู้บริโภคให้น้ำหนักกับความคุ้มครองในระยะยาวและการประหยัดพลังงาน (Efficiency) เช่น ระบบ Solar Cell และเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดไฟ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ระบุว่าความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกวัสดุแต่งบ้านในปัจจุบัน
อานิสงส์ต่อเศรษฐกิจฐานราก: การกระจายรายได้สู่ห่วงโซ่ SME
ความน่าสนใจของการเติบโตในภาคการรีโนเวทคือการสร้าง "Multiplier Effect" หรือการทวีคูณของเม็ดเงินลงสู่กลุ่มผู้รับเหมาและช่างท้องถิ่น เนื่องจากงานปรับปรุงบ้านต้องการกำลังแรงงานในการรื้อถอน ติดตั้ง และตกแต่งที่เข้มข้นไม่ต่างจากการก่อสร้างใหม่
"การรีโนเวทบ้านมือสองเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ SME และช่างผู้รับเหมา เนื่องจากต้องใช้กำลังคนในการตกแต่ง ก่อสร้าง และซ่อมบำรุงสูง… เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์และสนับสนุน SME กลุ่มช่างก่อสร้าง"
การขยายตัวของภาคส่วนนี้จึงมีนัยสำคัญต่อการหมุนเวียนของเม็ดเงินในชุมชน ช่วยให้รายได้กระจายตัวจากห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ลงสู่รายย่อยทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการเติบโตของแบรนด์สินค้าไทยในกลุ่มเครื่องมือช่างและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างที่สามารถพัฒนาโซลูชันนวัตกรรมให้แข่งขันกับสินค้านำเข้าได้อย่างมีศักยภาพ
ดัชนีชี้วัด "ความพร้อมจ่าย" เพื่อคุณภาพชีวิต
มหกรรมไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เอ็กซ์โป ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัด (Indicator) ที่แสดงให้เห็นว่าแม้ภาวะเศรษฐกิจจะมีความกดดัน แต่คนไทยยังมีความพร้อมในการจับจ่ายภายใต้เงื่อนไขของการ "ลงทุนที่คุ้มค่า" โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart, Safe & Sustainable Living ซึ่งจะเป็นทิศทางหลักของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างไทยนับจากนี้ไปจนถึงช่วงท้ายของปี 2569