แก๊งคอลเขมรแตก แรงงานนับพันหนีตาย แอมเนสตี้ห่วงหากไม่ช่วย อาจถูกย้ายไปศูนย์สแกมแห่งใหม่
แก๊งคอลเขมรแตก แรงงานนับพันแห่หนีตายจากศูนย์สแกม หลัง ‘เฉินจื้อ’ ถูกรวบตัว แอมเนสตี้ห่วงหากไม่ได้รับการช่วยเหลือเพียงพอ อาจถูกย้ายไปศูนย์สแกมแห่งใหม่
เมื่อวันที่ 21 มกราคม เดอะการ์เดียน รายงานว่า ผู้คนหลายพันคน รวมทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ คาดว่ามีทั้งกลุ่มที่ได้รับการปล่อยตัว หรือ หลบหนีออกมาจากศูนย์หลอกลวง หรือ ศูนย์สแกม ทั่วประเทศกัมพูชา ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากถูกกดดันจากนานาประเทศในการปราบปรามอุตสาหกรรมหลายพันล้านดอลลาร์ในกัมพูชา
โดยสถานทูตอินโดนีเซีย ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา แจ้งว่า สถานทูตได้รับรายงานจากชาวอินโดนีเซีย 1,440 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากศูนย์สแกม ขณะที่มีชาวจีนจำนวนมากที่ต่อคิวอยู่หน้าสถานทูตจีน
ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แจ้งว่า ได้มีการตรวจสอบระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ จากวิดีโอ และภาพถ่าย 15 ชิ้น รวมถึงตรวจสอบโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามหลบหนีและการปล่อยตัวผู้คนออกจากอาคารที่ตั้งของศูนย์สแกมอย่างน้อย 10 แห่ง ทั่วประเทศกัมพูชา โดยประเมินว่า มีผู้ที่ถูกปล่อยตัวหรือหนีออกมาเป็นหลักพันคน
นางมงต์เซ แฟร์เรร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยระดับภูมิภาคของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีบทบาทอย่างไรในการปล่อยตัวคนเหล่านี้ และว่า ในคลิปวิโอบางส่วนสามารถเห็นตำรวจปรากฏตัวอยู่ แต่ในภาพหรือคลิปอื่นๆ กลับไม่พบว่ามีตำรวจอยู่แต่อย่างใด
นางแฟร์เรร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มีความเป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับการขาดการสนับสนุนคนงานที่ได้รับการปล่อยตัว โดยมีผู้พบเห็นแรงงานบางส่วน เดินเร่ร่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ และยังทราบอีกว่า มีบางคนที่สามารถกลับไปถึงบ้านพักได้อย่างปลอดภัย ซึ่งหากขาดการสนับสนุนที่เพียงพอ ก็มีความเสี่ยงที่แรงงานเหล่านี้จะถูกย้ายไปยังฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์แห่งใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการปล่อยตัวครั้งก่อนๆ
“เราได้เห็นภาพของผู้คนที่ถูกบังคับให้ย้ายไปยังอาคารอื่น และมีความเป็นไปได้ว่า หากคนเหล่านี้หนีออกมาได้ แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป สุดท้ายพวกเขาก็อาจจะจบลงด้วยการถูกส่งไปยังศูนย์สแกมแห่งอื่นอีก” นางแฟร์เรร์ กล่าว
รายงานระบุว่า อุตสาหกรรมหลอกลวงผ่านทางโลกออนไลน์ ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกภาคส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งในประเทศกัมพูชา ที่ซึ่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คาดว่า มีผู้ที่ทำงานอยู่ในศูนย์สแกมในกัมพูชามากถึง 1 แสนคน โดยแรงงานจำนวนมากถูกหลอกให้มาทำงานที่อาคารเหล่านี้ จากนั้นก็จะถูกกักขังโดยไม่สมัครใจ และถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงผู้คนผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งการหลอกให้รักและการลงทุนเงินสกุลดิจิทัล
เจค็อบ ซิมส์ นักวิจัยรับเชิญจากศูนย์เอเชียแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อธิบายว่า การปล่อยตัวที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกัมพูชา และว่า เป็นที่ชัดเจนว่า ทั้งหมดนี้ถูกเร่งให้เกิดขึ้นโดยแรงกดดันจากนานาชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งสะสมมานานหลายปี แต่เริ่มพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลังการดำเนินการครั้งประวัติศาสตร์ ของสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ต่อนายเฉิน จื้อ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม
โดยนายเฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวกัมพูชาเชื้อสายจีน ประธานบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป ถูกสหราชอาณาจักรและสหรัฐคว่ำบาตร เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยสหรัฐกล่าวหาว่า นายเฉิน จื้อ ดำเนินธุรกิจอาณาจักรอาชญากรรมข้ามชาติผ่านการหลอกลวงการลงทุนออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันและคนในประเทศอื่นทั่วโลก ทั้งนี้ นายเฉิน จื้อ ถูกจับตัวในกัมพูชา และส่งตัวไปประเทศจีน เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกัมพูชา ไม่มีการออกมาแสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าจะกำจัดทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมการหลอกลวงทางไซเบอร์ให้สิ้นซาก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก๊งคอลเขมรแตก แรงงานนับพันหนีตาย แอมเนสตี้ห่วงหากไม่ช่วย อาจถูกย้ายไปศูนย์สแกมแห่งใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th